
วันนึงเมื่อเราเดินมาถึงทางแยกและต้องเลือกว่าจะเดินไปทางไหนเดินต่อไปข้างหน้าหรือจะเปลี่ยนไปเดินทางอื่นดูบ้าง หลายๆคนบอกว่าเดินไปข้างหน้าแหละดีบางคนบอกว่าเลี้ยวซ้ายแหละดีแต่ก็มีบางคนก็บอกว่าทางขวาดี
แปลกนะพอเราบอกเขาว่าเราตัดสินใจว่าเอาหล่ะฉันเลือกจะเลี้ยวซ้ายหลายๆคนบอกว่าเดินมาตั้งไกลเดินหน้าต่อไปเถอะทางที่เคยเดินแม้มันสูงๆต่ำๆข้ามน้ำข้ามเขาหลายลูกเหนี่อยแต่ท้าทายถ้าผ่านไปได้ถือว่าเก่งเมื่อก่อนฉันก็เห็นตามนั้นแหละชีวิตมันมีรสชาติกว่ากันเยอะ แต่พอมาวันนี้กลับมีความรู้สึกนึงแว๊บเข้ามาว่าตัวเองเริ่มแก่น่ะอย่าป่ายปีนเลยให้คนรุ่นใหม่เขาปีนกันดีกว่ามั้ง ว่าแล้วก็เลือกที่จะเลี้ยวซ้ายทางมันเรียบๆร่มรื่นนะไม่โลดโผนแต่เขาบอกว่าทางมันอาจตันแต่ฉันมองว่าช่างมันเถอะขอให้เป็นทางเดินที่ได้เลือกก็พอ ข้างหน้ามันจะเป็นอย่างไรก็ช่างมันนะ เดินชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆไม่อยากวิ่งแล้วมันเหนื่อย ลึกๆในใจฉันอยากมีเวลาเหลือพอที่จะเอาไว้ทำอะไรเพื่อตัวเองในช่วง10ปีที่เหลือบ้างก็เท่านั้น
อ่านบันทึกนี้แล้วสะดุดใจดีจัง
นำเอาข้อคิดคำเขียนมาแชร์ครับ
http://www.gotoknow.org/blog/ruamrosbotkawi/409128?refresh_cache=true
และอีกด้านหนึ่งก็เตรียมการเหมือนกันครับ ดังนี้
http://www.gotoknow.org/blog/agriculturesopon/444324
ขอบคุณอาจารย์โสภณที่ในแง่คิดดีๆเสมอมา
ช่วงนี้เหนื่อยไปหน่อยจิตตกกับเขาเหมือนกันค่ะ
อ่านบันทึกนี้แล้ว เอ๊ะ! เรามีเพื่อนที่คิดเหมือนกันนี่
เดินชมนกชมไม้ในเส้นทางที่เรียบก็คงจะดีค่ะ
เห็นบันทึกนี้แล้ว ตรงกับความรู้สึกผมเช่นกันครับแม้จะยังไม่พร้อมจะออกซ้าย/ขวา.. แต่ลึกๆ ก็คิดไว้ว่าสักวันคงต้องหยุดเดินไปข้างหน้า แล้วเลี้ยวออกมาชมนกชมไม้บ้าง ไม่ถูกไม่ผิดหรอกครับหากทางนั้นคือทางที่เราเลือก (เพราะเมื่อเลือกแล้วคนที่รับผิด/ชอบคือตัวเรา) ด้วยเหตุนี้จึงนำกลอนดีๆ ขอคนที่เขาเขียนไว้ดี้ดี..มาฝากครับ
ปล. "กรรม" คือการกระทำ มีทั้งฝ่ายดี และชั่ว...
ขอบคุณค่ะที่แลกเปลื่ยนอยากเลือกได้เอง
บนเส้นทางที่ไฝ่ฝันแต่คนส่วนใหญ่เขาบอก
ขอให้เดินหน้าต่อไปและต่อไป.........
ต้องรอ...ถึงวันไหนไม่รู้เลยค่ะ...........