ขออภัยที่ใช้ภาษาวิบัติ แต่เป็นภาษาจริงในโลก online เมื่อคำว่า "เมนท์" หมายถึง comment
นับวันเรายิ่งหลีกเลี่ยง โลก social network ยากขึ้น..เราสามารถอยู่กับมันได้อย่างสุขภาวะ (กาย ใจ สังคม) ได้หรือไม่ ?
เป็นคำถามที่น่าสนใจ ข้าพเจ้าลองสืบค้น สิ่งที่กล่าวไว้ในพุทธศาสนา เปรียบเทียบกับ หลักการในเวบไซต์ต่างประเทศ แล้วพบลักษณะร่วมกัน


ข้าพเจ้าเป็นคนชอบเดินสะดุดนั่นสะดุดนี่
พอๆ กับสะดุดความคิด กับความเห็นของ ท่าน ผศ.วิไล ในบันทึกนี้  เรื่อง Facebook
เราจะสามารถใช้ Facebook หรือ social network เช่น gotoknow, webboard ต่างๆ เพื่อสร้างเสริมจริยธรรมได้ไหม

สิ่งเหล่านี้ อาจพอเป็นแนวทางได้..

 "กัลยาณมิตรธรรม"    
.
มิตรที่ดี ไม่ได้หมายถึง เพียงเพื่อนร่วมชายคา เพื่อนร่วมงาน คนที่ไม่เคยเห็นตัวจริง ก็เป็นกัลยาณมิตร online ได้ หากมีคุณลักษณะคือ  ที่มา

  1. ปิโย : น่ารัก ในฐานเป็นที่สบายใจและสนิทสนม..
      ->  การเข้ามาทักทาย,มอบดอกไม้หรือกด like,ไต่ถามทุกข์สุข
    .
  2. ครุ : น่าเคารพ ให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นใจ เป็นที่พึ่งใจ และปลอดภัย...
     -> การเข้ามาให้กำลังใจ ให้การสนับสนุนแนวทางที่ถูกต้อง
    .
  3. ภาวนีโย:  น่าเจริญใจ หรือน่ายกย่อง ในฐานทรงคุณ คือ ความรู้และภูมิปัญญาแท้จริง...
    -> การเข้ามาเพิ่มเติม ในประเด็นที่ตกหล่น แนะนำแหล่งค้นคว้าเพิ่มเติม
    .
  4. วตฺตา จ : รู้จักพูดให้ได้ผล รู้จักชี้แจงให้เข้าใจ คอยให้คำแนะนำว่ากล่าวตักเตือน...
    -> การเข้ามาตักเตือนในสิ่งที่ชัดเจนว่าผิด  เช่น เขียนผิด เขียนตกหล่น (ข้าพเจ้าเป็นบ่อยๆ)  อ้างอิงผิดที่ เป็นต้น
    .
  5. วจนกฺขโม อดทนต่อถ้อยคำ รับฟังคำปรึกษาซักถามคำเสนอแนะวิพากษ์วิจารณ์...
    ->  การเข้ามาแสดงความเห็นต่าง ในประเด็นที่ไม่มีอะไรผิดอะไรถูกชัดเจน (controversy)
    ความสุภาพ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับสิ่งที่กล่าวไว้ก่อน หรือเขียนในบล็อกทั้งหมด 
    ขณะเดียวกัน การแสดงความไม่เห็นด้วย มิจำเป็นต้องนำด้วยคำไม่สุภาพ..
    การแสดงความเห็น มอง "ประเด็น" อย่าง "แตกต่าง" ทำให้เกิดการ "แตกหน่อ" ก่อปัญญา
    ต่างจากการวิจารณ์ "ตัวตน"ผู้อื่น อย่าง "แตกคอ" ทำให้เกิด "แตกแยก" ก่อปัญหา
    .
  6. คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา:  แถลงเรื่องล้ำลึกได้ สามารถอธิบายเรื่องยุ่งยากซับซ้อน ให้เข้าใจ และให้เรียนรู้เรื่องราวที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไป
    -> การเข้ามา ซักถาม ประเด็นที่เขียนไว้
        หรือช่วยทวนคำถาม หรือช่วยตอบคำถาม สิ่งที่ผู้อื่นถามไว้
       (ทั้งนี้ข้าพเจ้าคิดว่า ไม่เป็นการเสียมารยาทต่อเจ้าของ blog แต่ไม่ทราบท่านอื่นคิดว่าอย่างไร)
    .
  7. โน จฏฐาเน นิโยชเย : ไม่แนะนำในเรื่องเหลวไหล หรือชักจูงไปในทางเสื่อมเสีย...
    -> ข้อนี้ชัดเจนในตัวอยู่แล้วคะ  เท่าที่สังเกต gotoknow ไม่มีปัญหาเรื่องนี้ มีแต่ชวนกันทำงาน ชวนกันช่วยเหลือสังคม

           

ภาพจาก www.blog.webtrendforum.com


The etchics of blog comment

ข้าพเจ้าขอสรุปตัดต่อ ดัดแปลง มาจาก เวบไซต์ของต่างประเทศนี้ ที่กล่าวถึง ลักษณะการแสดงความเห็นใน blog ที่ดี 
ขออนุญาตไม่แปล เพราะคิดว่าคำที่ผู้เขียนเลือกใช้นั้นสื่อความหมาย ได้ใจความดีแล้ว คะ


■“Thank You” is not enough :
  - explaining what exactly “waawed” you about the post?
  - sharing additional tips, links and information relevant to the original post
  - share a personal experience that supports the blog topic…etc.

 ■ Keep it simple :
  -  make it concise as possible, time in online world is so constrain.
  - If you have two additional tips to give on a certain blog post, picture, or video you name it, it’s better to place each of them in a separate comment

 ■ When you beg to differ, do it politely!

- Explained why you disagree with the blog writer’s "opinion" rather than attacking him/her on a "personal" level?!

****

หากถามข้าพเจ้าว่า คิดอย่างไรกับ ความเห็นในบล็อก ..ข้าพเจ้าคิดว่า ทุกความเห็นมีค่า..1 ใน 7 คุณลักษณะของกัลยาณมิตรทั้งสิ้น
โดยเฉพาะในกัลยาณมิตร ข้อ 3,4,5 นั้น เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการยิ่ง..เรื่องสั้น ยาว ไม่เป็นปัญหา ขอเพียงมาจากใจจริง..

blog guru ท่านหนึ่งให้ข้อคิดว่า
การ  comment เป็นศิลปะ เป็นสิ่งที่สื่อถึงภาพลักษณ์ และคุณภาพของเราเอง ต่อสาธารณะ..

แล้วคุณละ คิดว่า "เม้นท์" อย่างไร สร้างสุขภาวะ ?