
วันนี้คุณแม่ผม ..หกสิบเจ็ดปีแล้วมั๊ง ท่านยังโทรมาอวยพรวันเกิดผม
ผมยังบอกว่า โอ้โฮ ทันสมัยจัง
ในขณะที่ท่านเองก็ยังวุ่นอยู่กับการดูแลคุณยายซึ่งอายุเก้าสิบกว่าแล้ว หลงแล้วล่ะ
แม่กับน้าก็ช่วยกัน ผลัดกันดูแลท่านกันไป ก็ว่ากันแบบเตี้ยอุ้มค่อมล่ะมั๊ง
แต่ก็เห็นถึงความกตัญญูแหล่ะนะ ผมได้รู้ก็เป็นการสอนการไปในตัวนะ
เพื่อนๆ ของแม่เอง ก็เห็นว่ามีลูกโตกันหมดแล้ว น่าจะพัก น่าจะหยุดขายกาแฟได้แล้ว
ลูกๆ ก็ทำงานกันแล้ว โตๆกันหมด ฐานะก็ใช้ได้ ไปอยู่กับลูกก็สบายแล้ว
แนะนำให้ไปอยู่กับลูกคนนั้นคนนี้น่ะ ให้เค้าเลี้ยงดูตามประสาคนไทยที่นิยมทำกัน
แต่ผมเองกับเห็นต่างนะ เพราะจริงๆ ผมคุ้นเคยกับหลายคนที่เกษียณอายุราชการ เห็นหลายท่านเหงา หลายท่านทำอะไรไม่ถูก เนื่องจากทั้งชีวิตก็ทำงานรับราชการมาตลอด บางท่านได้ทำการค้าแบบที่ฝันไว้ ขายกาแฟ ขายอาหารตามสั่งอะไรเหล่านี้ เอาเข้าจริงๆ ไม่สามารถไปได้ตลอดรอดฝั่งเพราะว่า มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ต้องผ่านการล้มลุกคลุกคลานกันมามากมายจึงจะทำการค้าได้ในวันนี้..นะครับ
ผมก็ยังบอกแม่ตลอดเลยว่า ขายของทุกวันนี่แหละแม่ ดีแล้ว เรามีแรงจูงใจ เรามีกิจการที่ต้องทำ ทำให้สมองได้คิด ทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว จะได้แก่ช้าน่ะ ทำอย่างนี้ร่างกายแข็งแรง ไม่ป่วยก็ไม่ต้องรบกวนใคร
หาสตางค์เองได้ก็ไม่ต้องรบกวนใคร นี่ก็ดี แม่เองก็พยักหน้า แต่ใจก็นิดๆ อ่ะนะ
พูดไปก็เหมือนปฏิเสธการเลี้ยงดูนะ ..!
แต่ผมก็มั่นในว่า แนวทางอย่างนี้ น่าจะเป็นแนวที่ดี ซึ่งตนเองก็ศรัทธานะ คิดว่าเมื่ออายุมากก็จะทำอย่างนี้เช่นกัน
แล้ววันนี้คุณแม่ก็ยังขายของกันต่อไป เลี้ยงตนเองต่อไป มีสตางค์เหลือบ้างก็ไว้ซื้อขนมให้หลานๆ ซึ่งไปเยี่ยมประจำ
ตอนนี้หลายท่านซึ่งอายุครบเกษียณก็ออกมาจากระบบ ก็ไม่รู้จะทำอะไร แม่ผมก็ยังมีงานประจำทำอย่างมั่นคง แม้ว่าจะเหนื่อย บ้างแต่ก็เป็นงานที่ดี มีเงินเลี้ยงดูตนเองได้ นี่ก็เป็นอะไรที่น่าประทับใจนะ สำหรับชีวิตที่ต่อสู้มาตลอด
ทุกครั้งที่ผมได้คุยกับแม่ทางโทรศัพท์ ผมจะบอกคำๆ หนึ่ง ทุกครั้งก็คือ รักแม่นะครับ นี่ก็เป็นความกตัญญูชนิดหนึ่งนะครับในสายตาผม พูดปุ๊ปได้รับความสุขปั๊ปเลย
ก็อยากจะบอกกับหลายท่านที่ไม่ค่อยจะได้เอ่ยคำนี้ ลองเอ่ยดูนะครับ เพราะคุณแม่อยากฟังน่ะครับ
รักแล้วเก็บไว้ในใจ เมื่อไรจะได้บอกกันน้า