วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม 2554
ผมผ่านไปผ่านมาบ้านหลังนี้...หลายรอบ...หลายวัน...
สิ่งหนึ่งที่เห็น...ประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมา...ดูแปลกตาไปจากเดิม
เห็นคอกไม้ไฝ่...สี่เหลี่ยมจตุรัส...ตอนนั้น...เห็นยายคนหนึ่ง...นอนบนเสื่อ
ผมคิดไปไกล...ขังคุณยายหรือ...หรืออะไร ?
ต่อมา...ต่อมา...เห็นอู่น้อย...ในนั้น...เด็ก ๆ เข้าไปมากมาย
พอผมไปเยี่ยมบ้าน 'ราชัน' เสร็จ....ขับรถมอเตอร์ไซด์ผ่าน...แวะก่อนดีกว่า
คุณยายครับ...
ทำไมทำคอกไม้ไผ่...ทำเพื่ออะไร ?
คุณยายบอกว่า...ทำไว้เพื่อขังหลานคนเล็ก...น้องเฟิร์น...อายุครบขวบ
กำลังเดิน...และวิ่งได้...จึงขังไว้...เพราะซนเหลือเกิน
กลัวเดินออกไปถนน...รถชน...เกิดอุบัติเหตุ
เพราะพี่สาว...น้องฟาง...อยู่ประถมสามแล้ว...แต่ตอนอายุเท่ากัน
วิ่งไปกลางถนน...รถมอเตอร์ไซด์ชน...ขาหัก...นอนโรงพยาบาลเกือบเดือน
เลยเข็ด...และกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย...ป้องกันไว้...ดีกว่า
จึงวานคุณตา...ทำคอกได้...ได้ผลดี
เพราะน้องเฟิร์นออกมาไม่ได้...ลอดออกมาไม่ได้...และปีนไม่ได้
ถ้าถึงเวลาที่ทำได้...คงรู้จักความ...รู้จักเจ็บและปวด...แล้วมั้ง....
ผมเห็นชาวบ้าน...คิดสนุก....และนำประสบการณ์ที่ได้มาปรับใช้
เป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ทุกคนมี...และเกิดการเรียนรู้
โชคดีที่ผมได้เห็น...ความคิดของชาวบ้าน
เมื่อชาวบ้าน...ทำให้ผม...คิดสนุก
คิดสนุก...ทำให้โลกของผมมีสีสันงดงาม....
น้องเฟิร์นจอมซนคนล่าสุด น้องฟางกับรอยแผลเป็นที่คิ้วขวา
สวัสดีค่ะ พี่ทิมดาบ
วันก่อนเพื่อนเอาภาพคอกที่ทำให้ลูกมาให้ดู
แต่ความกว้างความยาวจะเล็กกว่าในภาพตัวอย่าง เพราะพื้นที่จำกัดน่ะค่ะ หลานก็หัดเดินในนั้น ป้องกันการไปชนข้าวของได้ดีใช้ได้เลยค่ะ
ตอนเด็กจำได้ว่า แม่ผูกขาน้องๆ บางคนไว้กับเสาไม้ที่ปักไว้กลางบ้าน
ส่วนตัวเองถูกผูกบ้างหรือเปล่า จำไม่ได้ครับ
งานประจำของยาย คือ "เลี้ยงหลาน"
ปัญหาที่เกิดจากหน้างานคือ...หลานคนพี่ที่ยายเคยเลี้ยงได้เคยประสบอุบัติเหตุ
ยายจึงตั้งโจทย์คำถามจากปัญหาหน้างานว่า ==> หากทำคอกเอาไว้เช่นนี้แม้ยายจะเผลอหลับไป หลานน้อยจอมซนจะปลอดภัยหรือไม่
ยายจึงไปทบทวนวรรณกรรมและพบว่าทำคอกเช่นนี้ท่าจะเวิร์ค จึงได้สั่งให้ตาทำให้ แล้วในวันที่ทิมดาบผ่านไป นั่นน่ะยายกำลังเก็บข้อมูลค่ะ 555
...
พี่คิดต่อยอดสนุกๆ...ค่ะ
ลูกสาวผมก็โตบนตั่งที่มีรั้วรอบอย่างนี้แหละครับ ดีนะ แต่ถ้าไม่เข้าใจมองเผินๆ คิดว่ากักขังนะครับ
ÄÄÄ...ยายธี..คิดว่า..วัวหายแล้ว..ล้อมคอก..มั้ง..อ้ะะๆๆ...(ล้อเล่น..ค่ะ..คุณทิมดาบ...คิดถึงเจ้าค่ะ..ยายธี)
The impression I had when I was touring Thailand -not too long ago-.
"ชาวบ้าน" [rural folks] had become a politically (in)sensitive label.
"พี่น้องในชุมชน" [family in rural areas] was used (to make people feel better).
Maybe the election campaigns were now over. We can say what we think of them again.
;-)
ทุกสิ่งอย่างก็สามารถนำสู่ R2R ได้ทั้งหมด เป็นการเล่าที่น่ารัก และเป็นการแก้ปัญหาของคุณยายที่น่าทึ่ง สิ่งดีที่ พี่ทิมดาบมอบให้มากมาย
อืม พอเอาหลานเข้าไปอยู่แล้ว ผลเป็นยังไงน๊า
อยากรู้จัง (^_^)