บันทึกการถอดบทเรียน
การจัดการความรู้ : Share& learn ประจำปี 2554 คณะแพทยศาสตร์
กลุ่มที่2 ด้านการวิจัย: “R2R2P: จากห้างสู่หิ้ง….คืนสู่ห้าง”
วันที่ 28 กรกฎาคม 2554 เวลา 13.00-16.00 น.
หัวข้อ “R2R2P: จากห้างสู่หิ้ง….คืนสู่ห้าง”
1. ข้อมูลผู้มาถอดบทเรียน
ผู้นำเล่าเรื่อง คือ ศ นพ. สมบูรณ์ เทียนทองและ ศ พญ. วิภา รีชัยพิชิตกุล
ผู้มาเล่า success story จำนวน 5 ท่านได้แก่
- นางสาวพรเพ็ญ ปทุมวิวัฒนา พยาบาลชำนาญการพิเศษ รักษาการผู้ตรวจการแผนกการพยาบาลสูติ-นรีเวชกรรม งานบริการพยาบาล โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น
- รศ. ดร. เบญจมาศ พระธานี นักแก้ไขการพูด ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- นางสาวสุธันณี สิมะจารึก ตำแหน่ง วิสัญญีพยาบาลชำนาญการพิเศษ ภาควิชาวิสัญญี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- นางลดา สรณารักษ์ ประธานคณะกรรมการวิจัย โรงพยาบาลขอนแก่น
- ภก. กุลอนงค์ เกิดศิริ เภสัชกร โรงพยาบาลมหาสารคาม
- ดร. อมรรัตน์ ร่มพฤกษ์ คลังเลือดกลาง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ผู้เข้าร่วมถอดบทเรียน
พยาบาลจากหอผู้ป่วยต่าง ๆ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา นักวิชาการการศึกษา วิสัญญีพยาบาล
ผู้บันทึกการถอดบทเรียน (Notaker )
- นางอุบล จ๋วงพานิช พยาบาลชำนาญการพิเศษ หัวหน้าหอผู้ป่วยเคมีบำบัด 5 จ. แผนกการพยาบาลบำบัดพิเศษ งานบริการพยาบาลโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- นางสาวพรนิภา หาญละคร พยาบาลชำนาญการพิเศษ หน่วยโรคเอดส์ งานบริการพยาบาลโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- นางสาวเกศนี บุณยวัฒนางกุล พยาบาลชำนาญการพิเศษ ศูนย์การพยาบาลรายกรณี งานบริการพยาบาล โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- นางประกาย พิทักษ์ พยาบาลชำนาญการพิเศษ รักษาการฯ หัวหน้าหน่วยระบาดวิทยาโรคติดต่อ งานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
2. บันทึกขั้นตอน และวิธีการถอดบทเรียน
- ขั้นตอนและวิธีการถอดบทเรียน โดย ผู้นำเล่าเรื่อง ศ. นพ. สมบูรณ์ เทียนทอง ให้ผู้เล่าเรื่องราวที่ประสบผลสำเร็จแนะนำตัวเอง และตัวแทนผู้เข้าร่วมถอดบทเรียนที่นั่งแถวหน้าแนะนำตัวเองอีก 3 ท่าน
- ผู้นำเล่าเรื่อง นำเข้าสู่การถอดบทเรียนโดยตั้งคำถามให้ผู้เล่าเรื่องราวที่ประสบผลสำเร็จในการทำวิจัย R2R ว่าที่ทำวิจัยในครั้งนี้เริ่มต้นได้อย่าง ปัญหาที่นำมาทำการวิจัย R2R คืออะไร
- ผู้นำเล่าเรื่องสรุปประเด็นสำคัญที่ได้จากการเล่าเรื่อง เน้นย้ำให้ผู้เข้าร่วมถอดบทเรียนให้เข้าใจและตั้งประเด็นคำถามให้ผู้เล่าเรื่องราว ให้เล่าต่อถึงประโยชน์ของการทำงานวิจัย R2R
- ประเด็นการสนับสนุนช่วยเหลือการทำวิจัย ทุนสนับสนุนการวิจัย การตีพิมพ์ผลงานวิจัยที่ประสบผลสำเร็จแล้ว
3. บันทึกบรรยากาศการถอดบทเรียน
- บรรยากาศของการถอดบทเรียน หัวข้อ “R2R2P: จากห้างสู่หิ้ง….คืนสู่ห้าง” ในครั้งนี้ เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เป็นกันเอง สบาย ๆ อบอุ่น ผู้นำเล่าเรื่องราวการทำวิจัยจากงานประจำ สรุปประเด็นที่ได้เป็นระยะ ๆ ผู้เล่าเรื่องราวการทำวิจัยของตนเองแต่ละท่านเล่าอย่างมีความสุข ภาคภูมิใจที่ได้ทำวิจัยในครั้งนี้ แต่ละท่านที่นำมาเรื่องของตัวเองมาเล่าเรื่องนั้น ไม่เบื่อ ชวนติดตาม มีเสียงหัวเราะและคำชื่นชมเป็นระยะ ผู้เข้าร่วมถอดบทเรียนมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำวิจัยที่เพิ่งเริ่มต้นทำ กำลังทำวิจัย อยู่ระหว่างการขอทุน ขอจริยธรรม ทำวิจัยเรียบร้อยแล้วขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างรอการเขียนบทความที่จะส่งตีพิมพ์
- สถานที่ห้องที่ใช้ ห้องที่ใช้เป็นห้องเรียนกลุ่มย่อย เก้าอี้ไม่พอกับจำนวนผู้เข้าร่วม การจัดที่นั่งเป็นลักษณะของการนั่งล้อมวง จำนวน 4 รอบวง ผู้เข้าร่วมกลุ่มมีจำนวนมากกว่าที่ได้สมัครไว้ ทำให้บางท่านไม่มีโอกาสได้เล่าเรื่องราวของตนเอง
- ระยะเวลา ใช้เวลาในการถอดบทเรียนตามกำหนด เวลาที่ให้แต่ละท่านเล่าเรื่องราวมีข้อจำกัด เนื่องจากจำนวนผู้เข้าร่วมจำนวนมาก การแนะนำตัวไม่ได้ครบทุกท่าน และมีผู้เข้าร่วมเล่าเรื่องราวบางท่านยังมีประเด็นที่ตัวเองอยากจะเล่า และถ่ายทอดอีกมากมายที่ยังนำมาเล่าไม่หมด
3. ดำเนินการถอดบทเรียน
3.1 ประสบการณ์จากทำงานของนักวิจัย R2R การได้มาของหัวข้อการทำวิจัยR2R จาก
- ผู้วิจัยพบปัญหาในการทำงาน พบความยุ่งยากขั้นตอนในการปฏิบัติ งานที่ทำอยู่มีความซ้ำซ้อน ใช้ระยะเวลาในการปฏิบัติ
- เป็นปัญหาที่เริ่มจากผู้วิจัยมองเห็นปัญหาที่จะเป็นอันตรายหรือเกิดความเสียหายต่อการรักษาของผู้ป่วย ผู้ป่วยขาดการติดตามการรักษา
- ใช้กระบวนการสังเกต อย่างละเอียดแล้วนำทดลองปฏิบัติ หาวิธีการที่ดี เหมาะสมก่อน
- ใช้กระบวนในการคิด พัฒนาจากงานที่ทำอยู่เป็นประจำ ให้มีคุณภาพมากขึ้น
- ใช้โปรแกรมสารสนเทศมาพัฒนาร่วมกับกระบวนการรักษาผู้ป่วย
- ผู้วิจัยสำรวจปัญหา ที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย รวบรวม วิเคราะห์อย่างเป็นระบบ นำมาออกแบบให้ง่านต่อการบันทึกการรักษา บันทึกการพยาบาล แล้วจึงมาทำแนวทางปฏิบัติ นำไปใช้ ประเมินผลการใช้ ได้ประโยชน์ จึงขยายเครือข่าย
3.2 กระบวนการวิจัย วิธีการทำงาน ที่ทำให้ประสบผลสำเร็จในภาพรวม (How to)
- มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ มีจิตวิญญาณที่อยากจะทำวิจัย
- มีแรงบันดาลใจจากการดูแลผู้ป่วยที่มีความยุ่งยาก ผู้ป่วยขาดการติดตามรักษา
- ศึกษาค้นคว้า หาวิธีการที่เหมาะสม ใช้กระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพมาดูแล และเก็บข้อมูล
- ทดลองปฏิบัติ ปรับปรุงแก้ไข พัฒนางานที่ทำ เป็นการเรียนรู้ทุกกระบวนงานด้วยตนเอง (learning by doing) กระบวนการกลุ่ม
- มีทีมที่เป็นสหสาขาวิชาชีพ แพทย์ พยาบาล คณะกรรมการร่วมทำวิจัย จึงจะทำให้การทำวิจัยได้ง่ายขึ้นได้แนวปฏิบัติที่ชัดเจน นำไปใช้กับผู้ป่วย และขยายเครือข่าย
- มีแหล่งช่วยเหลือ มีพี่เลี้ยง
- การขอทุนสนับสนุน ฝ่ายวิจัยพร้อมที่จะให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ รวมทั้งในเรื่องของการตีพิมพ์ผลงานวิจัย ฝ่ายวิจัยรับเรื่องไปขยายผลต่อเพื่อที่จะจัดเวทีวิชาการเครือข่ายสำหรับนักวิจัยโดยเฉพาะ
3.3 ผลงานที่ได้รับจากการดำเนินงาน การทำวิจัยได้แก่
- การพัฒนาระบบเฝ้าระวังการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา งานเภสัชกรรรมผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลมหาสารคาม ได้โปรแกรมคู่ยาที่ทำให้เกิดปฏิกิริยา โดยพัฒนาจากโปรแกรมการสั่งยา โปรแกรมการจ่ายยาผู้ป่วยนอก โปรแกรมเฝ้าระวังการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา และแบบรับคำปรึกษาของผู้ป่วยที่ได้รับยาที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา ได้คู่มือแนวทางการปฏิบัติที่จะทำให้ผู้ป่วยทราบความผิดปกติและต้องรีบมาพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อหาแนวทางในการแก้ไข และเฝ้าระวัง รวมถึงการเน้นย้ำให้ผู้ป่วยทราบ ผู้ดูแล ผู้รักษา สามารถจดจำการได้รับยาที่เกิดปฏิกิริยาระหว่างกัน และอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการแจ้งแก่บุคลากรทางการแพทย์ทุกครั้งที่เข้ารับการรักษา เพื่อป้องกัน หรือเฝ้าระวังความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น
- คลังเลือดกลางประสบปัญหามีเกร็ดเลือดไม่เพียงพอจึงได้พัฒนาวิธีการที่จะทำให้มีเกร็ดเลือดเพียงพอใช้ ผลจากการดำเนินงานพบว่ามีเกร็ดเลือดเพียงพอที่จะใช้ ผู้ป่วยรับเลือดได้ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ลดปัญหาการหมดอายุของ เกร็ดเลือดได้ ลดจำนวนบุคลากรที่จะต้องปฏิบัติงานนอกเวลา ลดระยะเวลานาการเตรียมเกร็ดเลือด
- การบริหารจัดการข้อมูลผู้ป่วย (pain service)อย่างเป็นระบบ มาพัฒนาคุณภาพการพยาบาลในผู้ป่วยหลังผ่าตัดที่มีปัญหาความเจ็บปวดจนสามารถลดความทุกข์ทรมานของผู้ป่วยที่มาผ่าตัดในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ และผู้ป่วยได้รับยาระงับปวด การดูแลอย่างต่อเนื่องหลังผ่าตัดจากวิสัญญีพยาบาล และพยาบาลจากหอผู้ป่วย
- การส่งเสริมการเลี้ยงลูกที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอดในทารกที่มารับการฝึกให้นมแม่ในหอผู้ป่วยหลังคลอด (2ข.) โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ผลงานที่และนำมาใช้คือ แนวทาง(Guideline) ในการดูแลทารกที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่รวมทั้งทารกที่มีความพิการของศีรษะและใบหน้าในโรงพยาบาลศรีนครินทร์
- โปรแกรมฝึกพูดในผู้ป่วยที่มีปัญหาความผิดปกติของการออกเสียง ทำให้ผู้ป่วยสามารถไปฝึกที่บ้านด้วยตนเองได้ ผู้ป่วยไม่ต้องมาโรงพยาบาลบ่อย ผลที่ได้คือ นักแก้ไขการพูด ผู้ปฏิบัติงาน ทำงานเป็นทีม ฝึกตามแนวทางที่ทำไว้ มีวิดิทัศน์ทำให้ประหยัดเวลา ฝึกเป็นกลุ่ม ไม่ต้องอธิบายซ้ำๆ ลดระยะเวลามาโรงพยาบาล ลดต้นทุนในการรักษา องค์กรและระบบสาธารณสุขของประเทศ หน่วยบริการตติยภูมิที่ให้บริการผู้ป่วยเสียงแหบได้อย่างทั่วถึง และ บริการผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น อย่างมีประสิทธิ์ภาพ
- R2R ทำให้เกิดนวัตกรรม มีimpact นี่คือคุณค่าของงานวิจัยR2R ถือเป็นความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่งานงานวิจัยR2R ที่ดีก็สามารถตีพิมพ์ ว่าR2R ที่มีปัญหาวิจัยชัดเจน วิธีการดำเนินการ ชัดเจน การตีพิมพ์ก็ไม่น่าจะมีปัญหา ถ้าเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลของพยาบาลจากงานประจำก็อาจจะไม่ใช่ อาจใช้ระเบียบวิธีวิจัยไปด้วย อาจเชิญแพทย์ แพทย์ใช้ทุน อาจารย์แพทย์ไปร่วมช่วยทำจะได้ทำงานวิจัย R2R ได้ง่ายขึ้น การเขียนงานตีพิมพ์นั้นอาจต้องปรับแก้หลายรอบ ต้องอดทน ในระดับเริ่มต้นก็อาจตีพิมพ์ในระดับประเทศ และสามารถนำไปประกอบการขอชำนาญการ เลื่อนขั้นได้ และก็ขอเชิญชวนให้พยาบาลมานำเสนองานวิจัยR2R ในงานประชุมวิชาการประจำปีเตือนตุลาคมนอกจากนี้ยังได้ปรึกษากับรองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ว่าควรจะมีเครือข่ายวิจัย R2R
3.4 ระบุปัจจัยแห่งความสำเร็จ
- มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ มีจิตวิญญาณที่อยากจะทำวิจัย ทำวิจัยอย่างมีความสุข ไม่เครียดผู้ใช้บริการ ผู้ปฏิบัติเกิดความสุข เกิดความภาคภูมิใจ โดยมีแรงมีแรงบันดาลใจจากการดูแลผู้ป่วยที่มีความยุ่งยาก ผู้ป่วยขาดการติดตามรักษา
- การทำวิจัย R2R ทำเป็นทีมร่วมกับทีมสหสาขา มีผู้ร่วมวิจัยหลายระดับ จึงจะทำให้ประสบผลสำเร็จ ถ้าวิจัยนั้นมีแพทย์ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมทีมด้วย จะได้ช่วยในเรื่องของคุณภาพการวิจัย การเขียน ภาษาอังกฤษได้ ได้แนวปฏิบัติที่ชัดเจน นำไปใช้กับผู้ป่วย และขยายเครือข่าย
- ทุกคนสามารถทำวิจัยได้ โดยมีระบบพี่เลี้ยงที่ทำวิจัยเก่งแล้วดูแลมีแหล่งช่วยเหลือ มีพี่เลี้ยง มีที่ปรึกษา
3.5 ระบุอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน และสาเหตุที่ทำให้การวิจัยไม่ประสบความสำเร็จ
- อุปสรรคของการทำวิจัย R2R ที่ไม่ประสบผลสำเร็จ ยังไม่ได้รับการตีพิมพ์ เนื่องจากการเขียนและภาษายังไม่ได้ตามที่วารสารหรือแหล่งที่ตีพิมพ์ กำหนด ไม่มีผู้ช่วยเหลือให้คำแนะนำ
- การส่งขอจริยธรรม ใช้ระยะเวลา และต้องตอบคำถาม แก้ไขงานที่ทำหลายครั้ง
- การขอทุนสนับสนุนวิจัย แหล่งทุน
4. ผลจากการถอดบทเรียน
4.1 สิ่งที่มีคุณค่าที่เกิดการเรียนรู้นอกจากตัวความรู้ ในครั้งนี้ ดังนี้
- แนวคิดในการสร้างเครือข่ายในการทำวิจัยจากงานประจำ R2R ร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลศรีนครินทร์ โรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลมหาสารคาม โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เพื่อช่วยเหลือนักวิจัยน้องใหม่ ให้เกิดการเรียนรู้การทำวิจัยให้ประสบผลสำเร็จ การเขียนบทความเพื่อส่งตีพิมพ์เผยแพร่โดยมีระบบพี่เลี้ยงที่เป็นนักวิจัย R2R ที่ประสบผลสำเร็จ
- พัฒนาคุณภาพงานที่ทำอยู่เดิมให้ดียิ่งขึ้น เริ่มจากงานที่เป็น CQI นำมาจัดทำให้เป็นระบบการจัดเก็บข้อมูลที่ดี มีการติดตามผลเป็นระยะ ให้เห็นความต่อเนื่องอย่างชัดเจน ได้แนวทางการปฏิบัติใหม่ที่ดี และเกิดประโยชน์กับผู้ป่วย องค์กร ลดค่าใช้จ่าย ลดขั้นตอนความยุ่งยากในหารปฏิบัติงาน
- การทำวิจัยทำให้เกิดการเรียนรู้ กระบวนการคิด การทำงานงานที่ทำอยู่เกิดการพัฒนาตนเอง (learning by doing) การทำงานที่ทำอยู่ประจำ เกิดการฝึกฝน การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ การค้นคว้าวิชาการ เป็นการสร้างคุณค่าให้งาน การวิจัยที่ทำนำมาสู่ความภาคภูมิใจ สามารถนำไปขอผลงานทางวิชาการได้ องค์กรได้ชื่อเสียง วิจัยR2R นำมาใช้ปฏิบัติในการทำงานจริง ๆ เปิดประโยชน์กับคนไข้ ผู้รับบริการมีความสุข นำไปเผยแพร่ ขยายผล สร้างเครือข่ายในการทำงาน
*************************************************************************************
ศ.พญ.วิภา รีชัยพิชิตกุล อาจารย์ภาควิชาอายุรศาสตร์ และประธานกรรมการฝ่ายวิจัย
- ประเด็นการขอทุนวิจัยและการช่วยเหลือในการตีพิมพ์ R2R เป็นการแก้ปัญหาหน้างาน ซึ่งยิ่งใหญ่กว่า บางงานอาจตีพิมพ์ได้เช่นกัน และเวทีนำเสนอ R2R ก็มีมาก ในฐานะคณะกรรมการพิจารณาทุนวิจัย R2R อยากให้ทุนวิจัย การขอทุนส่วนใหญ่ไม่เกินแสน ค่าใช้จ่ายไม่มาก ก็ขอมาได้ สิ่งที่สามารถขอได้เช่น ชุด VCD ส่วนอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว จะของบไม่ได้ ค่าจ้างตัวนักวิจัยเองไม่มี ถ้าจัดกิจกรรมกลุ่ม สามารถเบิกค่าอาหารว่าง อาหารกลางวันได้
- R2R ทำให้เกิดนวัตกรรม มีimpact นี่คือคุณค่าของ งานวิจัยR2R ถือเป็นความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่งานงานวิจัยR2R ที่ดีก็สามารถตีพิมพ์ ว่าR2R ที่มีปัญหาวิจัยชัดเจน วิธีการดำเนินการ ชัดเจน การตีพิมพ์ก็ไม่น่าจะมีปัญหา ถ้าเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลของพยาบาลจากงานประจำก็อาจจะไม่ใช่ อาจใช้ระเบียบวิธีวิจัยไปด้วย และอาจเชิญแพทย์ แพทย์ใช้ทุน อาจารย์แพทย์ไปร่วมช่วยทำจะได้ทำงานวิจัย R2R ได้ง่ายขึ้น
- การเขียนงานตีพิมพ์นั้นอาจต้องปรับแก้หลายรอบ และต้องอดทน ในระดับเริ่มต้นก็อาจตีพิมพ์ในระดับประเทศ และสามารถนำไปประกอบการขอชำนาญการ เลื่อนขั้นได้ และก็ขอเชิญชวนให้พยาบาลมานำเสนองานวิจัยR2R ในงานประชุมวิชาการประจำปีเตือนตุลาคมนอกจากนี้ยังได้ปรึกษากับรองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ว่าควรจะมีเครือข่ายวิจัย R2R
-ขอขอบคุณ คุณประกาย ที่สรุปให้อีกครั้งค่ะ
แก้ว...
พี่แก้ว แอบไปลด ยศ นำหน้า อ.สมบูรณ์ ซะแล้ว
งานนี้มีทีมงานเข้าร่วมกันอย่างล้นหลาม น่าชื่นใจผู้จัดจังเลยค่ะ การขับเคลื่อน R2R แบบนี้อ่านแล้วรู้สึกว่า ทรงพลัง มีแต่หน่วยบริการใหญ่ ๆ ทั้งนั้น คนทำงานมีความสุขเชื่อว่า คนไข้ก็คงได้รับอานิสงฆ์เช่นกัน สู้ ๆนะคะ
ขอบคุณค่ะ ท่าน อ JJ
ที่รีบเตือน แก้แล้วค่ะ
คุณน้องติ๋ว
จากวันนั้น เราจะมีการจัดR2R ภูมิภาคอีกในวันที่ 5 ตค 54 สนใจมาร่วมประชุมได้นะคะ ฟรีค่าลงทะเบียนค่ะ
วันที่5 เจอกันค่ะพี่แก้ว เป็นเวที R2R รวมพลค่ะ
ดีใจที่จะได้พบกันค่ะ ดร กะปุ๋ม
ว้าว ติ๋วน่าจะกลับขอนแก่นแล้ว
ขออนุญาต ทดไว้ในใจก่อนนะค่ะ
แบบว่า อยากเข้าไปเรียนรู้
แต่สถานะทางการงานยังไม่แน่นอน (^_^)