...อะไรที่มากเกินไปมักจะไม่มีประโยชน์ กลายเป็นให้โทษมากกว่าคุณ.. เงินก็เช่นกัน...

 

 

 

ได้รับเมลจากเพื่อน อ่านแล้วชอบส่งต่อไปให้หลายคนก็ล้วนแต่ชอบ
จึงนำมาแบ่งปันใน Gotoknow ด้วยค่ะ

 

เรื่องของ ตัน ภาสกรนที

 

ขนมปังชิ้นที่สาม 
 
  มีลูก 3 คน มีบ้าน 2 หลัง จะแบ่งยังไงดีครับ?


           เพื่อนผมคนหนึ่งคิดยังไงก็คิดไม่ตก เกษียณอายุราชการแล้วยังต้องทำงานงกๆ  “สู้เพื่อลูก”ผ่อนบ้านหลังที่ 3 กลัวแบ่งสมบัติไม่ลงตัว เดี๋ยวจะนอนตายตาไม่หลับ


          ผมบอกถ้าไม่อยากวุ่นวาย..ง่ายนิดเดียว แค่ขายบ้านให้หมด แล้วใช้เงินให้มีความสุขกับชีวิตหลังเกษียณ  เหลือเท่าไหร่ก็เท่านั้น…

 

          ตอนพ่อแม่ผมเสีย ไม่ได้มีเงินทองมากมาย  ผมเลือกพระหนึ่งองค์เป็นสมบัติจากพ่อ หยิบแหวนวงเดียวจากกองมรดกของแม่ สมบัติสุดท้ายไม่กี่ชิ้นของพ่อกับแม่ที่เทกองบนโต๊ะ..ผมกับพี่น้องแบ่งกัน ยังไงก็ลงตัว

 

          สำหรับผมในวันนี้สอนลูกตั้งแต่พวกเขายังเล็ก ว่าการศึกษาเท่าที่เขาต้องการคือสมบัติที่ผมจะให้ น้องกิฟท์ลูกสาวคนโตรู้ดีและเขาเข้าใจว่าผมไม่มีนโยบายเก็บเงินให้ลูก

 

          วันหนึ่งเขาบอกผมว่า “ป่าป๊า ไม่ต้องห่วงกิฟท์ ธุรกิจและเงินที่ป่าป๊าทำมาไม่ต้องเผื่อกิฟท์ หนูรับผิดชอบตัวเองได้”  ผมให้เงินเขาก้อนหนึ่ง ไปตั้งต้นร้านอาหารชื่ออิซีลี่ บริหารไม่นานก็เจ๊ง  เขาใช้โอกาสอีกครั้งกับเงินทุนที่เหลืออยู่ตั้งใจทำร้านอาหารใหม่ชื่อแซ่บอี ลี่  คราวนี้เขาไม่ประมาทและตั้งใจกว่าเดิมอีกหลายเท่า จนวันนี้ร้านแซ่บอีลี่ก็อยู่ได้

 

          ลูกทุกคนของผมรู้ดีว่าสมบัติทุกอย่างที่ผมให้ ถ้าไม่ตั้งใจทำย่อมมีวันหมด ผมให้โอกาสการศึกษาเต็มที่..ที่เหลือเขาต้องเลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวของเขา เอง ไม่ใช่ผมไม่รักลูก แต่ใช่ว่ามีเงินเยอะๆ แล้วจะดีสำหรับเขา ผมอยากให้ลูกได้รู้จักกับความยากลำบาก ไม่อยากให้เคยชินกับความสบาย  ไปต่างประเทศด้วยกันทุกครั้ง ลูกๆ ทุกคนต้องนั่งเครื่องบินชั้นอิโคโนมี บางครั้งน้องเก็ตลูกชายยังเป็นเด็ก เขาเคยแผลงฤทธิ์ไม่พอใจทำไมไม่ได้นั่งบิซิเนสคลาสด้วยกัน วันนี้เขาอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ทำงานหาเงินเองได้เมื่อไหร่วันนั้นเขาจะเข้าใจ ได้ด้วยตัวเอง

 

          ประสบการณ์สอนให้ผมรู้ว่าเงินเป็นได้ทั้งความทุกข์และความสุข ในวันที่ต้องดิ้นรน เงิน คือ สิ่งจำเป็น เป็นขนมปังชิ้นแรกที่ประทังชีวิต ขนมปังชิ้นที่สอง คือ ความอร่อย มีชีวิตที่สุขสบาย หายเหนื่อย มากกว่านั้น...กินเท่าไหร่ก็เป็นส่วนเกิน


            ขนมปังชิ้นที่สาม คือ ยาพิษ

อะไรที่มากเกินไปมักจะไม่มีประโยชน์ กลายเป็นให้โทษมากกว่าคุณ.. เงินก็เช่นกัน...

 

          ถ้าคุณรู้ล่วงหน้าว่าจะมีบุญหล่นทับร่ำรวยเป็นพันๆ ล้าน คุณอาจไม่รู้จักคุณค่าของความพยายามชีวิตนี้อาจไม่เคยรู้สึกว่าจะต้องออกแรง ดิ้นรนอะไรอีกต่อไป เงินถ้าไม่รู้จักใช้ ไม่รู้จักหา ไม่รู้จักคุณค่า...มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ ถ้าหน้าที่ของพ่อแม่คือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก เราควรรักลูกแบบไหน?

 

          ลองถามตัวเองดูว่าเรากำลังยื่นขนมปัง "ชิ้นที่สาม" ที่เต็มไปด้วยยาพิษให้ลูกหรือเปล่า?

 

 

หมายเหตุ 
ผู้เขียนรู้สึกว่าเขาเป็น คนรวยที่ติดดิน ลุยทุกเรื่องไม่กลัวเสียฟอร์ม และถึงไหนถึงกันกับเรื่องของการช่วยเหลือสังคม เคยคุยกับเพื่อน ๆ ว่า นอกจากรวยแล้วยัง "ฉลาดและีมีปัญญา" อย่างมากด้วย  
คนนี้เองเป็นคนมั่งคั่งคนหนึ่งที่ผู้เขียนรู้สึกยกย่องและคารวะอย่างไม่เคยตะขิดตะขวงใจเลย ^_^