การตัวใหญ่มันไม่สมดุลกับธรรมชาติเมืองร้อน ซึ่งผมเชื่อว่าในระยะยาวความไม่สมดุลที่เราจงใจสร้างขึ้นมานี้จะนำโรคแปลกๆมาให้มากมาย

คิดกระตุก..สุขภาพไทย (๕) :โรคร้ายอันเนื่องจากการตัวใหญ่ขึ้นของคนไทย

 

ผมทำนายว่าคนไทยในอนาคตอันใกล้ ประมาณ 20 ปีจากนี้จะมีมากมหาศาลกว่าในอดีต

 

นอกจากจะมาจากการดื่มน้ำมากเกินไป กินแคลอรี่ ไขมัน มากเกินไป แป้งน้อยเกินไป  รวมทั้งนม (วัว) แล้ว ยังมาจากเรื่องที่ผมเชื่อว่าไม่มีใครเคยคิดมาก่อน

 

นั่นคือเรื่องความตัวใหญ่ของคนไทย..ที่ถ้าอัตราการใหญ่ขึ้นมีแนวโน้มเหมือน 20 ปีที่ผ่านมารับรองได้ว่าใน 20 ปีข้างหน้าคนไทยจะมีร่างกายสูงใหญ่กว่าฝรั่ง

 สมัยผมเป็นหนุ่มชายไทยสูงเฉลี่ยที่ 165 ซม. ผมสูง 168 ก็นับว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ย แต่วันนี้ผมเดินในหมู่นศ. กลายเป็นคนแคระไปแล้ว เดี๋ยวนี้หานศ.สูง 185 ไม่ยากเลย ซึ่งใครสูงขนาดนี้สมัยก่อนเราเรียกไอ้ยักษ์แน่ๆ

 และที่เราโตใหญ่กันแบบนี้ก็เป็นเพราะพ่อแม่ โดยการส่งเสริมของรัฐบาล ต่างส่งเสริมให้เด็กไทยตัวใหญ่  จะได้มี “สง่า” เหมือนฝรั่ง เลยสั่งให้กินนม กินแครอท เสต็ก บร็อคคอลลี่ กันใหญ่

 

ผมวิเคราะห์ในเชิงวิศวกรรมศาสตร์แล้วว่าเมืองร้อนแบบไทยเรานั้นคนควรตัวเล็กกว่า ส่วนคนในเมืองหนาวควรตัวใหญ่กว่า  ที่ใช้คำว่า “กว่า” นั้นเป็นการพูดเชิงสัมพัทธ์นะครับ ไม่ใช่สัมบูรณ์ว่าเล็กหรือใหญ่ขนาดไหน

 เหตุผลมันเกี่ยวกับเรื่องสัดส่วน ซึ่งสัมพันธ์กับการถ่ายเทความร้อน คนตัวใหญ่จะมีพื้นที่ผิวต่อปริมาตรร่างกายน้อยกว่าคนตัวเล็ก ทำให้ถ่ายเทความร้อนยากกว่า   (กฎเรขาคณิตที่เราทุกคนเรียนมาแล้ว เช่น ลูกฟุตบอลที่ใหญ่กว่านั้นมีพื้นที่ผิวน้อยกว่าลูกปิงปองนะครับ ..ถ้าคิดให้ดีในเชิงสัมพัทธ์..คือ พื้นที่ผิวต่อหน่วยปริมาตร) 

 ปริมาณการผลิตความร้อนในร่างกายนั้นแปรผันโดยตรงกับปริมาตรร่างกายซึ่งเป็นสัดส่วนโดยตรงกับความสูงยกกำลังสาม  ส่วนการถ่ายเทความร้อนนั้นแปรผันโดยตรงกับพื้นที่ผิวร่างกายซึ่งเป็นสัดส่วนโดยตรงกับความสูงยกกำลังสอง ...ดังนั้นเด็กสูง 50 ซม. แล้วโตขึ้นเป็นสูง 1 เมตร (สองเท่า ) พื้นที่ผิวเขาจะลดลง 2 เท่า เมื่อคิดต่อปริมาตร  (สองยกกำลังสอง หารด้วย สองยกกำลังสาม )

 

วรรคข้างบนนี้ ผมคิดเองนะครับ ไม่ได้ลอกฝรั่งมา  ผมเชื่อว่าไม่ผิด ...และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมฝรั่งเขาจึงวิวัฒน์ไปในทางตัวใหญ่มากขึ้น เพราะเขาอยู่เมืองหนาวนั่นเอง ...ตอนนี้ผมกำลังทำวิจัยเล่นๆ ว่ามันเกิดเพี้ยนอะไรที่อัฟริกันเมืองร้อนจึงวิวัฒน์ไปทางตัวใหญ่ (สงสัยว่ามีปัจจัยแทรกซ้อนเช่น สงคราม)  ผมเล็งไว้ในใจว่าพวกนี้ต้องโรคมากแน่นอน อาจยกเว้นเคนยา ซึ่งเป็นอัฟริกันพันธุ์เล็ก ...เดาเอา เพราะเห็นพวกเคนยาตัวเล็กๆวิ่งมาราธอนเป็นแชมป์โลกตลอดกาล ...ไปเปิดดูข้อมูลองค์กรอนามัยโลก ...โป๊ะเชะ...คนอัฟริกันชาติตัวใหญ่อายุเฉลี่ยสั้นมาก แต่เคนยาอยู่ในอันดับดีต้นๆ ของอัฟริกา  ทั้งที่ยากจนพอกัน

 ถ้าร่างกายภายในดำรงอุณหภูมิไว้ที่ 37 องศา  เมื่อตัวใหญ่ พื้นที่ผิวลดลง ก็ถ่ายเทความร้อนยาก  ดังนั้นอุณหภิมที่ผิวหนังจะสูงขึ้นกว่าปกติ  เมื่อถ่ายไม่ออกกลไกของร่างกายก็เลยขับเหงื่อออกมาเพื่อช่วยในการทำให้เกิดการระเหยเหงื่อเพื่อช่วยระบายความร้อน (เดาเอาตามประสาวิศวะนะครับ จะตรงกับหลักวิชาของหมอเขาไหมเอ่ย)

 

 

นี่แหละครับจะทำให้การตัวใหญ่มันไม่สมดุลกับธรรมชาติเมืองร้อน ซึ่งผมเชื่อว่าในระยะยาวความไม่สมดุลที่เราจงใจสร้างขึ้นมานี้จะนำโรคแปลกๆมาให้มากมาย วงการหมอน่าจะคิดทำวิจัยล่วงหน้าเผื่อไว้กันบ้าง แล้วช่วยปรามกันหน่อยว่าอย่าเห่อเหิมเรื่องตัวใหญ่กันนักเลย มันดีตรงไหน นอกจากเปลืองเสื้อผ้า หนักรถ (เปลืองน้ำมัน) เปลืองที่อยู่ เปลืองอาหาร 

 

พอออกรบกับเขมรก็เป็นเป้าใหญ่ (เออ..ดีไปอย่าง..ช่วยประหยัดกระสุน ไม่ต้องยิงหลายนัดก็ยิงถูกแล้ว)

 

แต่ถ้าตัวใหญ่ตามเผ่าพันธุ์ก็ไม่ว่ากัน  จีนส์เขาคงคัดสรรพันธ์ไว้แล้ว มันจะลำบากกับพวกที่ตัวใหญ่เทียม ที่อัดสารอาหารเกินขอบเขตนี่และ ส่วนพวกเกิดมาตัวเล็กก็ไม่ต้องน้อยใจคิดเป็นปมด้อยหรอกนะครับ เพราะมีข้อได้เปรียบเรื่องการระบายความร้อนดังว่ามาแล้ว

 

สังเกตดูคนตัวเล็กมักฉลาด อาจเป็นเพราะตอนเด็กๆ ถูกรังแกทางร่างกายมามาก  เลยกระตุ้นให้สมองคิดหาทางปกป้องรักษาตนเอง จนสมองแข็งแรงกว่าปกติ เช่น เติ้งเสี่ยวผิง ลีกวนยิว ไอน์ไสตน์ และ วูดดี้อัลเลน (ผู้กำกับหนังและละครเวทีบรอดเวย์)

 

...ทวิช จิตรสมบูรณ์ (๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๔)