r2r,ru,RCT
วันที่ 29 สิงหาคม 2554
คณะกรรมการพัฒนางานวิจัยได้จัดนำเสนอผลงานวิจัย 2 เรื่อง คือ
คุณธนพร  แก้วเรือง,  สุธีรา  ประดับวงษ์,   กมลวรรณ   เจนวิถีสุข ได้นำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง
การพัฒนาแบบประเมินอวัยวะหลังผ่าตัดต่ออวัยวะและ Free flap เป็นงานวิจัยที่จะทำให้พยาบาลประเมินอวัยวะที่ถูกตัดแล้วนำไปต่อได้อย่างปลอดภัยและสำเร็จ น่าสนใจมากค่ะ
 
เรื่องที่ 2 ดิฉันเองเป็นผู้นำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง
ผลของดนตรีบำบัดต่อความวิตกกังวลและความปวดในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด(Effect of music therapy  on anxiety and pain  in cancer patients)
โดยใช้เพลงบรรเลงอิสาน
วิธีการดำเนินการวิจัยแบบ RCT
Randomized control trial แบบ blocksize of four by stata, Concealment; sealed opaque envelope   แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มทดลอง จำนวน 40 คนจะได้รับฟังดนตรีบำบัดทางหูฟัง ครั้งละ 30 นาที ในตอนเช้าและเย็นจำนวน 2 วัน รวม 4 ครั้ง  และกลุ่มควบคุม จำนวน 40 คน  จะได้รับดูแลตามปกติจากพยาบาลประจำการหลังจากนั้นกลุ่มควบคุมจะได้รับการดูแลตามปกติจากพยาบาล   ผู้ป่วยกลุ่มทดลองจะได้รับการประเมินความชอบในการฟังดนตรี ความวิตกกังวล ความปวด ก่อนฟังดนตรีบำบัด หลังฟังคนตรีครั้งที่ 2  และครั้งที่ 4   ผู้ป่วยจะได้รับการประเมินความปวดและความวิตกกังวลผู้ป่วยกลุ่มควบคุมจะได้รับการประเมินความปวดและความวิตกกังวลก่อนและหลังการได้รับการดูแลตามปกติจากพยาบาลในวันที่ 1 และในวันที่ 2 
แต่มีข้อจำกัดว่า  ไม่สามารถปกปิดการให้ treatment ของทั้งกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองได้ จึงได้ปรึกษานักสถิติได้คำตอบว่า
RCT คือ งานวิจัยเชิงทดลองที่มีการสุ่มและมีกลุ่มควบคุม  blindness ใช้สำหรับกำหนดระดับของ RCT  ดังเอกสารตาม link http://www.ajronline.org/content/183/6/1539.full
และได้อ่านเอกสารคำสอนของ พญ กาญจนา อาจารย์ได้ให้คำแนะนำว่า

อคติที่เกิดขึ้นระหว่างการทดลองและในการประเมินผล  จะทำให้การสรุปผลการรักษาผิดพลาดซึ่งอาจเป็นได้ทั้งในแง่บวกและลบวิธีการที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงอคติเหล่านี้คือการปกปิดทั้งผู้ป่วยและผู้ทำการรักษาว่าผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยยามาตรฐานเดิมหรือยาใหม่ เรียกว่า double blinding หรือ  double masking ในกรณีที่สุดวิสัยที่จะทำการปกปิดทั้งผู้ป่วยและผู้ทำการรักษาเช่นกรณีที่เปรียบเทียบการทำผ่าตัดสองวิธีหรือเปรียบเทียบการรักษาสองวิธีที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เช่น การรักษาโดยการฉายรังสีกับเคมีบำบัดเป็นต้น   จำเป็นที่จะต้องมีการพยายามลดอคติที่จะเกิดขึ้นโดยให้บุคคลอื่นเป็นผู้ประเมินผลการรักษาโดยที่ไม่ทราบว่าผู้ป่วยได้รับการรักษาแบบใด ผู้อ่านควรสำรวจดูว่าในส่วนของmaterial & method มีที่ใดที่กล่าวถึงวิธีการปกปิดผู้ทำการประเมินผลการรักษาหรือไม่และวิธีการนั้นๆเหมาะสมหรือไม่เพียงใด
 
จึงได้ Randomized  allocation
  • หมายเลขที่สุ่มได้พับใส่ซองจดหมาย
  • เขียนหมายเลขลงหน้าซองจดหมาย
  • เมื่อผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์มาถึงหอผู้ป่วยพยาบาลผู้ที่ไม่มีส่วนร่วมในผลงานวิจัยจะจับซองจดหมายให้และแจ้งผู้วิจัย
  • ผู้ประเมินผล pre -test,  post- test และผู้ให้ treatment เป็นคนละคนกันและผู้ประเมินผลไม่ทราบว่าผู้ป่วยได้รับ Tx แบบใด
 
 
ทำให้สามารถเข้าใจได้ดียิ่งขึ้นค่ะ จึงขอบันทึกไว้ช่วยจำสำหรับตัวเอง
 

ขอขอบพระคุณผู้ทรงคุณวุฒิที่มาให้ข้อเสนอแนะในครั้งนี้

ดร สุพร วงค์ประทุมและ อดีตหัวหน้าพยาบาล พี่ชูศรี คูชัยสิทธิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิช่วยเสนอแนะ

ผู้สนใจเข้าร่วม ลปรร ค่ะ

แก้ว