เกิดมาล้วนต้องตาย สิ่งสุดท้ายที่ต้องการ คืออะไร?

ในโลกปัจจุบันไม่มีใครตอบได้ว่า จะมีอะไรหยุดอยู่แค่ไหน เพราะ มีผู้คิดค้นต้องการอยู่ตลอดเวลา หากจะลองคิดๆดูว่า ค้นหาหรือสร้างมาเพื่ออะไร ก็ตอบได้เพียงคำเดียวว่า เพื่อความต้องการของตนเองและให้ผู้อื่น โดยสิ่งที่ตอบสนองความต้องการนั้นเป็นทั้งคุณทั้งโทษปะปนกันไป  บทความนี้เป็นทัศนใหม่ของตัวผู้เขียน ซึ่งถึงบัดนี้ ผู้เขียนมีอายุอยู่ที่ 27 ปี ถ้าหากข้อความที่จะกล่าวไปนี้กระทบจิตใจของผู้ใดก็ขอให้ ให้อภัยซึ่งกันและกันด้วย

      การคิดค้น การก่อตั้ง การสร้าง ทุกสิ่งล้วนแต่ทำไปเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง ผู้อื่น สังคม ทำไปเรื่อยๆ 1 ปี 3 ปี 5 ปี ก็ไม่สิ้นสุด ก็ต้องทำกันอยู่เรื่อยๆ จนคนนั้น ตายจากไป คนใหม่ก็คิดขึ้นใหม่ไม่รู้จักจบจักสิ้น พอจะรู้ไหมว่า เมื่อไหร่ มนุษย์อย่างเราๆ ท่านๆ จะรู้จะหมดความต้องการ 

      สำหรับผู้ที่ศึกษา ศาสนาพุทธ นั้น  ความต้องการที่กล่าวมาในข้างต้นเรียกว่า กิเลส ซึ่งมีองค์ประกอบคือ โลภ โกรธ หลง หรือ โลภะ โทสะ โมหะ   "กิเลส" นั้นมีในสัตว์ทุกชนิด หลักในศาสนาพุทธ ผู้ใดดับไฟกิเลสผู้นั้นหลุดพ้น ซึ่งขัดกับ หลักทางโลกทั่วไปซึ่งมีแต่เติมไฟกิเลส  คำถามของหลายข้อความข้างต้นที่กล่าวมาเลยอยากให้ท่านผู้อ่านลองถามตนเองว่า "เกิดมาล้วนต้องตาย  สิ่งสุดท้ายที่ต้องการคืออะไร?" การที่ถามตนเองอย่างนี้นั้น อยากให้มองไปลึกๆของตนเองว่า สุดท้ายตัวเรามันไม่มีอะไรเหลือบนโลกใบนี้ เก็บสะสม ค้นหา แย่งชิง มันไม่วุ่นวายไปหน่อยเหรอต้องค่อยมาค้น มาหากันอยู่ตลอดแต่สุดท้ายก็ต้องตาย  พระพุทธเจ้าทรงแสวงหาหนทางแห่งการดับทุกข์ "สุดท้ายทุกข์อยู่ที่การเกิด" ทุกท่านงงไหม

"ทำไมศาสดาของชาวพุทธ จึงมีแนวคิดที่ว่าสุดท้ายทุกข์อยู่ที่การเกิด "พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ค้นพบวิธีทางดับทุกข์ที่สุดประเสริฐไว้แล้ว คือ มรรค ๘ และมรรค ๘ มาจากการปฏิบัติ จึงสามารถ ดับทุกข์ได้จริง

ก่อนที่เราจะตายนี้ ผู้เขียน อยากให้ทุกท่านได้ลองศึกษา มรรค ๘ แล้วสุดท้าย ท่านจะได้รู้ว่า สิ่งสุดท้ายของมนุษย์ คือการหลุดจากการ เวียนว่ายตายเกิด หรือที่ ภาษาพระเรียกว่า "นิพพาน" ตามหาให้เจอ อย่าเสียเวลาอยู่กับสิ่งที่มันต้องคิดค้นขึ้นใหม่ หรือเกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลาเลย มันไม่เที่ยงมันเสียเวลา เกิดมาเดี๋ยวก็ตาย