๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๔
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน
วันจันทร์ที่๘ สิงหาคม ๒๕๕๔ เช้าเดินทางไปโรงเรียนวัดบางพูน เพื่อเปิดการประชุมปฏิบัติการกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ปฐมวัยร่วมกับผู้ปกครอง มีผู้ปกครอง และครูจากหลายโรงเรียนมาประชุมกัน คิดจะพูดหลายเรื่องแต่สุขภาพไม่อำนวย เพราะพัดลมเป่าไปกระตุ้นอาการไอ จนต้องตัดประเด็นปลีกย่อยรีบแลนดิ่งหาทางลงในที่สุด

กลับสำนักงานเขตเซ็นแฟ้มเอกสารสลับกับการรับแขกไปจนเที่ยง ภาคบ่ายมีการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการย้ายผู้บริหารโรงเรียนในระดับรองผู้อำนวยการโรงเรียน มีขอย้ายเพียงรายเดียวจากโรงเรียนบุญคุ้มราษฎร์บำรุงมาดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี เย็นได้พบผู้ช่วยศาสตราจารย์วัชรชัย อ.นุ วิริยะสุทธิวงศ์ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ติดตามผลงานซึ่งกันและกันทางเว็บไซด์มานานเพิ่งพบตัวจริงวันนี้ นับว่าเป็นประกายเทียนเล่มใหญ่ที่จะช่วยจุดประทีปทางปัญญาให้กับเยาวชนไทยไปอีกนาน อาจารย์นำทีมผู้จัดการศึกษาโดยครอบครัวมาติดต่อราชการที่กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา คงมีกิจกรรมการพัฒนาที่ต่อเนื่องกันอีกหลายกิจกรรม

วันอังคารที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๔ เช้าเดินทางไปโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี ร่วมพิธีเปิดการอบรมโครงการพัฒนาครูและผู้บริหารตามโครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบโดยมีนายอภิชาติ จีระวุฒิ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการอบรมและบรรยายพิเศษ เมื่อเข้าที่เข้าทางแล้วได้เดินทางไปเป็นประธานในการเปิดการอบรม โครงการเสริมสร้างผู้นำสุขภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ในจังหวัดปทุมธานี ณ ศูนย์ฝึกอบรมวิศวกรรมเกษตร ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี ซึ่งสำนักงาน สกสค.จังหวัดเป็นเจ้าภาพ เปิดแล้วก็ย้อนกลับมาส่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการที่โรงเรียนอนุบาลปทุมธานีอีกรอบ ส่งแขกแล้วกลับไปร้านอาหารกันเอง คลองบ้านพร้าว เพื่อเลี้ยงข้าว ผอ.ยิ่ง ทัศน์แก้ว สกสค.จังหวัดสระบุรี ผอ.นิเทศ บัวตูม สกสค.กรุงเทพมหานคร ในฐานะแขกผู้มาเยือน ภาคบ่ายประชุม อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามีประเด็นพิจารณามามากนัก หนักไปทางวิทยฐานะ บางวิชาได้กันน้อยตกกันมาก ที่ปรับปรุงก็มีหลายคน คณิตศาสตร์อนุมัติ ๔ ราย มีครูวันดี วิไลลักษณ์ รร.วัดเวฬุวัน ครูวันเพ็ญ ถนอมเงิน รร.สี่แยกบางเตย ครูปัทมาพร คัมภีระ รร.วันครู ๒๕๐๒ ครูอุดมศรี กุลวัฒโน รร.คลองลาดช้าง ตกไป ๙ ราย ภาษาไทยอนุมัติ ๙ ราย ครูชนิดา ศรีเมือง รร.วัดบางกุฎีทอง ครูนวลใจ รักษา รร.อนุบาลปทุมธานี ครูสัญญลักษณ์ ปรัชญเมธา รร.บางโพธิ์เหนือ ครูสุนทร เทศถนอม รร.ประถมศึกษาธรรมศาสตร์ ครูเบญจมาศ ครุฑนาม รร.ประถมศึกษาธรรมศาสตร์ ครูสุขประเสริฐ สถิตไชยนนท์ รร.วัดหงส์ปทุมาวาส ครูพัชนีวรินทร์ มีสมมนต์ รร.ไทยรัฐวิทยา ๖๙ ครูปัทมา ราษฎร์ดุษดี รร.อนุบาลปทุมธานี ครูบานเย็น ทศรฐ รร.วัดบางคูวัด ตกไป ๗ คน วิชาสังคมศึกษาฯ อนุมัติ ๔ ราย ครูธนิดา แผนสุพรรณ ครูกันทิตา บุญมี รร.คลองบางโพธฺิ์ ครูนันทวัน วงศ์อภัย รร.ชุมชนวัดบางขัน ครูจันทรา กุศลเหลือ รร.บุญคุ้มราษฎร์บำรุง วิชาศิลปะ ทัศนศิลป์ อนุมัติ ๑ ราย นายสุรศิษฏ์ เย็นฉ่ำ รร.ประถมศึกษาธรรมศาสตร์ ตกไป ๓ ราย นอกจากนั้นอนุมัติให้ปรับปรุงตามเวลาที่กำหนด คณิตศาสตร์ ๗ ราย ครูไฉน อมรโชติ รร.วัดเปรมประชากร ครูอุทัยวรรณ สงวนนาม รร.ชุมชนวัดเสด็จ ครูรุ่งทิวา คงปรีชา รร.วัดบางพูน ครูจิราพร พลาชัย รร.วัดหงส์ปทุมาวาส ครูดวงพร ว่องสุนทร รร.ประถมศึกษาธรรมศาสตร์ ครูพงศ์สรณ์ วัฒโนชานนท์ รร.วัดศิริจันทาราม ครูสุริยา แก้วลาย รร.วัดบ้านพร้าวใน ภาษาไทย ๑๔ ราย ครูกัญญรัตน์ สุชลจิต รร.อนุบาลปทุมธานี ครูโชษิตา ฟักแฟง รร.อนุบาลปทุมธานี ครูภาวิณี กล่อมดี รร.บุญคุ้มราษฎร์บำรุง ครูนิตยา วันดี รร.บ้ายบึง ครูพจนีย์ ลำใย รร.สว่างราษฎร์บำรุง ครูอุไรรัตน์ สกุลชีพ รร.วัดบางเดื่อ ครูนารี วรรณโชติ รร.วัดบางกุฎีทอง ครูศิริกาญจน์ ฮวดสามเสน รร.ปากคลองสอง ครูสุพรรณนิภา ทองมอญ รร.ประถมศึกษาธรรมศาสตร์ ครูชนะกิจ ศรีแจ่ม รร.วัดเชิงท่า ครูสมใจ เปรมปราณี รร.วัดไพร่ฟ้า ครูจุฑาทิพ เลยะกุล รร.วัดหงส์ปทุมาวาส ครูฉัฐมณฑน์ ภีมะโยธิน รร.วัดเทียนถวาย ครูธิดารัตน์ ปราชปิติ รร.ประถมศึกษาธรรมศาสตร์์ หมดวาระแล้วก็มีเรื่องอื่น ๆ ให้หารือกันต่อจนเย็น
วันพุธที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๔ เช้านัดหมายผู้บริหารโรงเรียนได้ประมาณ ๕๐ รายเดินทางไปแสดงความยินดีกับ ส.ส.สุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล ที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่บ้านพัก ก่อนเที่ยงเดินทางไปหาหมอที่คลินิกซอยจรัล ๗๕ เพราะต้องเดินทางไปต่างประเทศหนึ่งสัปดาห์ หมอสั่งยาให้ทาน ๑๐ วัน บ่ายกลับไปทำงานที่เขตต่อเป็นเรื่องเร่งด่วนทั้งหลาย นอกนั้น มอบผู้รักษาราชการแทนสั่งการไปตามที่เห็นสมควร

วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ ขับรถไปจอดไว้ที่ลานจอดรถวัดมกุฏกษัตริยาราม เดินลัดเลาะไปคุรุสภา เพื่อประชุมปฐมนิเทศตามโครงการกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์โดยการศึกษาดูงานต่างประเทศของผู้บริหารระดับสูง กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ร่วมกับธนาคารออมสิน ณ ห้องประชุมเทพหัสดิน ชั้นล่าง อาคารสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. มี ผอ.เขต รุ่นเดียวกันร่วมเดินทางครั้งนี้ ๖ - ๗ คน นอกนั้นเป็นรุ่นหนุ่มทั้งสิ้น ผู้บริหาร สกสค. ผู้แทนธนาคารออมสิน และบริษัททัวร์ร่วมกันชี้แจงรายละเอียดการเดินทางตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย นอกนั้นธนาคารยังบริการแลกเงินยูโรให้ด้วยในอัตรา ๔๓ บาท/๑ ยูโร แลกไป ๖๐๐ ยูโร ไว้ซื้อกาแฟทาน กลับบ้านพักอีกครั้งเพื่อเก็บกระเป๋า สะดวกหน่อยเพราะเขาอนุญาตให้มีผู้ติดตามได้ ๑ คน ชวนครูที่บ้านไปด้วยแต่ต้องจ่ายเงินเขาไป ๑ แสนบาท เต้ยมารับประมาณ ๑๘ นาฬิกา เพื่อไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ ฝนตกตลอดจึงทำให้รถติดตั้งแต่เมืองนนท์ไปจนถึงสุวรรณภูมิ ใช้เวลาเดินทาง ๓ ชั่วโมงพอดี เช็คอินโหลดกระเป๋าเรียบร้อยเข้าไปรอเครื่องที่ประตูที่ ๖ เดินทางโดยสายการบินไทยเที่ยวบิน TG ๙๒๐ รวมเพื่อนเดินทาง ๓๗ ท่าน มีทั้งพนักงานธนาคารออมสิน ผอ.เขต และผู้ติดตามอีก ๕ คน เป็นหัวหน้าทัวร์ ๒ คน นั่งรอจนเวลา ๒๓.๐๕ น. ขึ้นเครื่อง เวลา ๒๓.๔๕ น. เดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินเที่ยวนี้ลำใหญ่กว้างขวาง จุผู้โดยสารประมาณ ๓๕๐ คน หลังทานข้าวที่เขาเลี้ยงจึงทานยาแล้วก็หลับไปจนเขาปลุกขึ้นมาทานข้าวอีกครั้ง ดูเวลาที่ปรับตั้งเป็นเวลาท้องถิ่นเกือบ ๕ นาฬิกา อีกหนึ่งชั่วโมงก็ถึงที่หมายหลังใช้เวลาบินมานาน ๑๐ ชั่วโมงกว่า
วันศุกร์ที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๔ เวลา ๐๖.๐๐ น. ล้อแตะรันเวย์สนามบินเมืองแฟรงค์เฟิร์ท ประเทศเยอรมนี ผ่านพิธีเข้าเมืองตามระเบียบแล้วเดินมารับกระเป๋าออกไปที่รถโค้ชรออยู่ด้านหน้า อากาศค่อนข้างหนาว เมืองแฟรงค์เฟิร์ทเป็นเมืองสำคัญทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี เนื่องจากทำเลที่ตั้งเป็นชุมทางสำคัญของทางหลวง ทางรถไฟและสายการบิน มีตึกรามบ้านช่องทันสมัย รถพาพวกเราไปท่าเรือ ST.GOAR เพื่อล่องแม่น้ำไรน์ สองข้างถนนมีป่าไม้เรียงรายเขียวชอุ่ม ในที่ว่างเปล่าทั้งหลายยังเป็นป่าเป็นดงเหมือนเส้นทางเขาใหญ่ของเรา มีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก อาคารบ้านเรือนปลูกรองรับกับภูมิประเทศและธรรมชาติ ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๒ ชั่วโมงรถไต่ระดับลงไปด้านล่างที่เห็นเป็นแม่น้ำใหญ่ไหลคดเคี้ยวอยู่ในหุบเขา St Goar เป็นเมืองเล็ก ๆ ของประเทศเยอรมันนีที่เรียกว่าไรน์แลนด์พาลาทิเนต ตั้งอยู่บนแม่น้ำไรน์ในส่วนที่เรียกว่าช่องเขาไรน์และตั้งอยู่ระหว่างหุบ เขาเป็นเมืองคู่แฝดของ St. Goarhausen ตั้งอยู่ตรงข้ามแม่น้ำไรน์ใน East Bank เป็นเมืองที่รองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงฤดูร้อนเพื่อการซื้อหาของที่ระลึกจำพวกนาฬิกา Cuckoo, steins เบียร์, แก้วไวน์, โปสการ์ดภาพ, ช้อน, ตุ๊กตา, ตุ๊กตาหมีและที่สำคัญมีดและกรรไกรตราตุ๊กตาคู่ได้ชื่อว่าคมกริบที่สุดในโลก ลงเรือขนาดใหญ่มีทั้งชั้นล่างเป็นห้องกระจกติดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำจัดวางเก้าอี้แบบหรูหรา มีร้านกาแฟอยู่ท้ายเรือซึ่งรวมถึงการจำหน่ายเบียร์สดแบบเหยือกด้วย บนดาดฟ้ามีวางเก้าอี้ให้นั่งชมวิว แม่น้ำไรน์ไหลเชี่ยวมาก น้ำใสจนออกสีเขียวมรกต สองฝั่งมีไร่องุ่นและอาคารแบบเก่าปลูกสร้างอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะปราสาทขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนยอดเขาเหมือนในเทพนิยาย การบุกรุกที่สาธารณะใช่ว่าจะมีแต่เมืองไทย เมืองฝรั่งเขาก็ทำกันมานาน แต่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งดึงดูดเงินเข้าสู่ประเทศ ปราสาทเหล่านี้จัดเป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก ขึ้นจากเรือเดินเลียบแม่น้ำไปทานอาหารกลางวัน เป็นร้านขาหมูเยอรมัน ติดกับร้านอาหารเป็นร้านขายของที่ระลึกจำพวกมีด ที่ตัดเล็บ ตราตุ๊กตาคู่ พวงกุญแจ และสารพัดให้ซื้อหาได้เป็นปฐมฤกษ์ ขาหมูร้านนี้เขาเสิร์ฟคนละ ๑ ขา แม้ดูจะเอาเปรียบเราไปหน่อย พวกเราก็ไม่ค่อยย่อท้อ จะจำไว้ว่าขาหมูเยอรมันต้องกินคนละ ๑ ขา(ห้ามแย่ง)จึงจะอร่อยและอิ่มนาน บ่ายรถพาพวกเราเดินทางไปยังเมืองโคโลญจน์ (cologne) ที่ห่างไปประมาณ ๑๓๐ กม. ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองแฟรงค์เฟิร์ส สองข้างทางเป็นไร่องุ่นและทุ่งนาหรือทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่ หญ้าที่ตัดแล้วจะถูกม้วนกลมเหมือโดนัท เมืองโคโลญจน์เป็นเมืองใหญ่ของเยอรมันนีอยู่ทางเหนือติดแม่น้ำไรน์ก่อนไหลเข้าประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นเมืองที่มาของน้ำหอมชื่อคลาสสิกชื่อออติโคโลญจน์ ยี่ห้อ 4711 เพราะอยู่บ้านเลขที่ ๔๗๑๑ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิต และไปชมมหาวิหารโคโลญจน์ที่ทั้งใหญ่และสวยงาม ถนนด้านหน้าจะปูด้วยหินแผ่นเรียงเหมือนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ ไม่อนุญาตให้รถวิ่งผ่าน ถนนด้านหน้ามีรถไฟลากเป็นโบกี้ให้นักท่องเที่ยวนั่งชมเมือง มีทางลงไปชั้นใต้ดินต่อเนื่องไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน มหาวิหารโคโลญจน์เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ เป็นสถาปัตยกรรมนีโอ-กอธิคในช่วงศตวรรษที่ ๑๔ มีลักษณะยอดแหลมสองยอด มีเพดานที่สูงมาก มีห้องสวดมนต์หลายห้อง ผนังมีภาพวาดในกระจกที่สวยงาม ชมกันพอสมควรแล้วนั่งรถต่อไปที่เมืองอาเคน (Aachen) ซึ่งห่างออกไปประมาณ ๗๕ กิโลเมตรทางทิศตะวันตก เป็นเมืองเล็ก ๆ เงียบสงบ เข้าพักที่โรงแรม MERCURE AACHEN AM DOM เข้าที่พักแล้วเขาพาเดินขึ้นเนินไปทานข้าวที่ร้านพื้นเมือง เวลาท้องถิ่น ๒ ทุ่มแต่ยังเป็นกลางวันฟ้าแจ้งจางปาง กว่าจะมืดค่ำก็ต้อง ๔ ทุ่มไปแล้ว


วันเสาร์ที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรมชั้น ๒ เป็นอาหารฝรั่งอิ่มแล้วเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองอัมสเตอร์ดัม(Amsterdam) เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่อยู่ห่างไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ๒๓๐ กม. ของข้างทางเป็นทุ่งนาท้องไร่แบบชนบท บ้านเรือนแต่ละหลังอยู่ห่างกัน มีฝูงวัวฝูงแกะเลี้ยงไว้ทั่วไป ชนบทฝรั่งก็ไม่ได้แตกต่างไปจากชนบทไทย เว้นแต่นาน ๆ จะเห็นรถไฟฟ้าความเร็วสูงวิ่งขนานไปกับทางรถยนต์ ใบพัดกังหันลมขนาดใหญ่มีทั่วไปเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า รถจอดให้พวกเราเข้าห้องน้ำที่สถานีบริการน้ำมัน มีร้านขายของเหมือนเซเว่นอีเลฟเว่นบ้านเรา นั่งมองท้องทุ่งท้องนาที่มีลำคลองมากขึ้นมีกังหันลมให้เห็นเป็นระยะ ๆ เป็นเครื่องหมายบอกให้ทราบว่าถึงเนเธอร์แลนด์แล้ว เข้าชมหมู่บ้าน Zaanse Schans เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Zaan เป็นบ้านไม้สไตล์ฮอลแลนด์ มีกังหันลม ลำคลอง ในบ้านแต่ละหลังมีของที่ระลึกขายเต็มอัตราศึก เดินวนได้รอบเล็ก ๆ ก็กลับไปขึ้นรถ เขาพาเข้าเมือง Amsterdam ไปทานข้าวที่ภัตตาคาร Asiadam จากนั้นเขาพาดูไปการเจียรนัยเพชร มีคนไทยที่ทำงานร้านนี้ชื่อคุณปุกช่วยอธิบาย ลงมาดูราคามีหลักหมื่น หลักแสนและหลักล้าน กลัวเป็นภาระจึงไม่ได้ซื้อ ฝนตกพรำ ๆ เขาพาไปลงเรือชมเมือง Amsterdam เป็นเรือที่มีหน้าต่างและหลังคาเป็นกระจกคลุมทั้งลำ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมเมือง ๓๖๐ องศา เรือพาวนไปปากอ่าวแล้วเข้าลำคลองต่าง ๆ ประมาณ ๑ ชั่วโมงจึงครบรอบ เขาพาไปกินร้านเดิมเป็นอาหารเย็น ก่อนเข้าที่พักโรงแรม HILLTON AMSTERDAM ซึ่งอยู่ชานกรุงออกไปประมาณ ๕ กม.


วันอาทิตย์ที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๔ ทานอาหารเช้าที่โรงแรมแล้วเดินทางไปโรงงานเจียรนัยเพชรที่ไปเมื่อวาน เพราะวันนี้อาจารย์มหาวิทยาลัยจะมาให้รายละเอียดเกี่ยวกับสวัสดิการและสวัสดิภาพครูของเนเธอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นวันหยุดจึงขอใช้ห้องประชุมของร้านเพชรเป็นที่บรรยาย เก็บความได้ว่า ในฮอลแลนด์ ครูที่สอนเต็มเวลาทำการสอน ๑๖๕๙ ชั่วโมงต่อปี หรือ ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เขาไม่ได้ใช้เวลาสำหรับสอนทั้งหมด แต่ใช้เวลาส่วนหนึ่งประมาณ ๑๐- ๑๔ ชั่วโมงสำหรับการเตรียมการสอน ตรวจการบ้าน พัฒนาสื่อการเรียนการสอน ปฏิบัติงานอื่น ๆ สร้างแบบทดสอบ ร่วมการประชุมของโรงเรียน ให้คำปรึกษาแนะนำนักเรียนและผู้ปกครอง ขึ้นอยู่กับชนิดของโรงเรียนที่เขาสอน เพื่อที่จะได้รับการบรรจุเป็นครู ครูจะต้องมีใบอนุญาตซึ่งจะรับรองความเป็นครูที่ดีได้ ครูประถมศึกษาสอนได้ทุกวิชา สำหรับการควบคุมชั้นเรียน ๓๐ - ๓๔ คนของนักเรียนในปีการศึกษานั้น เวลาทำการของโรงเรียนเริ่ม ๐๘.๓๐ น. - ๑๒.๑๕ น. (พักกลางวัน) เวลา ๑๓.๓๐ น. - ๑๕.๓๐ น. เป็นงานอื่น ๆ ของครูนอกการเรียนการสอน ครูประถมศึกษาต้องเรียนในวิทยาลัยครูสำหรับการประถมศึกษา ๔ ปี เขาจะเรียนรู้ที่จะสอนวิชาต่าง ๆ ทั้งภาษาดัทช์ คณิตศาสตร์ การเขียน การอ่าน ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ การวาดเขียน การร้องเพลง จิตวิทยาการศึกษา การฝีมือ และอื่น ๆ ระหว่างเรียนจะต้องไปฝึกสอนในโรงเรียนประถมศึกษา ๑ วันต่อสัปดาห์ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีสอน และในปีสุดท้ายเขาต้องฝึกสอน ๕ เดือนและได้รับเงินเดือนเหมือนครูในการช่วงฝึกสอนนี้ด้วย สำหรับครูที่สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษา วิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัย มักจะสอนเพียงวิชาเดียว สำหรับผู้เรียน ๒๕ - ๖๐ คน หรืออาจมากกว่า ขึ้นอยู่กับประเภทโรงเรียนที่เขาทำงาน ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยครูหรือมหาวิทยาลัย การเรียนนี้ใช้เวลาเพียง ๔ ปีซึ่งรวมถึงการฝึกงานในโรงเรียนและวิทยาลัยแล้ว การจัดคาบการเรียนในโรงเรียนหรือวิทยาลัยจัดคาบละ ๕๐ นาที และมีการหมุนเวียนกลุ่มนักเรียนทุก ๕๐ นาที การจัดเวลาในโดยเฉลี่ยต่อวัน ๐๘.๓๐ - ๑๐.๑๐ # coffee break # ๑๐.๒๕ - ๑๒.๐๕ # lunch break # ๑๒.๕๕ - ๑๔.๓๕ # tea break # ๑๔.๕๐-๑๖.๓๐ ครูทุกคนในโรงเรียนของรัฐและวิทยาลัย/มหาวิทยาลัย เป็นลูกจ้างของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์และถือว่าเป็นข้าราชการพลเรือน การจ้างงานระดับเงินเดือนขึ้นอยู่ประเภทของงาน จำนวนปีในการรับราชการ หน้าที่ความรับผิดชอบและประเภทของโรงเรียน (อัตราแลกเปลี่ยน Euro- Thai Baht =€ 1,000 = 42,441 baht € 5,000 = 212,205 baht )
รายได้ของครูต่อเดือนโดยเฉลี่ยจำแนกได้ดังนี้
(๑) ครูในโรงเรียนประถมศึกษา เริ่ม € 2,270 ถึง € 3,600 ต่อเดือน
(๒)ครูในโรงเรียนมัธยมศึกษา เริ่ม € 2,445 ถึง € 4,100
(๓) ครูระดับมหาวิทยาลัยที่สอนศึกษาศาสตร์ประยุกต์ €3,170 ถึง €4,360
(๔) ผู้บริหารระดับมหาวิทยาลัย €4,450 ถึง €5,950
แม้รายได้จะสูงแต่จะถูกหักภาษีเข้ารัฐ ร้อยละ ๓๕ เข้ากองทุนสงเคราะห์ครู ร้อยละ ๖.๕ ซึ่งส่วนนี้รัฐจะสมทบอีกร้อยละ ๑๕.๓ ซึ่งสามารถเบิกจ่ายได้หลังอายุ ๔๐ ปี หากตกงานครูจะได้รับเงินเดือนระหว่างตกงานจากรัฐร้อยละ ๗๐ ของเงินเดือน เดือนสุดท้าย ทุกคนต้องจ่ายภาษี และค่าประกันสังคมตามสัดส่วนอัตราเงินเดือนที่ได้รับ สรุปแล้วครูก็เหลือเงินสุทธิไม่มาก เฉลี่ยประมาณร้อยละ ๔๐ ของเงินเดือน พวกเราถามถึงหนี้สินครูเขาบอกว่าครูของเขาไม่มีหนี้สิน โรงเรียนกวดวิชาก็ไม่มีเพราะไม่ซีเรียสในการเรียน นักเรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความถนัด รัฐอุดหนุนเรียนฟรีอายุ ๔ - ๑๖ ปี เฉพาะโรงเรียนรัฐบาลและเขตบริการที่กำหนด ใครทำตามกติกาก็ไม่อุดหนุน ฟังวิทยากรอธิบายจบลงมาดูเพชรพลอย แหวน นาฬิกากันอีกรอบ เที่ยงไปทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารจีนกลางน้ำชื่อ SEA PALACE อิ่มแล้วเดินออกมาถ่ายภาพอาคารต่าง ๆ เพื่อรอพรรคพวก ขึ้นรถเดินทางไปยังเมืองบรูจจ์ (BRUGGE) ของประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งอยู่ลงไปทางใต้ประมาณ ๒๗๐ กม. สองข้างทางเป็นท้องไร่ท้องนา บ้านเรือนสวยงามแบบยุโรป รถพาลัดเลาะไปในชนบทเพื่อเป็นทางลัดสู่ตัวเมืองที่มีอาคาร บ้าน โบสถ์ ถนนหนทางสะอาดสวยงาม ไปพักที่โรงแรม NH BRUGGE เก็บสัมภาระเสร็จ เดินเท้าเข้าตัวเมืองเพราะรถขนาดใหญ่ไม่สามารถผ่านไปได้ มีรถม้าวิ่งรับส่งผู้โดยสาร เดินไปประมาณ ๓ กม. ก็มีลานกว้างหน้าโบสถ์ Belfort Enhallen มีหอคอยสูง รับประทานอาหารเย็นกันที่ภัตตาคารพื้นเมืองชื่อ LE PANIER D'OR เขาสั่งหอยแมลงภู่อบมาให้กิน ไม่อร่อยอะไร อิ่มแล้วเดินกลับออกไปที่พักในระยะทางคงเดิม มีร้านค้าน่าสนใจหลายแห่ง แต่ปิดกันเร็วเหลือเกิน พรุ่งนี้มีรายการเข้ามาเส้นทางนี้อีกรอบ โรงแรมที่พักเหมือนโรงเตี๊ยม ถนนด้านหน้าสวยงามทั้งอาคารและตัวถนน


วันจันทร์ที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ ทานอาหารเช้าที่โรงแรมแบบฝรั่ง อิ่มแล้วเดินซ้ำรอยเมื่อวานเข้าไปในเมือง วันนี้มีมัคคุเทศก์ชาวเบลเยี่ยมนำชมตัวเมืองเก่า โบสถ์ ท่าเรือ ตามเส้นทางจะมีร้านค้าขายของที่ระลึกเปิดอยู่บ้าง แต่ร้านส่วนใหญ่ปิดเพราะเป็นวันสำคัญทางศาสนา เขาพากันล่องเรือ ไม่ได้ลงไปกับเขาเพราะเป็นเรือเล็ก แถมเหนื่อยกับการเดินเท้าเต็มที จึงแยกวงลัดเลาะไปสู่ถนนสายหลัก ชมร้านค้าเผื่อจะเปิดบ้าง ก็ไม่มีร้านไหนเปิด มีแต่ร้านคาร์ฟูเอ็กเพรส เข้าไปดูของราคาไม่แพงแต่สินค้าไม่น่าสนใจ กลับมานั่งรอรถที่โรงแรมเดิมเพื่อเดินทางต่อเข้ากรุงบรัสเซลล์ (BRUSSELS) ของเบลเยี่ยมซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกประมาณ ๑๐๐ กม. มีฝนตกตลอดเส้นทาง มีกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าเรียงรายให้เห็นในทุ่งนา ถึงกรุงบรัสเซลล์เขาพาไปทานอาหารที่ร้านอาหารจีน CHAO CHOW CITY อิ่มแล้วพากันเดินไปจตุรัสกร็องค์ ปราช (THE MEDIEVAL GRAND PLACE) คนเดินกันมากเหมือนประตูน้ำบ้านเรา มีร้านจำหน่ายขนมและของที่ระลึก เวลาให้เที่ยวชมยาวนานจนต้องมานั่งกันที่ขอบลานหิน เกือบ ๖ โมงเย็นทัวร์มารับไปทานข้าวที่ร้านอาหารจีนชื่อ SHANGHAI ที่อยู่ในซอยใกล้ ๆ อิ่มแล้วพาเดินลัดเลาะมาถนนสายหลักรอรถมารับ พาไปเข้าที่พักโรงแรม HITTON BRUSSELS CITY ที่อยู่ชานเมืองท่ามกลางสายฝน คงไม่มีใครอยากออกไปไหนอีก ทั้งที่ทัวร์นัดหมายจะพาท่องราตรี
วันอังคารที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๔ ทานอาหารเช้าที่โรงแรม เป็นการเดินทางไกลอีกวันหนึ่งเพื่อลงใต้มุ่งหน้าสู่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระยะทาง ๓๑๐ กม. ก่อนออกจากเมืองหลวงของเบลเยี่ยมรถพาไปถ่ายภาพกับอะตอมเมี่ยม (THE ATOMIUM) ซึ่งเป็นปติมากรรมรูปอะตอมยักษ์ เป็นสัญลักษณ์การรวมตัวกันครั้งแรกของกลุ่มประเทศในยุโรปเมื่อปี ค.ศ.๑๙๕๙ เส้นทางบรัสเซลล์-ปารีสก็เป็นไร่นาขนาดใหญ่ ที่รู้จักคงจะเป็นข้าวโพด พอจะเข้าเขตเมืองหลวง รถก็ติดเหมือนกัน ผ่านสนามบินนานาชาติ LE BOURGET AIRPORT ที่เราจะต้องมาขึ้นเครื่องกลับเมืองไทยในวันพรุ่งนี้ รถพาลอดอุโมงค์หลายแห่งจนมาจอดตรงข้ามกับหอไฮเฟลให้พวกเราเดินเท้าไปประมาณ ๑ กม.เพื่อรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารไทย AUX 3 NAGAS หรือเรียกภาษาไทยว่า ร้านสามพญานาค เป็นอาหารไทยรสดีที่สุดสำหรับการเดินทางทริปนี้ อิ่มแล้วต้องเดินกลับไปขึ้นรถอีก ๑ กม. รถพาวนไปถ่ายภาพคู่กับหอไฮเฟลในสนามโรงเรียนนายร้อย จากนั้นพาไปชมร้านน้ำหอมของปารีส มีมากมายหลายชนิดราคาแพงบ้างถูกบ้าง หลายคนซื้อกัน หมดเวลาเขาก็พาไปชมประตูชัยของพระเจ้านโปเลียน อาร์ค เดอทริออม ถนนเซลิเซ เห็นอาคารต่าง ๆ ของปารีสล้วนใหญ่โต แข็งแรง ถนนหนทางไม่สะอาดเหมือนบลเยี่ยม เพราะมีก้นบุหรี่อยู่ทุกหนทุกแห่ง เขาพาไปนั่งเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่ย้ำแซน พาไปทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร CHEZ EDOUARD ทัวร์บอกว่าเป็นอาหารฝรั่งเพียง ๓ ชุด/คน รถพาไปพักที่เมืองใหม่ โรงแรม PULLMAN PARIS LA DEFENSE ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำแซน


วันพุธที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๔ เช้าทานอาหารที่โรงแรม ออกไปเดินเล่นหน้าโรงแรม มีบันไดเลื่อนขึ้นลงไปสถานีรถไฟฟ้า ลองขึ้นไปดูเพื่อถ่ายภาพไว้ที่เป็นระลึก กลับลงมาขึ้นรถเดินทางไปชมพระราชวังแวร์ซายส์ (Varsailles) เดินผ่านถนนที่ปูด้วยหินก้อนขนาดย่อมขึ้นไปจนถึงประตูทางเข้า มีคนเข้าคิวกันมาก เมื่อเข้าไปในอาคารต้องขึ้นบันไดไปชั้นที่ ๒ เพื่อชมห้องวิจิตรพิสดารที่ตบแต่งงดงามยิ่งนัก ใช้เวลาชมประมาณ ๑ ชั่วโมงจึงมาออกประตูอีกด้านหนึ่ง มาจับภาพด้านหน้าเป็นที่ระลึก กลับไปทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารไทยสามพญานาคเมื่อวานอีกมื้อหนึ่ง บ่ายเป็นภาคพาณิชย์เขาพาไปปล่อยให้ซื้อของที่ห้างแกลลอรี ลาฟาแยต (Galeries lafayette) เดินดูสินค้าทั้ง ๓ ตึก ตึกแรกคือลาฟาแยตตึกโดม เป็นสินค้าสุภาพสตรีเป็นส่วนใหญ่ ตึกลาฟาแยตสุภาพบุรุษ และลาฟาแยตของใช้ในบ้าน ใช้เวลากันจน ๑๖ นาฬิกา จึงเดินทางไปสนามบิน เช็คอิน ขอภาษีคืน เดินเข้าไปรอที่ประตู ๔๖ เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ เครื่องออกจากปารีส ๒๑ นาฬิกาของวันพุธที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๔ เวลาฝรั่งเศส มาถึงสุวรรณภูมิเวลา ๑๓.๓๐ น. วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๔ เวลาไทย เต้ยมารับไปส่งถึงบ้านพักก็เลิกงานพอดี จบการเดินทางที่แสนเหน็ดเหนื่อยที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต


วันศุกร์ที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๔ เข้าสำนักงานพบปะกับแขกที่มาคอยพบ ๒ - ๓ คน จากนั้นเดินทางไปโรงเรียนขจรทรัพย์อำรุง เพื่อเยี่ยมชมการแข่งขันทักษะในกลุ่มเครือข่าย เช้าท่านรองฯ สุรบัญชา วิชิตพันธ์ มาเป็นประธานเปิดงานไปแล้ว นั่งชมการแสดงของนักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ ด้วยความชื่นชมในความสามารถ มีโอกาสได้เดินดูนิทรรศการและผลงานโรงเรียนจนครบถ้วน เที่ยงโรงเรียนเขาเลี้ยงอาหารจานโปรดทั้งหลายรวมทั้งผู้บริหารโรงเรียนในกลุ่มที่มาร่วมงานวันนี้ ความเหนื่อยจากการเดินทางทำให้ทานอาหารแบบกลืนไม่เข้าแต่ก็คายไม่ออก บ่ายคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนแห่งหนึ่งมาพบเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความขัดแย้งในโรงเรียน รับปากจะให้ความเป็นธรรมและแก้ปัญหาโดยเร็ว บ่ายประชุมคณะกรรมการจัดแข่งขันทักษะทางวิชาการระดับเขตพื้นที่การศึกษา ท่านรองฯมานะ พุ่มบัว เป็นแม่งานสานต่อไว้เกือบจบแล้ว เพียงสรุปประเด็นปัญหาที่สำคัญก็ได้ข้อยุติ คงไม่ขลุกขลักเหมือนปีที่ผ่านมา กลับบ้านพักเพื่อเตรียมตัวไปเรียนกฎหมายปกครองในวันพรุ่งนี้และมะรืน หลังจากที่ลาไปหนึ่งอาทิตย์
กำจัด คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑
สวัสดีค่ะ ท่าน ผอ.
ไปดูงานยุโรป สนุก และเหนื่อยมั๊ยค่ะ ดูจากรูปแล้วคงไม่หนาวมาก อากาศสบาย ๆ ลงภาพให้ดูน้อยไป อยากเห็นภาพถ่ายเยอะ ๆ
มีเวลาจะเพิ่มภาพสวย ๆ ให้ตามที่ขอ 24-31 สิงหาคม2554นี้ ขออนุญาตเดินทางไปราชการที่สหรัฐอเมริกาก่อนนะครับ
ไปยุโรป สนุกไหมคะ ดีใจจังค่ะ ผู้บริหารได้ไปดูงาน จะได้นำกลับมาฝากลูกน้อง อย่างน้อยก็ได้เห็นรูปสวย ๆ อย่าลืมนำรูปที่อเมริกามาฝากให้ดูด้วยนะคะ ฝากบอกน้องแน่งน้อยด้วยนะคะ คิดถึงตลอดเวลาค่ะ
เพลินกับภาพและบรรยากาศสวยๆงามๆและเรื่องสนุกที่ท่านผอ.ได้กรุณานำประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟังอ่านได้อย่างไม่รู้เบื่อก็ขอสมัครเป็นแฟนคลับด้วยนะคะอยากให้ท่านลงภาพเพิ่มอีกนะคะเพราะว่าถ่ายได้สวยมากค่ะ