ได้มีการแบ่งว่าเมื่อคนเราก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำนั้น จะสามารถแบ่งผู้นำที่ดีออกเป็น 5 ระดับ
ระดับที่ 1 High Capable Individual เป็นผู้ที่มีความสามารถส่วนตัวที่ดี ทั้งทักษะ ความรู้ ความสามารถ และพฤติกรรมในการทำงานที่ดี ซึ่งล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร
ระดับที่ 2 Contributing Team Member เป็นผู้ที่สามารถทำงานเป็นทีมได้ดี เป็นพวกที่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น และช่วยให้กลุ่มและทีมบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ
ระดับที่ 3 Competent Manager เป็นผู้บริหารที่สามารถบริหารบุคลากรและทรัพยากรได้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายขององค์กร
ระดับที่ 4 Effective Leader เป็นพวกผู้นำที่สามารถทำให้ทุกคนเกิดความมุ่งมั่น มีการกำหนดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และสามารถจูงใจให้บุคลากรทุกคนทำงานอย่างทุ่มเทเพื่อบรรลุวิสัยทัศน์
จะเห็นว่า ในสี่ระดับต้นนั้นจะเป็นลักษณะของบุคลากร และผู้นำในองค์กรที่เราพบเจอในหนังสือทางด้านภาวะผู้นำทั่วๆ ไป แต่ในองค์กรที่สามารถปรับตนเองจากดีธรรมดา ให้เป็นดีสุดยอดได้นั้น ลักษณะผู้นำจะเป็นผู้นำในระดับที่ 5 ได้นั้นมีความเป็นผู้นำในสี่ระดับได้ก่อน แต่ระดับที่ห้าจะมีความแตกต่างก็คือ ผู้นำจะต้องสร้างความสุดยอดยั่งยืนให้กับองค์กรได้ด้วยคุณสมบัติที่ดูเหมือน จะขัดกัน ระหว่างความมุ่งมั่นที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จกับความถ่อมตัว
ความมุ่งมั่นต่อความ สำเร็จ และความถ่อมตัวนั้นเป็นคุณสมบัติที่ขัดแย้งกัน และดูเหมือนว่าไม่ควรจะอยู่ด้วยกันได้ แต่สิ่งที่ Jim Collins พบจากการศึกษาวิจัยก็คือ ในตัวผู้นำที่สร้างปรับเปลี่ยนองค์กรจากดีธรรมดาให้เป็นดีสุดยอดได้ จะมีปัจจัยทั้งสองประการอยู่ด้วยกัน
ผู้นำระดับ 5 คือ ความมุ่งมั่นและทะเยอทะยานต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก จนกระทั่งอาจกล่าวได้ว่าผู้นำเหล่านี้ต้องการเห็นความสำเร็จขององค์กร มากกว่าความสำเร็จและความร่ำรวยของตนเอง
ผู้นำประเภทนี้เรียกได้ ว่ามีความรัก และภักดีต่อองค์กรเป็นอย่างสูง เสียสละได้แม้กระทั่งความสุขหรือความสำเร็จส่วนตัว เพื่อความสำเร็จขององค์กร พวกผู้นำที่มุ่งเน้นความสำเร็จของตนเองก่อน ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง เกียรติยศ ทรัพย์สิน หรือความสำเร็จ จะยังไม่ถือว่าเป็นผู้นำระดับห้าที่จะนำพาองค์กรของตนเองจากองค์กรดีธรรมดา เป็นองค์กรที่ดีสุดยอด นอกจากนี้ผู้นำเหล่านี้ ยังต้องการเห็นความสำเร็จขององค์กรตนเองยั่งยืนและยืดยาวไปถึงผู้บริหารรุ่น ต่อไป โดยผู้นำเหล่านี้ยอมที่จะอยู่หลังฉากเงียบๆ และไม่ชอบที่จะเปิดเผยตัวว่าเป็นผู้สร้างรากฐาน และความสำเร็จสำหรับผู้นำรุ่นต่อไป
คุณสมบัติที่สำคัญอีก ประการหนึ่งของผู้นำระดับที่ห้า ก็คือ เป็นผู้ที่ถ่อมตัวและไม่ถือตัวเองเป็นหลัก ท่านผู้อ่านอาจจะสังเกตได้นะครับว่า เวลาพูดกับผู้บริหารที่เป็นผู้นำในระดับที่ห้า ผู้บริหารเรานั้นจะไม่พูดถึงสิ่งที่ตนเองได้ทำเลย แต่จะพูดถึงสิ่งที่ผู้บริหารหรือผู้ร่วมทีมคนอื่นได้ทำให้กับองค์กร ซึ่งจะต่างจากผู้นำที่เราเห็นหลายคนที่ชอบถือตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล และมักจะมองว่าความสำเร็จขององค์กรนั้นเกิดขึ้นจากตัวเองเป็นหลัก
ผู้นำระดับที่ห้านั้นจะค่อนข้างเป็นคนที่ถ่อมตัว เก็บตัว เงียบ ขี้อาย หรือแม้กระทั่งหลายครั้งอาจจะดูไม่มั่นใจ บุคคลเหล่านี้ไม่มีและไม่เคยมีความต้องการที่จะเป็นผู้นำประเภทที่โดดเด่น เป็นที่รู้จักของวงการในขณะเดียวกันก็ไม่ได้เป็นคนใจอ่อนหรือโลเล ก็คือ ผู้นำที่สามารถนำพาองค์กรสู่ความสุดยอดได้นั้น จะมีความมุ่งมั่นต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอย่างสูง และจะทำทุกอย่างและทุกวิธีทาง (ในสิ่งที่ถูกต้องนะครับ) เพื่อนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จ
ในขณะเดียวกันเมื่อ เหตุการณ์ไม่ดีผู้นำเหล่านี้จะไม่โทษโชคชะตา แต่จะมองว่าสาเหตุของความผิดพลาด และล้มเหลวนั้นมาจากตนเอง ซึ่งลักษณะดังกล่าวจะตรงกันข้ามกับผู้นำทั่วๆ ไป ที่เมื่อสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นก็มักจะโทษโชค แต่เมื่อมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นก็มักจะหันกลับมามองที่ตัวเอง และคิดว่าตัวเองเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ
ลองดูนะว่า พอจะรู้จักหรือรู้ว่ามีใครเป็นผู้นำระดับห้าบ้างไหม เหมือนกับจะหาไม่ยากแต่จริงๆ หายากนะ
อ้างอิงจาก : หนังสือ Good to Great ของ Jim Collins มองมุมใหม่ : ผศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2548