บางทีการที่เราใช้ชีวิตที่ติดอยู่กับแต่ “ความคิด”
อาจทำให้เราได้สัมผัสกับ “ชีวิตที่แท้จริง” น้อยเกินไป
ก็ในเมื่อธรรมชาติสรรค์สร้างให้เรามีทั้ง “สมองและใจ”
แล้วทำไมเราจึงไม่รู้จักใช้ “สมองและใจ” ให้ได้สมดุล
ทำไมเราจึงรู้สึกดี เวลาที่มีคนชมว่าเราช่างคิด “คิดเก่ง”
หรือค่อนข้างรู้สึกไม่ดีเวลาที่ถูกกล่าวหาว่า “ไม่ใช้สมอง”
เรามองเห็นความสำคัญของใจบ้างไหม?
เราเคยมองดูตัวเองหรือไม่ ว่าเราใช้ใจมากน้อยเพียงใด?
ชีวิตไม่ได้เป็นกลไกที่เดินไปตามที่ “สมองสั่ง” เท่านั้น
หากเรามองด้วยความเข้าใจ มองไปอย่างตื่นรู้ ก็จะพบว่า . .
ชีวิตที่ไม่ลืมตัวลืมใจ ช่างเป็นอะไรที่กว้างใหญ่เสียจริงๆ
ขอบคุณค่ะอาจารย์
"ชีวิตที่ไม่ลืมตัวลืมใจ ช่างเป็นอะไรที่กว้างใหญ่เสียจริงๆ"
ขอบคุณค่ะอาจารย์
ที่นำสิ่งที่ลึกซึ้งมาทำให้เข้าใจง่าย และรับรุ้ได้ทันทีเช่นนี้
^__^
ขอบคุณค่ะ..สติ และ จิต ที่ไปด้วยกันเป็น หนึ่งเดียว ย่อมมีพลังมากมายนะคะ
"กิจกรรมแบ่งตาพาน้องเที่ยว"
สวัสดีคะอาจารย์
ขอบคุณแง่คิดดีดีคะ
ใจคืออาการที่เกิดจากการปรุงแต่งของจิต
มีคนนินทาเราลับหลังเราไม่รู้เราก็ไม่โกรธ แต่พอมีคนมาบอก
เรารู้เราเลยเกิดอาการไม่พอใจ นี่คืออาการที่เกิดขึ้นจากจิตที่เราเรียกว่าใจ
ดังนั้น จิตคือธาตุรู้เดิม... ใจคืออาการของจิตที่ถูกกระทบแล้วนำมาปรุงแต่ง
ขอบคุณคะ
ÄÄÄÄÄÄÄÄÄ...ยายธี...กลับ "คิด"..ไปว่า...ลืมตัว ลืม ใจ..โลกเรา เนียะ..กลับ..กว้างใหญ่ไพศาล..เสีย..จริงๆๆ...เจ้าค่ะ...