ครั้งแรกที่พบกัน เด็กๆ โดยเฉพาะนักเรียนชั้น ป. ๑ หลายคนมีหน้าตายังไม่พร้อมที่จะเรียนเลย  เพราะดูเหมือนว่าพวกเขาจะยังอยากวิ่งเล่นมากกว่าที่จะมานั่งนิ่งๆ เพื่อถักนิตติ้ง  บางคนก็ดูทำหน้าท้อ ๆ ตอนที่รู้ว่าในคาบแรก งานทุกคนคือการขัดตะเกียบให้กลายเป็นไม้นิตติ้ง

 

มิว  นักเรียน ป. ๓/๔ ครูแคทเคยสอนตอนที่อยู่ ป.๒ เป็นเด็กแก่นแก้ว  แสนซน ขี้เล่น ชอบกีฬากลางแจ้ง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟุตบอล  มิวเล่นกีฬาทุกเย็นตัวเลอะทุกวัน  นี่ ถ้าใช้แว่นเดิมมอง  ครูแคทคงแนะนำให้ไปสมัครชมรมฟุตบอลตั้งแต่เห็นมิวเข้าแถวลงชื่อเข้าชมรมแล้ว  แต่ในที่สุดมิวก็ถักผ้าพันคอได้ตั้งยาว แถมยังเรียบร้อย ต่างจากท่าทางแมนๆ ตอนที่พยายามนั่งถักอย่างขะมักเขม้น

 

ของขวัญ นักเรียน ป.๑/๒  ต่างจากเด็กคนอื่นๆ วันแรกของขวัญตั้งใจขัดไม้นิตติ้งมาก  เอามาให้ครูดูครั้งแล้วครั้งเล่าว่าได้หรือยัง  ครูก็ตอบกลับไปเหมือนเดิมว่ายังไม่ได้ ให้พยายามต่ออีกหน่อย  ของขวัญกลับไปกลับมาอยู่ไม่น้อยกว่า ๑๐ ครั้ง  จนกระทั่งจวนหมดเวลาชมรม  แล้วของขวัญก็ทำสำเร็จ !!!

 

พอจะหยิบไหมพรมขึ้นมาให้ครูสอนถัก  ผู้ปกครองของเพื่อนที่ขึ้นมาตามลูกของตนก็บอกกับของขวัญว่า “คุณแม่มาแล้ว” ครูแคทจึงบอกให้ของขวัญเก็บของแล้วก็ลงไปได้ ของขวัญถึงกับน้ำตาคลอ ครูแคทจึงเรียกมาถามว่า “หนูเสียใจอะไรคะ” ของขวัญไม่ตอบอะไร แล้วก็ลาครูลงไปหาแม่ สักครู่แม่ก็พาของขวัญขึ้นมาบอกว่า “เมื่อกี๊ลงไปร้องไห้กับแม่ว่ายังไม่ได้ถักเลย คุณแม่เลยพาขึ้นมาค่ะ คุณแม่ไม่รีบ ให้น้องถักก่อนก็ได้ค่ะ”  

 

วันนั้นของขวัญหัดถักจนสามารถขึ้นห่วงและถักลายพื้นฐานได้ในครั้งนั้น  ครั้งต่อ ๆ มา  ของขวัญดูมีความสุขมากขึ้น  และได้ยินพูดกับเพื่อนว่า “เดี๋ยวเขาสอนให้นะ”   

 

จากวันนั้นที่ร้องไห้  วันนี้ของขวัญมีความมั่นใจถึงขั้นสอนคนอื่นได้แล้ว  และดูมีความสุขกับเวลาของชมรมมาก

 

โมนิ  เป็นน้อง ป.๑ อีก ๑ คนที่เรียนไปแล้ว ๔ ครั้ง โมนิยังทำอะไรไม่ได้เลย  เมื่อมาถึงช่วงเวลาชมรม  โมนิก็เดินไปเดินมาพร้อมกับลากไหมพรมไปรอบๆ โถง  เมื่อเรียกให้ไปนั่งก็นั่งอยู่ได้ไม่กี่นาที  แล้วก็ลุกไปเดินอีก  เหมือนกับจะบอกว่าวันนี้ยังไม่มีอารมณ์จะเริ่มทำอะไร  แต่ที่น่าแปลกใจคือ  พอครูเรียกมานั่งเพื่อจะสอนให้เริ่ม  โมนิจับไม้นิตในท่าทางที่ถูกต้องได้ทันทีจนครูแคทต้องถามว่า “หนูเคยถักมาก่อนเหรอคะ?”  โมนิตอบว่า “หนูเห็นคุณแม่ถักค่ะ”

 

แต่ในครั้งที่ ๕ อยู่ ๆ โมนิก็ไปหาครูลูกแมวแล้วไปหัดขึ้นห่วง จากนั้นก็ทำได้อย่างรวดเร็ว  ตกเย็นก่อนกลับโมนิก็เข้ามานั่งใกล้ๆ   ครูแคทจึงถามว่า “วันนี้หนูทำอะไรคะ” โมนิตอบว่า “ไปมัดห่วงกับครูลูกแมวค่ะ” แล้วโมนิก็ลากลับบ้านไป 

 

จนกระทั่งเวลาผ่านไป ๑ ภาคเรียน ครูแคทก็ยังไม่เห็นว่าโมนิจะมีงานเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมา  เมื่อไปถามครูประจำชั้น  ก็ได้รับคำตอบว่า “ปกติ โมนิก็เป็นแบบนี้ คุณแม่ก็เป็นห่วงอยู่ว่าจะมีงานมาส่งครูหรือไม่ เพราะไม่เคยเห็นโมนิเอางานกลับไปให้ดูเลย” ในขณะที่เด็ก ๆ อื่นเริ่มถักได้แล้ว  แต่โมนิยังทำได้แค่เพียงมัดห่วงเท่านั้น 

 

แม้ว่าภาคเรียนฉันทะเด็กๆ จะยังไม่เห็นผลสำเร็จของงาน  แต่อย่างน้อยที่สุดการมาชมรมนี้ก็ทำให้เด็กๆ มีโอกาสได้อยู่กับตัวเองและงานที่ตัวเองเลือก โดยไม่มีใครรบกวน