การเดินทางยาวไกลของเม็ดยางจากนครศรีธรรมราชมาถึงบ้านสวนโสภณจนได้

เป็นความปรารถนาของคนปลูกต้นไม้คนหนึ่งว่า อยากจะปลูกต้นยาง เพราะเขาลือกันว่า เป็นไม้มีราคา ใช่ ผมไม่เคยรู้จักยางพาราดีนัก แต่เพราะข่าวในทางของต้นยาง ทำให้ผมไหลไปตามกระแสของสังคม และของโลก แต่ในเมื่อ ชอบปลูกต้นไม้ ต้นอะไรก็อยากให้มีในไร่ของเรา ยิ่งมากชนิดยิ่งดี อุปสรรคนิดหน่อยคือทำอย่างไร ให้ราคาต่ำหน่อย ไม่อย่างนั้น ไม่เหลือเงินไว้ทำหน้าที่อย่างอื่น

 

เพื่อนหลายคนถามผมว่า ที่ไร่ปลูกต้นอะไร ตอบว่า ปลูกต้นไม้ แล้วปลูกต้นอะไร อ้าว ก็ต้นไม้ไง คราวก็คุยกันยาว ความเข้าใจของคนทั่วไปคือ เมื่อปลูกอะไร ก็จะปลูกพันธุ์เดียวกันเป็นจำนวนมาก แต่ผมกับผิดไป อยากให้มีต้นไม้ทุกต้นที่มีอยู่บนโลกนี้ มีอยู่ในไร่ของเรา (ความโลภ) 

 

วันก่อนพบน้องสุภาภรณ์ อ.ประจำสาขาการจัดการ แค่คุยกันเรื่องเม็ดยางพารา น้องสุ รับปากว่าจะลองดูที่บ้านให้ หลังวันแม่ผ่านไป เช้าวันนั้นน้องสุเดินยิ้ม (อย่างเคย) มาที่ห้องพัก แล้วยื่นถุงให้โดยไม่บอกกล่าว จนต้องถามว่าเอาอะไรมาให้ เธอตอบแบบง่ายๆ ว่า ยางไง ยางพารา ผมกล่าวคำขอบคุณ ด้วยความยินดี ช่างรู้ใจจริงๆ นะน้อง คาดว่าน้ำหนักราวหนึ่ง กิโลกรัม ราว 50 เม็ดกระมัง

 

นึกขึ้นได้ว่าควรบันทึกภาพไว้ด้วย เพื่อเป็นประวัติศาสตร์ของบ้านสวนโสภณ ต่อไปในอนาคตอันยาวไกล และไม่แน่นอน 




นี่ครับอาจารย์สาวผิวเข้มจากนครศรีธรรมราช ผู้ใจดีนำเม็ดยางพารา      ชุดแรกมาให้ทดลองปลูกดูซิว่า จะรอดหรือไม่

 


 นี่ครับถุงบรรจุเม็ดยาง สีแดงแรงฤทธิ์ น่ารักเชียว



ลองเทออกมาดูซิว่ามีอยู่กี่เม็ด เมื่อเพาะแล้วจะรอดสักเท่าไร

ส่วนเม็ดใหญ่นั่น มีสามแฉกคล้ายจาวตาลเลยครับ


ลองนำปากกาวางไว้เพื่อเปรียบเทียบขนาดดูว่า เวลาถ่ายภาพออกมาแล้วจะมีขนาดต่างไปจากเดิมเท่าไร



แต่ละเม็ดเรียบมันสวยงาม สีคล้ายเม็ดละหุ่ง แต่ว่ากลมกว่ากันมาก













และนี่นำภาพสาวน้อย อาจารย์สุภาภรณ์ มาให้ชมกันอีกภาพก่อนจบรายการ