ประเภทของความรู้ โดยเขาได้แยกเป็น 2 ประเภทคือ
1. ความรู้ซ่อนเร้น (Implicit Knowledge) หรือความรู้ที่ซ่อนอยู่ในตัวบุคคล
2. ความรู้โดยชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) หรือ ความรู้ที่ถูกพิมพ์ออกมาเป็นตำราจับต้องได้
"โมเดล ปลาทู" หรือ "Tuna Model" โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นเหมือนส่วนของปลาทู คือ
1. ส่วนหัวปลาให้เป็นเรื่องของการมองวิสัยทัศน์ และทิศทางของการจัดการความรู้ ใช้ตัวย่อว่า KV( Knowledge Vision) งานในส่วนนี้จะเป็นของ "คุณกิจ" หรือผู้ดำเนินกิจกรรม (การจัดการความรู้)
2.ส่วนท้องปลาให้เป็นเรื่องของการแบ่งปันความรู้ ใช้ตัวย่อว่า KS ( Knowledge Sharing) งานในส่วนนี้จะเป็นของ "คุณอำนวย" โดยจะเป้นตัวช่วยให้ คุณกิจถ่ายทอดสิ่งที่รู้ออกมา
3.ส่วนหางปลาให้เป็นเรื่องของการจัดเก็บคลังความรู้ใช้ตัวย่อว่า KA ( Knowledge Assets) งานในส่วนนี้พร้อมที่จะนำไปศึกษาต่อยอดได้
จากที่กล่าวมาแล้วที่เราต้องมาทำการจัดการความรู้เพราะว่า ในปัจจุบันการแข่งขันระหว่างองค์กรมีสูงทำให้ต้องนำความรู้ความสามารถมาใช้ให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หากไม่มีการจัดการความรู้ที่ดีแล้วองค์กรก็ไม่สามารถแข่งขัน
อย่างยั่งยืนได้
เป้าหมายของการจัดการความรู้คือ การต้องการให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน มีการจัดเก็บ และนำความรู้มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
สารสนเทศที่ช่วยในการจัดการความรู้คือ การจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ , ระบบสืบค้น , ระบบการเรียนรู้ , ระบบการประชุม , การเผยแพร่ผ่านระบบเครือข่าย , ระดมควมาคิดผ่านระบบเครือข่าย , ซอร์ฟแวร์ช่วยในการทำงานเป้นทีม (Groupware) และ Blog ,Web
เพื่อช่วยในการกระจายความรู้สู่องค์กร