ชื่อเหมือนเพลงลูกทุ่ง..แต่เป็นเรื่องจริงจังคะ (นี่คือคำเตือน)..
ลูกกุญแจหนึ่งดอก จะมีสองด้าน
หากหันด้านผิด แม้เป็นลูกกุญแจที่ถูก
ก็ไขไม่เข้า..
คำพูดเพื่อเปิดใจคน ก็เช่นกัน
การกลับเพียงเล็กน้อย
สามารถทำให้ เปิดได้ หรือ ไม่ได้
****
ครั้งหนึ่ง เมื่อข้าพเจ้าเป็นอาจารย์ใหม่แกะกล่อง
ได้รับคำบัญชาให้ทำหน้าที่รวบรวมคะแนนของทุกวิชาที่ภาคดูแล
บ่ายวันหนึ่ง ขณะนั่งลงคะแนนจากกระดาษลง worksheet
ภายในห้องพัก ที่ไม่มีใครอยู่..นอกจากตัวข้าพเจ้า
...นั่งคิดเวทนาตัวเอง ว่าทำไมเรา ต้องมาทำอะไรแบบนี้หนอ
.. "ทุกข์" กับการรับงานที่ไม่ถนัด ไม่ชอบ..แต่ก็พูดไม่ได้
... ยิ่งคิด ยิ่งหดหู่ ยิ่งลังเลใจ..หรือเราเลือกทางผิด
จนมีอาจารย์อาวุโสกว่า ท่านหนึ่งเข้ามาห้อง
ท่านคงสังเกตเห็นสีหน้าข้าพเจ้า
จึงเดินมานั่ง แล้วถามว่า
" หนูคิดอะไรในใจอยู่หรือ ?"
....
และนั่นคือจุดเปลี่ยน
....
ข้าพเจ้า นั่งคุยกับอาจารย์ท่านนั้น เป็นชั่วโมง
แต่เป็นหนึ่งในชั่วโมงที่มีค่าที่สุดในชีวิต
เมื่อความอึดอัด คับข้อง ที่คุกรุ่นในจิตใจถูกระบายออก
ข้าพเจ้าก็มีเนื้อที่ ในการมองโลกแบบใหม่..
****
ย้อนกลับมาคิดดูอีกที
หากอาจารย์ท่านนั้น ถามข้าพเจ้าว่า
"หนูมีอะไรในใจไหม ?"
ข้าพเจ้าอาจตอบโดยอัตโนมัติวิสัยว่า "ไม่มีอะไรคะ"
บางอย่างสอนให้ข้าพเจ้า เกิดสัญชาตญาณเพื่อความอยู่รอด ในฐานะผู้น้อย..
คือตอบ ในสิ่งที่ "คนอื่นอยากฟัง"
มากกว่าตอบในสิ่งที่ "ตัวเราอยากบอก"
การถาม "do you have question"
จึงเปิดใจได้น้อยกว่า "what question do you have"
ภาพจาก http://www.life-ins.co.uk/
......
ข้าพเจ้า : "นักศึกษามีอะไรสงสัยไหม"
นักศึกษา : " ไม่มีครับ/คะ" ( แต่ตัว question mark ชัดเจนบนใบหน้า)
ข้าพเจ้า : "อะไรที่เธอกำลังสงสัย "
นักศึกษา : " เอ่อ..."
..สงสัย ต้องใช้วิธีสะเดาะกุญแจแทน ซะแล้ว :-)
.
**************
.
.
เล่าสั้นๆ แต่อยากฟังความเห็นท่านอื่นเยอะๆ
วันนี้ "บ่มีแฮง" ต้องเร่งเตรียมงานส่งคุณครูพรุ่งนี้คะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
ยินดีที่รู้จักค่ะ
แม้จะใกล้เคียงกันแต่คำถามที่เข้าถึงใจ ทำให้กล้าเล่ากล้าบอกความรู้สึกได้มากกว่า เป็นกุญแจใจจริงๆค่ะ
จากประสบการณ์ในการพูดคุยกับญาติผู้ป่วย พบว่าบ่อยครั้งที่คำถามที่เปิดใจเขาได้มากกว่ากลับเป็นคำถามว่า"เหนื่อยมั้ย"แทนคำถามว่า"รู้สึกอย่างไร"ค่ะ
ชื่นชมอาจารย์หมอที่เก็บประสบการณ์มาถ่ายทอดในแง่มุมดีๆมีประโยชน์ ต่อยอดความคิดได้ดีมากๆค่ะ
เมื่อคืนนั่งดูละครไทยเรื่องหนึ่ง
พระเอกบอกว่า "เพื่อความถูกต้องและดีงาม เราจึงเลือกทำในสิ่งที่ควรทำ มากกว่า เลือกทำในสิ่งที่เราอยากทำ"
ผู้ร้ายนอกจอก็เลยบอกว่า "อืมม จริง"
..........................................................................................................
ข้อสันนิษฐานข้อแรกสำหรับคำตอบของนักศึกษาที่บอกว่า "ไม่มีอะไรสงสัยครับ/ค่ะ"
๑. เราสอนดีที่สุดในโลก เพราะไม่มีสงสัยอะไรเลย
๒. เราสอนไม่รู้เรื่องเลย เพราะไม่รู้จะสงสัยอะไร
๓. เราสอนดีบ้าง ไม่ดีบ้าง เพราะรู้บ้าง ไม่รู้บ้าง แต่ไม่อยากสงสัยตอนนี้
เด็กไทย เราเป็นคนขี้เกรงใจอาจารย์ ;)...
.............................................................................................................
คุณหมอบางเวลา สามารถรำลึกถึงความหลังครั้งก่อนได้
แสดงว่า การเขียนบันทึกช่วยได้ ?
ความรัก ความศรัทธา สามารถรังสรรค์สิ่งดีดีมากมายนะครับ คงสนุกกับการสะเดาะกุญแจนะครับ
ขอบคุณค่ะ การสนทนาเชิงบวกจะกระตุ้นต่อมความคิดให้แก่ ผู้ถาม และผู้ตอบ อย่างไหลลื่น และสร้างคุณค่ามากมาย เช่น :
หลานชาย : " ป้าครับ ทำอาชีพอะไร จึงจะรวยเร็ว ?
ป้า : " เธอมีความถนัด และมีความสุขที่จะทำอะไร ?
หลานขอลาไปคิดคำตอบทบทวนตัวเอง .. เดี๋ยวนี้เลิกคิดเรื่อง "รวยเร็ว" แล้วค่ะ :)
สวัสดีค่ะ
ใช่เลยค่ะแค่เปลี่ยนคำถามก็จะได้รับคำตอบที่ตรงกับใจ
เข้าท่าดีนะคะที่นำมาเปรียบกับกุญแจ เพราะกุญแจบางลูกไขเท่าไหร่ก็ไข
ไม่ออก มันไม่ลงล็อคนี่เอง บางลูกก็ไขออกอย่างง่ายดายเพียงแค่หยอดน้ำมัน
เพิ่มเล็กน้อย
การใช้คำพูดของคนเรานี่ก็สำคัญนะคะ แค่ใช้ให้ถูกที่ถูกคนเท่านั้นรับรองงาน
เดินหน้า...ฟันธง
ยินดีที่แวะเข้าไปทักทายและให้กำลังใจกัน....
สวัสดีคะ คุณพยาบาลใจดี
เห็นด้วยคะ เมื่อมีความรัก ความศรัทธาในสิ่งใดแล้ว เราก็จะอดทนหาลูกกุญแจ ดอกแล้วดอกเล่า ไขใจคนที่เรารัก/ศรัทธา จนได้ :-)
ตัวอย่างคำถามที่พี่ใหญ่ยกมา เป็นบทเรียนที่ดีมากคะ
ใครๆ ก็สบายใจที่จะบอกด้านบวก ของตัวเอง
เอ ได้ความคิดปิ๊ง! ขึ้นมา เราน่าจะหันมาถามนักศึกษาว่า
"เธอรู้อะไร" มากกว่า "มีอะไรสงสัยมั้ย" นะคะ
พี่หมอคะ
กรณีศึกษานี้ชัดเจนมาก เห็นภาพเลยค่ะ
ไขใจได้จริงๆ นะค่ะ เพราะลักษณะคำถาม ทำให้รู้สึกว่าผู้ถามพร้อมที่รับฟัง คำถามนี้จึงน่าตอบมากค่ะ
"คำถามไขใจที่งดงาม" ^_^
ถ้าเราสามารถมีกุญแจที่ไขใจได้ทุกดวงคงดี
แต่นี่นอกจากมีกุญแจแล้ว
ยังใส่ password อีกด้วย
เลยยากมากที่จะไขใจใคร
แม้กระทั่ง........ใจตัวเอง
บางครั้งคำถาม คำพูด ที่ออกไปมันไม่ได้กรองก่อน
ก็ดีนะครับคุณหมอหากจะพูดจะถามอะไรต้องไขกุญแจก่อน
ขอยืมกุญแจด้วยคน
อุ๊บ!!! ทำกุญแจหล่นหาย....หากุญแจสำรองยังไม่เจอค่ะ.... *^_^*
แต่ "อะไรเป็นคำถามของเธอ" นั่นหมายถึง เรามองเข้าไปในตา พิจารณาภาษากาย ผู้ฟัง ว่ากำลังสงสัย..จึงแตกต่างกันคะ
ความซับซ้อน แห่งโลกดิจิตอลคะ คุณครู
เป็นกำลังใจให้ถอดรหัส โดยเฉพาะใจตัวเอง ได้ในที่สุดนะคะ
*** กำลังให้นักเรียนฝึกถาม และหาสาเหตุของการไม่อยากถามอยู่พอดีเลยค่ะ
*** คงต้องช่วยกันค้นหาอีกต่อไป
มาแบบมีนัยยะ "กุญแจสำรอง" ;-)
พี่หมอคะ
คำพูดมันสื่ออะไรได้หลายๆ อย่าง
เพียงแค่ประโยคเดียว ทำให้เราเปิดใจเล่าได้
คุณหมอท่านนั้น ท่านมีเมตตามากเลยนะค่ะ พี่