ผมได้รับคำถามมาจากท่านผู้อ่านท่านหนึ่ง ซึ่งถามมาว่า “ถ้าเจอกับหัวหน้างานที่ไม่ดี ในฐานะที่เราเป็นลูกน้องคนหนึ่งเราควรจะทำอย่างไร” ผมคิดว่าเป็นคำถามที่ตอบยากมากเลยนะครับ สิ่งที่ผมถามตัวเองในใจก็คือ หัวหน้าของเราไม่ดีจริงๆ หรือว่า เรารู้สึกว่าหัวหน้าของเราไม่ดี
ลองมาดูในประเด็นหลังก่อนดีกว่า ก็คือประเด็นที่เรารู้สึกว่าหัวหน้าของเราไม่ดีเลย ประเด็นนี้โดยมากจะมาจากความรู้สึกของตัวเราเอง เรารู้สึก และเราคิดไปเองว่าหัวหน้าเราไม่ดี สาเหตุก็คือ หัวหน้าไม่ทำตามใจเรา หัวหน้าไม่เคยที่จะมองในมุมของเรา
ผมเคยได้ยินลูกค้าที่เป็นระดับพนักงานคนนึงบ่นให้ฟังว่าหัวหน้างานของเขานั้นมีปัญหามาก เอาแต่เรื่องงาน เรื่องคนไม่เคยที่จะสนใจเลย เอาแต่สั่งงาน ตามงาน เจอที่ไรก็ตามงานทุกที พอผมได้มีโอกาสพูดคุยกับหัวหน้างานคนนั้นจริงๆ ผมกลับรู้สึกตรงกันข้าม ก็คือ ผมคิดว่าจากเรื่องราวต่างๆ ที่เขาเล่าให้ฟังนั้น ผมคิดว่าหัวหน้างานคนนี้เป็นคนที่เน้นทั้งเรื่องงานและเรื่องคน และน่าจะเป็นหัวหน้างานที่ดีคนหนึ่งเลยทีเดียว
จากนั้นผมก็ยังไม่เชื่อตัวเองนะครับ ก็เลยไปคุยกับพนักงานอีกหลายคนในทีมเดียวกันที่มีหัวหน้างานคนนั้นเป็นคนดูแลอยู่ ปรากฎว่าทุกคนในทีมงาน (ยกเว้นคนแรกข้างต้น) ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หัวหน้างานของเขานั้นเป็นคนที่มีความยุติธรรมมาก ไม่เลือกปฏิบัติ และพยายามที่จะพัฒนาลูกน้องแต่ละคนให้มีความสามารถมากขึ้นอยู่เสมอ
คราวนี้ก็ถึงคราวที่ผมต้องมานั่งพิจารณาแล้วว่า แล้วทำไมพนักงานคนแรกถึงตำหนิและว่ากล่าวหัวหน้าของตนเองว่าเป็นหัวหน้างานที่ไม่ดีเลย ทั้งๆ ที่พนักงานที่เหลืออีกกว่าสิบคน บอกด้วยความมั่นใจว่าหัวหน้าของตนเป็นหัวหน้าที่ดีมาก จากการสืบสวนและสอบถามรายละเอียด (ซึ่งผมไม่เล่านะครับว่าหามาได้อย่างไร) ผลก็ปรากฎชัดเจนว่า พนักงานคนนั้นเป็นพนักงานที่มีปัญหาในเรื่องของการทำงานมาตลอด และมีผลงานที่อยู่ในเกณฑ์ไม่ดีมากว่า 5 ปีแล้ว
สิ่งที่หัวหน้างานของเขากำลังทำก็คือ การมอบหมายงานในสิ่งที่พนักงานพอจะทำได้ และพยายามสอนงานอย่างใกล้ชิดเพื่อให้พนักงานเกิดทักษะและได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะทำให้ผลงานของพนักงานคนนั้นดีขึ้น แต่สิ่งที่พนักงานคนนั้นมองกลับกลายเป็นตรงกันข้ามไปทั้งหมด มองว่าหัวหน้างานไม่ยุติธรรม ไม่เห็นใจเขา ไม่สนใจเขา และสุดท้ายก็คือไม่เข้าใจเขาเลย ทั้งๆ ที่เขาก็พยายามทำงานอย่างเต็มที่
ในกรณีข้างต้นท่านคิดว่า พนักงาน หรือหัวหน้างานกันแน่ที่มีปัญหา
คนเราทุกคนมักจะมองตนเองว่าเป็นคนที่ดี และเหนือกว่าคนอื่นอยู่เสมอ ด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้คนเรามักจะกล่าวโทษคนอื่นว่าไม่ดีอย่างโน้นไม่ดีอย่างนี้ เราดีกว่าเยอะ และสามารถวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นได้เป็นฉากๆ ลูกน้องคนนี้ก็เช่นกันครับ เขาเป็นคนที่มีปัญหามาตั้งแต่ปีแรกที่เข้าทำงาน หัวหน้าเองก็พยายามที่จะพูดคุย และทำความเข้าใจทั้งในเรื่องส่วนตัว และเรื่องการทำงาน แต่พนักงานคนนี้ยึดตนเองเป็นใหญ่ เวลาคุยกันก็คุยดีไม่มีปัญหาอะไร แต่พอลับหลังก็นินทาหัวหน้า และไม่เคยที่จะเชื่อฟัง จนพนักงานคนอื่นในทีมต่างก็เอือมระอาไปตามๆ กัน
สุดท้ายพนักงานคนนี้ก็อยู่ต่อไปไม่ได้ ลาออกไปในที่สุด เพราะไม่สามารถทำงานร่วมกับพนักงานคนอื่นได้เลย
สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ การที่เราจะมองว่าใครไม่ดีนั้น อยากให้มองกลับมาที่ตนเองก่อน การที่เรามองว่าหัวหน้าของเราไม่ดีนั้น จริงๆ แล้วที่เขาทำกับเราแบบนั้น มันมาจากตัวเราเองเป็นสาเหตุหรือเปล่า ถ้าใช่ ก็อย่าไปโทษหัวหน้าว่าไม่ดีเลยครับ กลับมาแก้ไขที่ตัวเราเองดีกว่าครับ เพราะถ้าเราสามารถแก้ไขตนเองได้แล้ว หัวหน้างานที่เราเคยมองไม่ดี อาจจะกลายเป็นดีมากในสายตาของเราก็ได้นะครับ ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเองครับ
แต่ถ้าจริงๆ แล้วพนักงานส่วนใหญ่ในทีมเห็นพ้องต้องกันว่า หัวหน้าไม่ดีจริงๆ แล้ว เราจะทำอย่างไรดี เรื่องนี้จะมาต่อกันคราวหน้านะครับ
ท่านอาจารย์ประคัลภ์ ครับ
ตรงนี้ผมคิดเห็นว่าเป็นประเด็นที่ดีมากครับ ขออนุญาตแลกเปลี่ยนด้วยครับ
การมอบหมายงานเป็นสิ่งที่สำคัญมาก งานที่ได้รับมอบหมายจะสำเร็จสัมฤทธิผลหรือไม่เพียงใดนั้น ไม่ได้อยู่ที่ผู้สั่งเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ผู้ทำหรือผู้ปฏิบัติ ด้วยเช่นกัน ฉะนั้น งานที่ให้จึงต้องสอดคล้องกับสมรรถนะหรือศักยภาพของผู้ปฏิบัติที่มี และที่ควรจะมีครับ
การสั่งงานที่ไม่เลือกผู้ปฏิบัติ เช่น คนขับรถไปทำบัญชี คนเดินเอกสารไปทำงานด้านวิเคราะห์ข้อมูล ผมเองไม่อาจตอบว่าหัวหน้านั้นเข้าใจงานมากน้อยเพียงใด เข้าใจคนหรือผู้ปฏิบัติมากน้อยเพียงใด แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือความท้าทาย กับสมรรถนะของผู้ปฏฺบัติงานที่ต้องเตรียมรับกับความเปลี่ยนแปลง ครับ หากทั้งสองไม่สมพันธ์กัน จุดบอดจะเกิดขึ้น
ผมเห็นว่า "การมอบหมายงานในสิ่งที่พนักงานพอจะทำได้ และพยายามสอนงานอย่างใกล้ชิดเพื่อให้พนักงานเกิดทักษะและได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง เป็นสิ่งที่ดี และการที่ลูกน้องเขาก็พยายามทำงานอย่างเต็มที่ ก็เป็นสิ่งที่ดีด้วยเช่น สำคัญหลักๆ จึงอยู่ที่ "การไม่เห็นใจเขา ไม่สนใจเขา" นั่นคือเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง ที่ลดลง
และ "หากหัวหน้าเองก็พยายามที่จะพูดคุย และทำความเข้าใจทั้งในเรื่องส่วนตัว และเรื่องการทำงาน ของเขาอยูู่" เหมือนการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ปัญหาต้นเหตุที่ไม่ได้รับการแก้ไขนั่นคือ "การไม่เห็นใจเขา ไม่สนใจเขา" ในเรื่องที่เขาอยากให้ท่านเห็นใจและสนใจ หากละเลยหรือไปพูดเรื่องอื่นๆ ไม่ปรับความเข้าใจให้ตรงกัน ก็จะทำให้เขามียิ่งมีอคติบานปลายมากขึ้น เพราะอาจจะมองว่า หัวหน้ามายุ่งกับเราทำไม หรือมาคอยจับผิดเขา
จะพูดอย่างไร ให้เปิดใจ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน "ใจเขาใจเรา" เป็นสิ่งที่น่าคิดนะครับ