GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

โรคปริทันต์....คืออารายครับคุณหมอ

โรคปริทันต์ (Periodontal Disease) คือ โรคที่มีการอักเสบของอวัยวะในช่องปากที่เรียกว่า อวัยวะปริทันต์ อันได้แก่ เหงือก กระดูกหุ้มรากฟัน และเยื่อยึดรากฟัน ลักษณะอาการที่พบ มีเหงือกอักเสบ บวม มีเลือดออก ในคนที่มีอาการอักเสบรุนแรงจะมีการละลายของกระดูกหุ้มรากฟัน ซึ่งมีผลให้ฟันโยกและต้องถูกถอนฟันไปในที่สุด

เมื่อวาน....

หลังจากทำคนไข้นัดสักพัก ผู้ช่วยก็ส่งคนไข้รายหนึ่งเข้ามาให้ผม

เป็นชายอายุประมาณ 45 ปี ผิวคล้ำ ....

ผมก็ทักทายคนไข้ และเชิญให้มานั่งที่เก้าอี้ทำฟัน....

เมื่อคนไข้ชายรายนั้นนั่งลง...

ความรู้สึกแรกที่สัมผัสก็คือ ++กลิ่น++

ใช่ครับ++กลิ่นบุหรี่....เป็นกลิ่นบุหรี่ที่แรงมากทีเดียว

เริ่มแรกผมก็ซักประวัติ ถามถึงอาการนำที่มาพบทันตแพทย์วันนี้

แกก็ตอบว่า"ปวดตุ้บๆ แถวๆฟันกรามอะหมอ บางทีก็ปวดทั้งปากเลย....บางทีเลือดก็ไหลไม่รู้เป็นอะไรน่ะ++"

บางครั้งเรามักจะพบคนไข้ที่มาด้วยอาการปวดหลายๆตำแหน่ง  ระบุฟันที่ปวดไม่ได้ชัดเจน อย่างหนึ่งที่ไม่ควรลืมคือ การปวดเหงือก ก็อาจทำให้คนไข้รู้สึกเช่นนั้นได้

ผมจึงตรวจในช่องปากดู  ก็เป็นดังที่คาด ภายในช่องปากพบคราบหินปูนเป็นปริมาณมาก....ถึงมากที่สุด  มีสีคล้ำค่อนข้างดำ และมีกลิ่นแรงมาก  ลองทดสอบเขี่ยบริเวณเงือกก็พบว่ามีเลือดออกรอบๆฟันที่เขี่ย...ฟันบางซี่เช่น ฟันหน้าล่างค่อนข้างโยก

จากการตรวจในช่องปาก  ....อาการค่อนข้างจะชัดเจน ว่าผู้ป่วยรายนี้เป็น โรคปริทันต์

ผมจึงบอกลุงไปว่า" ลุงครับ....ลุงเป็นโรคปริทันต์รุนแรงมากเลยนะครับ...ต้องรับการรักษาด่วน"

+++++++

ลุงแกเงียบๆไปสักพักแล้วก็พูดว่า"เอคุณหมอ....แล้วโรคปริทันต์....คืออารายครับคุณหมอ...??"

งง...ครับ...คนไข้งง   ไม่รู้ว่าไอ้โรคปริทันต์นี้มันคืออะไร อันนี้เป็นบทเรียนอีกหนึ่งบทนะครับ

เวลาจะพูดคุยกับคนไข้ต้องพยายามใช้ภาษาที่ง่าย  ให้นึกไว้เสมอว่าบริบทของเรากับคนไข้ไม่เหมือนกัน อย่าพยายามใช้ศัพท์ทางวิชาการให้มาก ควรใช้ภาษาที่คนทั่วไปเข้าใจได้....เมื่อนึกได้ดังนั้นผมจึงเริ่มอธิบายต่อโดยหยิบรูปขึ้นมาให้คนไข้ดูแล้วเริ่มอธิบาย

ก่อนอื่นผมก็อธิบายให้คนไข้ทราบก่อนว่า โรคปริทันต์แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ ตามลักษณะที่พบคือ โรคเหงือกอักเสบ และโรคปริทันต์อักเสบ

 

โรคเหงือกอักเสบ จะมีการอักเสบเกิดขึ้นเฉพาะที่เหงือกเท่านั้น มีทั้งแบบเฉียบพลัน และแบบเรื้อรัง แต่ที่พบโดยส่วนใหญ่จะเป็นแบบเรื้อรัง อาการก็อาจจะมีเงือกบวมๆแปรงฟันเจ็บ แต่ยังไม่มีเลือดออกขณะแปรงฟัน

 

โรคปริทันต์อักเสบ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า โรครำมะนาด อาการก็จะเป็นเหมือนที่เห็นในคุณลุงท่านนี้นะครับคือ ฟันโยก มีเลือดออกขณะแปรงฟัน มีกลิ่นปาก ปวดกระจายๆ

ซึ่งสาเหตุของโรคปริทันต์นั้น..ก็จะเกิดจากสารพิษที่ปล่อยออกมาจากแผ่นคราบจุลินทรีย์(หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าหินปูน)ที่ยึดติดบนผิว และอีกปัจจัยหนึ่งคือ สิ่งที่ช่วยเสริมให้เหงือกมีการอักเสบได้ง่ายยิ่งขึ้น คือการสูบบุหรี่ครับ  จะเห็นได้ชัดเลยว่าคุณลุงท่านนี้สูบบุหรี่จัดมาก วันละซอง...ซึ่งถือเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดโรคปริทันต์ได้มากทีเดียว นอกจากนี้ยังอาจมีปัจจัยเสริมอื่นๆอีก เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงการตั้งครรภ์ หรือในช่วงวัยรุ่น

 
 

+++++

         วันนั้น  ผมจึงทำการขูดหินปูนและเกรารากฟัน ให้ลุงคนนั้น และสอนการรักษาอนามัยในช่องปากให้สะอาด ทั้งนี้เนื่องจากว่าโรคปริทันต์เป็นโรคที่ป้องกันได้ และวิธีการที่ดีและง่ายที่สุด ซึ่งสามารถทำได้ด้วยตนเอง คือ การแปรงฟันพบว่าการแปรงฟันที่ถูกวิธีอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีการที่ป้องกันโรคปริทันต์ได้ดี

และไม่ลืมจะเน้นให้คุณลุงลด...หรือเลิก...จากการสูบบุหรี่  ซึ่งผมก็หวังว่าลุงจะทำตามที่ผมแนะนำ....ไม่ไช่เพื่อผมหรอกนะครับ  ...แต่เพื่อสุขภาพของคุณลุงเอง

หมอบอล,27 ก.ย 2548

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 4531
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

ข้อมูลเพิ่มเติม...ลองเข้าไปที่

http://www.siamdental.com/gingivitis2.htm

http://dental.anamai.moph.go.th/oralhealth/openroom/know/knowledge/perio.html

โรคเหงือก

เคยมีอาจารย์ภาควิชาปริทันตวิทยาเคยอธิบายง่านๆว่า

ปริ แปลว่า รอบๆ

ทันต์ แปลว่า ฟัน

ปริทันต์ แปลว่า รอบๆฟัน ก็คือเหงือก นั่นเอง

ไม่ต้องอธิบายอะไรยาวก็ได้

แล้วสอนให้ลุงแปรงฟันอย่างถูกวิธีแบบง่ายๆ

 

ขอบคุณสำหรับความรู้ที่ได้รับในวันนี้ครับ
คุณแม่คงจะเป็นโรคนี้ล่ะค่ะ เห็นว่าเหงือกร่นไปลึก เห็นฟันเป็นซี่ยาวๆ เหมือนกับเหงือกอันหดลง แต่ว่าคุณแม่ไม่เคยบ่นว่าปวด แต่เคี้ยวอาหารแข็งหรือเหนียวไม่ค่อยได้ ควรไปรักษาที่ไหนดีคะ แล้วค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไรคะ ขอบคุณมากค่ะ (คุณแม่ไม่เคยสูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้าค่ะ)
ขอขอบคุณค่ะคุณหมอ บางที่มีไข้ถามแบบนี้เหมือนกัน แต่ก้ออธิบายไม่ค่อยจะถูก

ขอบคุณครับคุณหมอ