การปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อเตรียมมนุษย์ในศตวรรษที่ ๒๑ ต้องเปลี่ยนเป้าหมายของการเรียนรู้   จากเน้นเพียงให้รู้วิชา เป็นรู้วิชาและมีการพัฒนาทักษะที่ซับซ้อน ที่เรียกว่า ทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑ (21st Century Skills) ควบคู่กัน
 
          การมี Learning Outcome สองด้านคู่ขนาน คือ มีทั้งวิชาและทักษะ นี้ เป็นเรื่องท้าทายมาก   และจะไม่มีทางบรรลุได้ หากวงการศึกษายังสมาทานความเชื่อและวัฒนธรรมว่าด้วยการสอบแบบเดิมที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน   คือเน้นสอบเพื่อตัดสินได้-ตก
 
          วัฒนธรรมนี้ทำให้การสอบเป็นเรื่องทุกข์ยากของนักเรียน   เพราะการสอบภายใต้วัฒนธรรมได้-ตกนั้น ไม่ใช่เป็นแค่ผลประโยชน์ของนักเรียน   แต่เป็นผลประโยชน์ของครู โรงเรียน และผู้บริหารการศึกษาระดับต่างๆ ด้วย
 
         ภายใต้วัฒนธรรมนี้ ผลการสอบ NT ที่บางโรงเรียนได้คะแนนสูงก็อาจเชื่อถือไม่ได้   เพราะมีผู้ใหญ่ที่เชื่อถือได้เล่าให้ผมฟังว่า   บางโรงเรียนครูคุมสอบทำหน้าที่คอยบอกคำตอบแก่นักเรียน   เพื่อรักษาชื่อเสียงของโรงเรียน
 
          เมื่อครูให้นักเรียนไปค้นคว้าเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ทำรายงานมาส่ง   แทนที่นักเรียนจะเขียนเองตามความเข้าใจของตน   ก็ใช้วิธีตัดแปะเอาจากแหล่งที่ค้นมาได้   ครูก็หลับตาเสีย และให้คะแนนสูง เพราะรายงานมีคุณภาพ   เก็บเอาไว้เป็นหลักฐานคุณภาพของการสอนได้   โดยนักเรียนได้เรียนรู้น้อย เข้าใจไม่แจ่มแจ้ง ครูไม่สนใจ   เท่ากับสมรู้ร่วมคิดกันทั้งครูและนักเรียน ที่จะทำให้ Learning Outcome ต่ำ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
 
          นอกจากวัฒนธรรมสอบได้-ตกแล้ว ยังมีวัฒนธรรมสอบแข่งขัน เพื่อเก็บผลงานเป็นหลักฐานชื่อเสียงของโรงเรียน   เด็กเก่งจะโดนครูแย่งกันจองตัว ไปเป็นตัวแทนโรงเรียนในการประกวดหรือแข่งขันชิงรางวัล เพื่อสร้างชื่อเสียงแก่โรงเรียน สาระวิชา และครู   นักเรียนโดยติวเข้มเพื่อการสอบชิงรางวัลเป็นหลัก   แทนที่จะได้เรียนรู้เพื่อให้เกิดการพัฒนาทักษะที่ซับซ้อน   กลับได้เรียนเพียงความรู้วิชาตื้นๆ 
 
          และที่เสียหายหนัก คือเป็นการเพาะนิสัยหรือวัฒนธรรมหลอกลวงปลิ้นปล้อน 
 
          ครูเพื่อศิษย์ต้องใช้การสอบเป็นเครื่องมือกระตุ้น หรือส่งเสริมการเรียนรู้ของศิษย์   นั่นคือต้องจัดการสอบชนิดที่เรียกว่า Formative Assessment   เพื่อช่วยให้ทั้งครูและศิษย์ความก้าวหน้าในการเรียนรู้   ที่ทั้งครูก็รู้ความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของศิษย์ สำหรับเอามาใช้ปรับการจัดการเรียนการสอน   และตัวศิษย์เองก็รู้ความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของตนเอง สำหรับเอามาปรับวิธีการเรียนรู้ของตน 
 
          ในการเรียนรู้เพื่อทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ ทั้งศิษย์และครู ต้องมองการสอบเป็น “ตัวช่วย” ต่อการเรียนรู้   ไม่ใช่เป็นตัวตัดสินชตาชีวิต
 
          ครูต้องใช้การสอบเป็นตัวช่วยการเรียนรู้ของศิษย์   ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียงหลอกๆ ของตนเอง หรือของโรงเรียน
 
          ทักษะในการออกข้อสอบ และจัดการสอบ ในบรรยากาศของการสอบเพื่อให้ศิษย์รู้ความก้าวหน้าของตนเอง รู้ว่ายังบกพร่องหรืออ่อนด้านไหน   สำหรับใช้ปรับปรุงการเรียนของตนเอง   เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับครูเพื่อศิษย์
 
          หลักการคือ สอบบ่อยๆ   ใช้เวลาไม่มาก ข้อสอบไม่กี่ข้อ   และให้ศิษย์รู้คำตอบทันทีหรือเกือบทันที  ให้มีทั้งที่คิดคะแนนสะสม และไม่คิดคะแนน   มีการสอบที่ข้อสอบเน้นความคิด ไม่มีคำตอบถูก-ผิด อยู่ด้วย   ทั้งหมดนั้นเพื่อสะท้อนให้ศิษย์รู้ว่าตนรู้และไม่รู้อะไรบ้าง ให้มีความมั่นใจตนเอง และหมั่นปรับปรุงตนเอง
 
          ต้องเปลี่ยนการสอบให้วัดการเรียนรู้ที่แท้จริงของศิษย์ เพื่อประโยชน์ของศิษย์   ไม่ใช่วัดการเรียนรู้ปลอมๆ เพื่อประโยชน์ของครู โรงเรียน หรือวงการศึกษา

 

 

วิจารณ์ พานิช
๓๑ ก.ค. ๕๔