การสร้างคนดี มีคุณธรรม มีความซื่ออตรง ต่อต้านทุจริต

ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปร่วมประชุมกับหลายหน่วยงาน หลังจากที่ไปทำงานเชิงระบบอยู่เบื้องหลังมานาน   กลับเข้าไปในเวทีประชุมของสังคมนอกองค์กร เพราะตอนนี้ได้รับมอบหมายให้เป็นที่ปรึกษาด้านภาคีสัมพันธ์     ตอนนี้กระแสการต้านทุจริตมีมากเหลือเกิน ทุกฝ่ายพยามผลักดันสังคมให้เกิดความตระหนัก ต่อต้านการทุจริต มีคนทำงานนี้หลายคน หลายกลุ่ม ด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆกันไป สุดท้ายก็มาลงเอยว่า คนไทยยังต้องได้รับการปลูกจิตสำนึกเรื่องของศิลธรรม ความซื่อสัตย์ ความซื่อตรง  ขอเอาใจช่วย ศูนย์คุณธรรม  หอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ป.ป.ช. ก.พ.ร.  สมาคมจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย  SCG สื่อสารมวลชน  ฯลฯ  ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรอิสระ ภาคประชาชน ทีมีการวมภาคีไว้หลายกลุ่มหลายวง  เรื่องมันใหญ่มาก ดูเหมือนกับการโยนหินลงมหาสมุทร ขอให้กำลังใจ ผู้เขียนก็เห็นว่า การดำเนินการของแต่ละกลุ่มหากช่วยกันดำเนินการ โดยจากประสบการณ์ที่ได้เรียยนรู้มาจากอาจารย์ผู้ใหญ่ตลอดระยะเวาที่ทำงานมา ก็เห็นด้วยว่าหาก ทุกกลุ่มที่หวังจะช่วยกันสร้างคนดีในสังคม ได้กำหนดเป้าหมายลดอันดับเรื่องการทุจริตของประเทศลงจากที่เป็นอยู่ มีการวางยุทธศาสตร์ วางตัวชี้วัดร่วมกัน สร้างภาคีมาทำงานร่วมกันแบ่งบทบาทของแต่ละคน แยกบทบาทหน้าที่ของตนเอง ทำตาม job ของตนอย่างมีประสิทธิภาพ มีแห่งงบประมาณมาดำเนินการแบบน้ำมัเครื่อง ผลักดันงานในหน้าที่ซึ่งมีงบประมาณอยู่แล้วเปรียบเหมือนน้ำมันเบนซินให้งานเดินไปอย่างมีประสิทธิภาพ  มีเจ้าภาพมาประสานจัดการในภาพรวม เป็นนักยุทธศาตร์ ที่มองภาพรวมออก กำกับติดตามกำหนดทิศทางการทำงานของแต่ละภาคี  เติมจุดที่ยังอ่อนหรือขาดตกให้เต็ม  การทำงานตามหลักการมีวิชาการสนับสนุน มีการเรียนรู้อดีต ศึกษาวิจัย การทำงานนำมาต่อยอดอย่าไปสร้างใหม่ตั้งแต่ หนึ่ง สอง สาม   การทำงานทุกคนทุกกลุ่มกัดติดตามบทบาทที่จะทำ หาผู้นำสนับสนุนให้เป็นแชมป์เปี้ยน การทำงานมีจิตใจอาสา  ทำงานโดยไม่หวังเงินทองเกินตัว ก็น่าจะช่วยสร้างให้สังคมไทยมีการปรับทิศทางให้เป็นสังคมแห่งความสุขที่ปราศจากความโลภ มีความเพียงพอดังพระราชดำรัส ก็น่าจะนำไปสู่การลดทุจริต  และอยู่กันอย่างเป็นสุข  "การสร้างปัจจุบันให้เป็นสุข" เกิดมาตายไปก็ไม่เสียดายนะ