ช่วงนี้ที่เสื้อเทาปกส้มของมอนอ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ไปด้วยความสุข จากการได้เข้าร่วมในการ Workshop KM 2 กรรม 2 วาระด้วยกัน คือตั้งแต่ การจัดการจัดการความรู้เครือข่ายบัณฑิตอุดมคติไทย ที่จัดให้กับ รองอธิการ และผู้อำนวยการ และบุคลากร ของเครือข่ายบัณทิตอุดมคติไทย ที่จัดไปเมื่อวันที่ 7-8 สิงหาคมที่ผ่านมา และอีกกิจกรรมหนึ่งคือ การจัด KM นิสิตของมอนอที่ไปจัดกันที่แม่โจ้ 19-20 สิงหาคม หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกันกลับมา แต่สีหน้าของทีมงานที่กลับมากับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข และความประทับใจในกิจกรรมครั้งนี้อย่างมาก

          ไม่ว่าจะเป็นผู้นำอย่าง อ.วิบูลย์ ที่โดนเรื่องเล่า โดนใจตนเองเข้าอย่างเต็มเปา หรือแม้กระทั่ง นู๋แหม่มที่ตอนแรกไม่คาดคิดว่าจะได้ จะได้อะไรมาก ดังที่ถ่ายทอดไว้ในบล็อกของตนเองว่า "จะได้อะไรสักแค่ไหน คุ้มกับการเดินทางไกลแค่ไหน คุ้มกับงบประมาณ และเวลา สักเท่าไหร่"  นี่เป็นคำถามที่ดิฉันซึ่งเป็นคนค่อนข้างคิดเชิงลบ ใช้ถามตัวเองก่อนมา” แต่ก้ได้เล่าความประทับใจไว้ในบันทึกนี้

           หรือแม้กระทั่ง ออย ซึ่งเพิ่งเข้ามาในกิจกรรม KM ได้ไม่นานยังรู้สึกประทับใจและถ่ายทอดความรู้สึกไว้ว่า


          “อ.วิบูลย์ (อ.วิบูลย์ เป็นเหมือนกับครู ที่สอนให้พวกเราได้เติบโตในการทำ KM การจัดกิจกรรม KM สั่งสอน เราให้สะสมประสบการณ์ในการทำ KM และในเรื่องการทำงานต่าง ๆ ฯลฯ) ไม่รู้ซิอธิบายยากจัง แต่รู้สึกได้ถึงความเป็นครูของอ.วิบูลย์ (ในความหมายครูของออยเปรียบได้กับ พ่อ-แม่ คนที่ 2 ของลูก คือคนที่ค่อย ๆ สอน ค่อย ๆ ให้ลูกได้สั่งสมประสบการณ์ มีความเมตตา อะไรแนว ๆ เนี๊ย)”
“และที่สำคัญยิ่งรู้สึกอิ่มเอมใจที่ได้เห็นความตั้งใจในการทำงานของทุกคนที่ทุ่มเทใจในการจัดกิจกรรม KM”


“ถ้าเป็นอย่างนี้นะ KM ของมหาวิทยาลัยนเรศวร คงจะหมุนเกรียว เป็นพายุทอนาโด ชัวร์ ๆ เลยแหล่ะ”


               ส่วนแก้มแหม่ม แอบไปต่อท้ายไว้ว่า


“รู้สึกสนุก และติดใจ การทำ KM workshop ซะแล้ว ยินดี และเต็มใจ ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการนี้ต่อไปค่ะ ”

                  ส่วน อ.วิบูลย์ สรุปความประทับใจของตนเองไว้ในบล็อกนี้ ว่า

“ผมสรุปว่าประสบความสำเร็จแบบว่า มากกว่าทุกครั้งที่ผมเคยเข้าร่วม KM Workshop มา และไม่แน่ใจว่าครั้งต่อ ๆ ไปจะได้พบว่าดีเท่านี้หรือว่าดีกว่านี้ได้หรือไม่"


         “มันเป็นพลังบริสุทธิ์ และเต็มไปด้วยหน่ออ่อนของความดีงามที่หลากหลายที่พร้อมจะเติบใหญ่ บรรยากาศมันเกินกว่าที่ผมคาดไว้มากจนผมไม่ทราบว่าจะบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้อย่างไร”


“การลงทุนทำ KM Workshop ให้กับนิสิตระดับปริญญาตรีนั้นน่าสนใจที่สุด และน่าจะเป็น area ที่ให้ผลตอบแทนที่มีคุณค่าสูงสุด”

  ผมในฐานะที่เป็นผู้อ่านบันทึกยังพลอยได้รับอนิสงค์พลังแห่งความเปี่ยมสุขในครั้งนี้ไปด้วย