วันนี้มีคำถาม Basic แต่อาจจะตอบยากหน่อยว่า “ท่านมีวิธีการจัดการอย่างไรบ้าง กับพนักงานที่มีผลงานไม่ดี” ผมถามคำถามนี้กับกลุ่มลูกค้า ซึ่งคำตอบที่ได้ส่วนใหญ่ก็คือ “ถ้าผลงานไม่ดี ก็ต้องพัฒนากันให้มีผลงานที่ดีขึ้น” เป็นคำตอบที่ผมได้รับมามากที่สุด ผมก็ถามต่อว่า แล้วในทางปฏิบัติท่านพัฒนาพนักงานคนนั้นจริงหรือเปล่า หรือปล่อยไปเฉยๆ เพียงแต่คิดในใจอย่างเดียวว่าต้องพัฒนา และพอถึงเวลาจริงๆ ก็ไม่ได้ทำอะไรกับพนักงานคนนั้นเลย
ในทางปฏิบัติที่ผมได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลวิธีการจัดการกับพนักงานที่มีผลงานไม่ได้ ทั้งในแบบที่ดี และแบบที่ไม่ดีนั้น ก็สามารถสรุปได้ดังนี้ครับ
- เอางานลูกน้องมาทำซะเอง วิธีแรกที่หัวหน้างานมักจะจัดการกับพนักงานที่มีผลงานไม่ดีก็คือ เอางานที่พนักงานทำไม่ดีนั้นมาทำซะเอง แล้วก็มอบหมายให้พนักงานทำงานอื่นไป หรือไม่ก็ปล่อยให้ลอยเคว้งคว้างแบบไม่ต้องทำอะไรมาก วิธีการนี้ผมคิดว่าเป็นวิธีการให้รางวัลพนักงานที่ทำผลงานไม่ดีในทางที่ผิด ซึ่งจะทำให้พนักงานคนนั้นรู้สึกว่าเวลาที่ทำงานได้ไม่ดี สุดท้ายเขาจะสบาย เพราะนายเอาไปทำเอง แล้วเราเองก็จะสบายมากขึ้น เพราะนายจะไม่มอบหมายงานนั้นให้เราอีก เพราะรู้ว่าเราทำไม่ได้แน่นอน เราก็เลยไม่ต้องทำอะไรเลย หรือไม่ก็ทำแต่งานง่ายๆ ไปเรื่อยๆ ด้วยวิธีนี้พนักงานก็ไม่มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน หัวหน้างานก็ไม่ต้องเป็นอันทำงานของหัวหน้า เพราะมัวแต่ทำงานของพนักงาน
- สอนและพัฒนาพนักงาน วิธีการนี้เป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่ตอบด้วยวาจา ว่าเมื่อไหร่ที่ผลงานพนักงานไม่ดี ก็ต้องมีการสอนงานและพัฒนาเขาให้ดีขึ้น แต่ในทางปฏิบัติเป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่ทำน้อยที่สุด เนื่องจากหัวหน้างานส่วนใหญ่จะต้องถูกผลักดันผลงานให้ออกมาให้ได้ ดังนั้นถ้าลูกน้องไม่สามารถทำงานได้ดีตามที่มอบหมาย หัวหน้าก็จะเอามาทำเองมากกว่า เพราะงานใกล้ถึงเส้นตายแล้ว แต่ถ้าเราพอมีเวลา วิธีการสอนงานพนักงานให้สามารถทำงานได้ดีขึ้นนั้น เป็นวิธีการที่ดีมากที่จะทำให้พนักงานเกิดทักษะและเกิดความสามารถที่สูงขึ้น เพียงแต่ วิธีนี้จะต้องใช้เวลาเพื่อพัฒนาผลงานกัน ซึ่งเวลาที่ใช้ก็ไม่เท่ากันแล้วแต่พนักงานแต่ละคนอีก ดังนั้นหัวหน้างานที่เน้นผลงานอย่างจริงๆ จังๆ จะไม่ชอบวิธีนี้เลยครับ เพราะเสียเวลาเขา แต่ถ้าเราเป็นหัวหน้างานที่แท้จริง ซึ่งต้องทำหน้าที่ในการบริหารจัดการให้พนักงานทำงานได้ดีนั้น เราจะต้องวางแผนพัฒนาพนักงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และจะต้องทำใจบ้าง ถ้าพนักงานยังคงทำงานไม่ได้ตามเป้าหมายที่เรากำหนด แต่ในระยะยาวนั้นคุ้มกว่านะครับ เพราะเมื่อไหร่ที่เขาทำได้ เราก็จะสบายมากขึ้นไปเรื่อยๆ
- โอนย้ายไปหน่วยงานอื่นที่เหมาะสม วิธีนี้ เป็นวิธีที่ต่อเนื่องมาจากวิธีการสอนงาน ก็คือ ถ้าสอนก็แล้ว พัฒนาก็แล้ว แต่สุดท้ายก็ยังทำงานนั้นได้ไม่ดีสักที แปลว่า พนักงานคนนั้นอาจจะไม่เหมาะกับงานนี้ ดังนั้นวิธีการถัดไปก็คือ ทำการโอนย้ายงานไปในงานที่พนักงานถนัดมากกว่า เพื่อให้เขาสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในผลงานของเขาให้องค์กรได้ เพราะถ้าเราปล่อยไปเรื่อยๆ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ พนักงานจะไม่ได้รับการพัฒนา และไม่มีความก้าวหน้าใดๆ เกิดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นบางครั้งยังถูกตราหน้าว่าเป็น Deadwood ของหน่วยงานอีก พนักงานคนนั้นอาจจะเป็น Deadwood ของหน่วยงานเรา แต่เขาอาจจะกลายเป็น Star ของหน่วยงานอื่นก็เป็นได้นะครับ ขอเพียงหาที่เหมาะๆ ให้เขาลงไปแสดงฝีมือที่เขาถนัด เขาเองก็ได้ผลงานที่ดีขึ้น องค์กรเองก็ได้ผลงานจากพนักงานคนนี้ด้วย win win ด้วยกันทั้งคู่ ดีกว่าที่จะปล่อยให้เขาอยู่แบบซังกะตายไปวันๆ
- ปล่อยให้เขาไปอยู่ที่อื่นที่เขาสามารถแสดงฝีมือได้ วิธีนี้ก็คือวิธีสุดท้ายในการจัดการกับพนักงานที่มีผลงานไม่ดี และเราก็พัฒนาเขาทุกอย่างแล้ว โอนย้ายไปให้ทำงานอื่นแล้ว แต่สุดท้ายเขาก็ยังไม่สามารถทำงานให้เราได้อีก สิ่งที่องค์กรควรจะดำเนินการกับพนักงานคนนี้ก็คือ ปล่อยให้เขาไปเติบโตทื่อื่นจะดีกว่า เพราะดินที่นี่อาจจะไม่เหมาะสำหรับเขาก็เป็นได้ ถ้าได้ดินที่เหมาะสม และได้อากาศที่เหมาะกว่า เขาอาจจะโตได้ดีกว่า ดังนั้นการที่เราเลี้ยงพนักงานที่มีผลงานไม่ได้ให้ยังคงทำงานกับบริษัทนั้น โดยให้เหตุผลว่า เพื่อมนุษยธรรม ไม่ควรจะให้เขาออกไปที่อื่น วิธีนี้ถือได้ว่าเป็นวิธีการฆ่าเขาทางอ้อมเลยนะครับ เพราะเขาจะไม่มีทางที่จะเติบโตในองค์กรเราได้อย่างแน่นอน เพราะเราได้ทำทุกวิถีทางแล้ว ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราสนับสนุนให้เขาไปเติบโตที่อื่นได้ พนักงานคนนี้อาจจะหันกลับมามองเรา และสำนึกในบุญคุณของเราที่เข้าใจ และปล่อยเขาไปสู่ดินแดนที่เหมาะสมกับเขามากกว่าที่นี่
สิ่งเหล่านี้คือวิธีการจัดการกับพนักงานที่มีผลงานไม่ดี ผมเชื่อว่าถ้าอย่างน้อยเรามีวิธีการพัฒนาเขา หรือโอนย้าย หรือแม้แต่ปล่อยให้เขาไปทำงานที่อื่น นั่นแปลว่า เราในฐานะหัวหน้าได้ทำหน้าที่ของการบริหารคนแล้วครับ แต่คนที่ยังคงปล่อยให้พนักงานที่มีผลงานไม่ดียังคงเดินลอยนวลอยู่ในหน่วยงาน และยังอยู่ทำงานด้วยความสบายๆ ทั้งๆ ที่พนักงานที่มีผลงานดี กลับต้องรับภาระหนักขึ้นทุกวันๆ แบบนี้ผมคิดว่าเรากำลังบริหารคนในทางที่ไม่ถูกต้องเลยครับ
ท่านเองละครับมีวิธีการบริหารพนักงานที่มีผลงานไม่ดีอย่างไรบ้างครับ
ท่านอาจารย์ประคัลภ์ครับ
ได้อ่านทั้ง 4 ข้อทำให้ผมนึกถึงคำถามที่เคยตั้งไว้ว่า ถ้าผลงานไม่ดี ใครรับผิดชอบ คำตอบที่ได้รับมักจะตอบว่า ตัวพนักงานเองนั่นแหละรับผิดชอบ (ทั้งๆ ที่บางคำตอบก็ไม่กล้าตอบหรือตอบแบบเลี่ยงๆ) เลยมองต่อไปว่า ปัจจัยหรือสาเหตุที่ทำให้ผลงานไม่ดีแท้จริงนั้นเกิดจากเหตุใด จากตัวพนักงานเอง ไม่รู้เรื่อง ไม่อยากทำ หรือจากผู้บังคับบัญชา ที่สอนงานไม่เป็น ไม่ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี
ในหน่วยงานที่มีปัญหาเรื่องการสื่อสารพบว่า มักจะใช้การสอนและพัฒนาพนักงานไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่ เพราะการสื่อความหมายไม่เข้าใจกัน หนักเข้า ผู้สอนหรือผู้บังคับบัญชาก็เอางานลูกน้องกลับมาทำเสียเอง หรือไม่ก็ว่าสอนแล้วไม่เข้าใจ ก็ให้ไปทำอย่างอื่นแทน หรือเลือกทางสุดท้าย ไม่สอน ไม่พัฒนาเขา ทำงานไม่ได้ก็ให้ออกๆ ไป ตรงกับที่อาจารย์กล่าวทั้ง 4 ข้อ คำตอบคือเมื่อพนักงานออกไป ผลงานก็ไม่ดีเหมือนเดิม เลยตั้งคำถามว่า สิ่งที่ตัดสินเป็นธรรมกับเขาหรือไม่
ผมเห็นว่า การสอนและพัฒนาพนักงาน เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน นั่นเพราะคนคือต้นทุนหรือทรัพยากรที่สำคัญที่สุด ดังนั้น สอนได้หรือไม่ พัฒนาได้หรือไม่ อยู่ที่ผู้สอนเอง ช่องทางการสื่อสาร หลักสูตรการสอน และตัวผู้เรียนเอง รับผิดชอบร่วมกันว่าปรับจูนระดับการสอนให้เขาได้เข้าใจและพร้อมที่เรียนรู้ได้อย่างไรครับ