“หน้าผากอุ่นๆ แบบนี้ แสดงว่ากำลังปวดอึใช่ไหมลูก? ไปอึในห้องน้ำไป จะได้อาการดีขึ้น”

 

 

 

 

 

เรื่องของลูกสาว :

คุณหมอเพียงพอ

 

 

 

 

 

 

           “คุณพ่อขา! วันนี้หนูจะตรวจสุขภาพให้คุณพ่อนะค่ะ รวมทั้งคุณแม่ คุณยาย และน้องแพรวพราวด้วย” 
           น้องเพียงพอบอกกับผมเสร็จ  จากนั้นเธอก็ไปขอยืมหูฟังสำหรับตรวจโรคจากน้าชายของเธอ(นพ.ธงชัย อุดคำ น้องชายของภรรยาผม ) แล้วก็เดินมาที่ผมซึ่งกำลังนอนดูการ์ตูนอยู่กับลูกสาวคนเล็กที่หน้าจอทีวี
          อันดับแรกเธอเอามือน้อยๆ ของเธอแตะที่หน้าผากของผมก่อน แล้วก็กล่าวว่า  “วันนี้คุณพ่อตัวไม่ร้อนเลยนะค่ะ แค่อุ่นๆ เท่านั้นเอง  เดี๋ยวเข้าห้องน้ำและถ่ายอึเสร็จแล้วก็ดีขึ้นเองค่ะ”
          เธอพูดเสร็จ ผมถึงกับขำก๊ากและหัวเราะดังลั่น จนทำให้หลายคนรู้สึกขำตามไปด้วย.....ก็จะไม่ให้ขำได้อย่างไรละครับ ในเมื่อสิ่งที่เธอพูดมานั้น เป็นเรื่องที่ผมเคยบอกกับเธอมาก่อน.....เรื่องมีอยู่ว่า  หลายครั้งที่ผมเอามือแตะหน้าผากเธอดู หากพบว่ามีอาการอุ่นๆ ผมก็บอกเธอว่า “หน้าผากอุ่นๆ แบบนี้  แสดงว่ากำลังปวดอึใช่ไหมลูก? ไปอึในห้องน้ำไป จะได้อาการดีขึ้น”   ซึ่งเธอก็ตอบว่าใช่แล้ว จากนั้นเธอก็รีบวิ่งไปห้องน้ำทันที.....ซึ่งไม่เพียงเฉพาะกับลูกๆ เท่านั้น  หากแต่กับภรรยา ผมก็เคยใช้มุกนี้กับเธออยู่บ่อยๆ และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ซะด้วยซี (คิคิคิ) จนเธออดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าผมไปเรียนรู้เรื่องนี้มาจากไหน.......อ้อ! ลืมบอกไปว่า  ผมเรียนรู้เรื่องนี้มาจากเพื่อนชาวเวียดนาม(ซึ่งเป็นนายแพทย์)สมัยที่เรียนอยู่ที่อินเดียด้วยกันเมื่อหลายปีก่อนนะครับ
          ใครจะไปรู้ละครับว่า  ลูกสาวจะกล้านำเอามุกนี้มาย้อนเล่นงานผมเอาทีหลังอย่างนี้  คิคิคิ
          “ไหนอ้าปากซีค่ะ  หนูจะตรวจดูปากของคุณพ่อค่ะ”   พอเธอบอกเสร็จ ผมก็อ้าปากให้เธอดูทั้งที่ยังนอนอยู่อย่างนั้น ในขณะที่เธอก็ก้มมองเข้าไปในปากผมอย่างเอาจริงเอาจัง  “ปากของคุณพ่อไม่มีปัญหาอะไรนะค่ะ  แต่เอ! ได้กลิ่นปลาร้าตุๆ แสดงว่าคุณพ่อเพิ่งจะกินส้มตำมาอย่างแน่นอนเลย  อย่าลืมไปแปรงฟันด้วยนะค่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะทำให้ฟันผุค่ะ”
          ผมนอนยิ้มและขำสุดๆ อยู่ในใจ  และคิดอยู่ในใจว่า  “อีกและ!  รู้ทันอีกแล้ว ลูกสาวฉัน “ (เพราะว่าผมเพิ่งไปกินส้มตำปูปลาร้ากับเพื่อนบ้านมาจริงๆ เมื่อสักครู่นี่เอง   คิคิคิ)
          “ต่อไปหนูจะตรวจหัวใจให้คุณพ่อนะค่ะ”  พูดเสร็จ เธอก็เอาหูฟังมาแนบที่อกด้านซ้ายของผม แล้วก็ฟังเสียงหัวใจของผมเต้นอย่างตั้งใจ   จากนั้นเธอก็บอกคนไข้อย่างผมว่า “หัวใจของคุณพ่อเต้นตามปกตินะค่ะ แสดงว่าแข็งแรงดี แต่คุณพ่ออย่าทำงานหนักเกินไปนะค่ะ  หนูเป็นห่วงค่ะ  เพราะคุณพ่อแก่แล้ว”
          ต่อจากนั้น เธอก็บอกให้ผมลุกขึ้นนั่ง  แล้วก็เอามือของเธอดึงชายเสื้อด้านขวาขึ้น เพื่อขอดูร่องรอยที่เกิดจากการผ่าตัดและเจาะซี่โครง(3 ครั้ง) เมื่อคราวที่ผมป่วยเป็นโรคน้ำท่วมปอดเมื่อสิบกว่าปีก่อน(แต่ผมเคยบอกเธอว่า ร่องรอยที่เห็นนั้น เกิดจากการถูกควายขวิด เพราะใส่เสื้อสีแดงเดินไปกลางฝูงควายกลางทุ่งนา  ซึ่งเธอก็เชื่ออย่างสนิทใจเลยทีเดียว  คิคิคิ)
          “คุณพ่อยังรู้สึกเจ็บอยู่ไหมค่ะ”  เธอถาม ในขณะที่ผมทำการพยักหน้าตอบรับแทนการพูด  จากนั้นเธอก็กล่าวตักเตือนผมด้วยความหวังดีว่า “ทีหลังคุณพ่อไม่ควรใส่เสื้อแดงนะค่ะ เสื้อเหลืองก็ไม่ควรใส่ เดี๋ยวควายมันเห็น มันแสบตา แล้วจะขวิดคุณพ่ออีก  บางทีอาจจะถึงตายเลยนะค่ะ  น่ากลัวมากๆ เลย”
          “จ้าๆ  ต่อไปพ่อจะไม่ใส่ทั้งสองสีเลยลูก  จะได้ไม่โดนควายขวิดอีก”  ผมพูดกับเธออย่างขำๆ  ในขณะที่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกฮาอย่างสุดขีด และคิดไปว่า  “อั่ยย่ะ!  ห้ามทั้งสองสีเลยแฮ่ะ  มองเห็นการณ์ไกลแท้ๆ เลย ลูกสาวฉัน” (คิคิคิ)
         “โดยสรุปแล้ว  สุขภาพของคุณพ่อแข็งแรงดีนะค่ะ  ถ้าจะให้ดีกว่านี้ คุณพ่อก็ต้องพักผ่อนให้เยอะๆ ขึ้น ร่างกายจะได้แข็งแรงค่ะ.....เดี๋ยวหนูจะตรวจสุขภาพให้คุณแม่ คุณยาย และน้องแพรวต่อนะค่ะ” 
          “ขอบใจมากๆ เลยจ๊ะ คุณหมอ! ไหนมานี่ซิ พ่อขอหอมแก้มหน่อย”  ผมพูดจบ เธอก็เอียงแก้มให้ผมหอมทั้งสองข้าง จากนั้นเธอก็ไปทำหน้าที่ตรวจสุขภาพของแม่ ยาย และน้องสาวต่อ โดยมีผมคอยมองดูและรู้สึกขำเกือบตลอดเวลา
           พอตรวจสุขภาพให้คนอื่นเสร็จแล้ว  เธอก็เอาหูฟังไปคืนน้าชาย แล้วก็เดินมาหาผม เธอถามผมว่า “คุณพ่อขา! คุณพ่ออยากจะให้หนูเป็นหมอรักษาคนไข้เหมือนน้าเบิร์ด หรือว่าอยากให้หนูเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้เหมือนคุณแม่ดีค่ะ?”
          “เป็นอะไรก็ได้ลูก  ขอเพียงให้หนูเป็นคนดีก็พอ” ผมบอก
          “ค่ะ! งั้นโตขึ้นหนูจะเป็นหมอเหมือนน้าเบิร์ด เพื่อดูแลคุณพ่อ คุณแม่ คุณยาย และทุกๆ คน ....และหนูจะเป็นคนดีตามที่คุณพ่อบอกนะค่ะ”
          “ดีมากๆ เลยลูก”  ผมตอบและให้กำลังใจเธอ  จากนั้นก็จุมพิตไปที่หน้าผากของเธอและโอบกอดเธอไว้แน่นด้วยความสุขใจ

 

 

 

 

---------------------------------------------------------------------
โลกของเด็กๆ นั้นเป็นโลกแห่งความคิดฝันและจินตนาการ
ซึ่งบางครั้งผู้ใหญ่เองก็ยากที่จะเข้าใจ
จงช่วยกันเอาใจใส่ดูแลพวกเขาให้ดี
มอบความรัก ความอบอุ่นและความหวังให้แก่พวกเขา
เพื่อแต่งแต้มสีสันแห่งโลกวัยเยาว์ของพวกเขา
ให้มีความงดงามควรค่าแก่การทรงจำมากยิ่งขึ้น
เพื่อให้เขาได้เติบโตอย่างมีคุณค่าและเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพขึ้นในอนาคต
ด้วยว่า....พวกเขา คือ (ดอกไม้แห่ง)อนาคตของเรา

 

 

คุณหมอเพียงพอกำลังตรวจหัวใจให้น้องสาว

สองพี่น้องกำลังพากันเกากีต้าร์ คิคิคิ

น้องแพรวพราวกำลังโชว์เดี่ยวการเกากีต้าร์ค่ะ

 

 

 

 

 

 

เพลง     "หนูอยากเป็นอะไร"

ร้องโดย      "ลุงเบิร์ด"  ธงชัย  แม็คอินไตย