GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ว่างจากความถดถอย

ความเป็นมนุษย์คือโอกาสทอง

 

 

ถ้าวันนี้ไม่คืบหน้าหนึ่งก้าว
พรุ่งนี้อาจต้องถอยหลังหลายก้าว
ความคืบหน้าเป็นเครื่องแสดงหลายสิ่ง
สะท้อนตัวตนที่แท้จริงได้ดี

ทั้งความมีใจรัก
ทั้งความฝักใฝ่อุตสาหะ
ทั้งความไม่ละเลยประเมินผล
ทั้งความไม่ยอมจำนนย่ำกับที่


ภาพประกอบ  :  " The Fading Fire "  โดย  Lawrence Coulson

เพียงมีความคืบหน้าอย่างเดียว
ก็เก็บเกี่ยวหลายคุณสมบัติเข้าตัว
ไม่ต้องกลัวเกิดมาเสียเที่ยวเปล่า
ความคืบหน้าจะมีขึ้นไม่ได้
หากเป้าหมายไม่โดดเด่น
มองไม่เห็นว่ารอยเท้าของก้าวนี้
ห่างจากที่หมายปลายทางเพียงใด
มาไกลจากจุดเริ่มต้นแค่ไหนแล้ว

เป้าหมายจึงสำคัญ
ไม่แพ้การเอาจริงเพื่อลุถึงเป้าหมาย
ใครยังหาเป้าหมายไม่เจอ
หรือยังตั้งเป้าหมายไม่ชัดพอ
ก็ไม่รู้ว่าตนกำลังคืบหน้าหรือคืบหลังกันแน่

เทียบกับสิ่งมีชีวิตอื่น
ความเป็นมนุษย์คือโอกาสทอง
มีสองตาเหมาะจะเล็งไปข้างหน้า
กับสองเท้าที่ไม่เหมาะจะตั้งท่าถอยหลัง
แถมยังสองมือพร้อมให้คิดป่ายปีนขึ้นสูง
ทุกส่วนจูงใจให้ใฝ่ทะยาน
ไม่ใช่หนุนให้คืบคลานเรื่อยเปื่อยไร้ทิศ

คนที่เอาแต่นั่งเท้าคางรอ
หวังว่าความก้าวหน้าจะถลามาหาเอง
คือคนที่ไม่เคยสำรวจความเป็นมนุษย์
ไม่เคยขุดค้นสมบัติในตน

ในที่สุดจะเป็นคนคนหนึ่ง
ที่เข้าแถวเรียงเตรียมไหลลงต่ำ
สู่ความเสื่อมจากศักยภาพ
หรือสู่ความเสื่อมจากภูมิมนุษย์

     บางส่วนจาก “คิดจากความว่าง” ของดังตฤณ หาอ่านต่อได้ที่ทำ Link ไว้ข้างหน้านะครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 45116
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 8
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (8)

คุณ(ลุง)ชายขอบชอบอ่านหนังสือเหมือนแม่ของน้องโนว์เลย ชอบจัง "ว่างจากความถดถอย" แล้วก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่าทรนง (แม่บอก) แม้ปวดร้าวก็ต้องอดทร อยู่อย่างทรนงในตนเอง (อิอิ-แอบขโมยของแม่เอามาฝากคุณชายขอบ)
ขอชื่นชมกับหลักคิดนี้มาก ค่ะนานหลายปีแล้ว นักศึกษาเคยให้ของที่ระลึกเป็นท่อนไม้เล็กๆเขียนว่า ท้อได้ แต่อย่าถอย  ก็ใช้เป็นเครื่องเตือนใจมาเสมอ........การเกิดเป็นมนุษย์เป็นสิ่งประเสริฐที่สุด เพราะเป็นโอกาสทองที่เราจะทำตัวเราให้มีคุณค่า เป็นประโยชน์ต่อทุกสิ่งทุกอย่างทั้งใกล้ตัว และไกลตัว  แต่เสียดายบางคนใช้ความเป็นมนุษย์ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างเช่นกัน.....ขอบคุณค่ะ

น้องโนว์

     น้องเข้ามาบ่อย ๆ เป็นเด็ก (ไม่แน่ใจ) ดีจังเลย หากแม่น้องโนว์อ่านหนังสือคล้าย ๆ กัน บ่อย ๆ ลองบอกให้ ลปรร.กันบ้างนะครับ หรือน้องโนว์ลองอ่านบ้างแล้ว นำมาแลกกันที่นี่เสียเองก็ได้นะครับ

Ms.Sunee

     เห็นด้วยเช่นกันนะครับ ที่ว่า...เกิดเป็นมนุษย์ ก็เหมือนได้รับโอกาสทอง แต่เราก็ทำลายโอกาสทองที่ว่านั้นเสียเอง

ต่อยอดจาก

 การทำหลักสูตรท้องถิ่น (ฉบับย่อ)

Ms. Sunee - เมื่อ พฤ. 17 ส.ค. 2549 @ 22:24 (62969) ก่อนอื่นต้องขอโทษกัลยาณมิตรทุกท่านด้วยนะค๊ะ หายไปทำบุญวันแม่ให้แม่ไกลหน่อยไปทำบุญที่วัด ใน อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี วันนี้ได้เปิด Blog ได้อ่านข้อคิดเห็นของอ.จตุพร ผอ.บวร และข้อคำถามของคุณชายขอบ ต้องขอบคุณมากๆค่ะ ที่ลปรร อ.เบิ้มที่เป็นหนึ่งในทีมงานในการร่วมจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น ขอร่วมตอบคำถาม คุณชายขอบ ผ่านทาง Blog MS Sunee ค่ะ …….การจัดการศึกษาสำหรับชุมชนโดยชุมชนเองโดยหลักการแล้วชุมชนเองต้องรู้ตัวเองว่าต้องการจำเป็นอะไรบ้างทั้งเนื้อหาและกระบวนการ ใช้ความคิดเชิงระบบทั้งรู้จักปัจจัยจำเป็น รู้จักกระบวนการ ที่จะไปถึงผลหรือหลักสูตรที่ชุมชนต้องการ ซึ่งโดยธรรมชาติของความเป็นชุมชน ส่วนใหญ่มิได้นึกว่าการเป็นคนในชุมชนหนึ่งคนต้องมีบทบาทหรือรับผิดชอบต่อการจัดการศึกษา ดังนั้นการศึกษาสำหรับชุมชนที่ปรากฎผลเป็นหลักสูตรเป็นการจัดการเรียนรู้จึงมักเห็นเกิดจากสถานศึกษา สถาบันการศึกษาหรือจากกลไกที่นักวิชาการมีส่วนดำเนินการเช่นนักการศึกษา นักวิชาการการเกษตร เป็นต้น (ความเห็นสอดคล้องกับ อ.จตุพร)สำหรับความเห็นของคุณชายขอบ เป็นความคิดที่ดีในการคิดเชิงนอกกรอบ ขอเป็นกำลังใจขออย่าได้หล้าหรือท้อถอยเพราะการกระทำปฏิบัติจะทำห้เกิดการเรียนรู้ ……จากการที่ได้ไปเยี่ยมบ้านชาวกะเหรี่ยงผู้หนึ่งซึ่งทำไร่ทำนา ทอผ้า ตำข้าวกินเองด้วย ครกกระเดื่อง เลี้ยงช้างและวัวไว้ใช้งาน ชาวกะเหรี่ยงคนนี้พูดว่า "จะทำบ้านแบบนี้(แบบที่เขาอาศัยอยู่) ในโรงเรียน โดยจะรวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้ไว้ในบ้านที่จะพยายามสร้างให้เกิดขึ้นในโรงเรียน สำหรับอีกบ้านหนึ่งเจ้าของบ้านเชี่ยวชาญการสานเครื่องใช้ด้วยไม้ไผ่ เขาต้องการให้โรงเรียนจัดสอนโดยเขาจะเป็นผู้สอนให้ ได้ถามว่า" ได้สอนให้ลูกหลานหรือไม่"เขาตอบว่าอยากสอนแต่ลูกหลานไม่อยากทำ จึงอยากให้โรงเรียนสอนถ้าครูในโรงเรียนสอนไม่ได้เขาจะเป็นผู้สอนให้เอง จากสองกรณีนี้ อยากจะตีความว่า สิ่งที่ชาวบ้านเห็นว่าจำเป็นต้องการให้ลูกหลานเรียนรู้และสืบทอดนั้น โดยธรรมชาติถ้าไม่ใช่สถานศึกษา การเรียนรู้ การสืบทอด เกิดได้แต่ไม่เพียงพอ ชาวบ้านคาดหวัง จากโรงเรียน ในการสร้างการเรียนรู้ การสร้างหลักสูตรเป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินหลายขั้นตอนน่าจะเกิดเองโดยไม่มีนักวิชาการเข้าไปเกียวข้องได้ยากมาก นักวิชาการที่ช่วยพัฒนาหลักสูตรจะถือว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนหรือบุคคลากรในระบบหรือไม่นั้นก็แล้วแต่จะกำหนดตนเอง ….สำหรับคุณชายขอบน่าจะมีบทบาทที่กลมกลืนกับชุมชนโดยมีเป้าหมายเพื่อจัดการศึกษาสำหรับชุมชนโดยชุมชน …ซึ่งพวกเรากำลังคอยเรียนรู้จากคุณชายขอบอยู่ค่ะ.. อ.เบิ้มได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้นับว่าเป็นเวทีเสมือนแห่งการเรียนรู้จริงๆนะค๊ะ ขอขอบคุณ คุณชายขอบและเพื่อนสมาชิกอีกครั้งค่ะ

Ms.Sunee และ อ.เบิ้ม

     ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่ช่วงนี้ผมตามบันทึกและ คห.ไม่ทันจริง ๆ เมื่อหลุดจากหน้าข้อมูลหลักไปแล้ว (มีเพียง 5 คห.ล่าสุด) จะตามหายากมากครับ ว่ามีใครได้ต่อยอดอะไรไปอีกบ้าง ผมจึงไม่ทราบเรื่องที่ อ.เบิ้มได้เข้ามา ลปรร.ไว้ และขอบพระคุณอาจารย์สุนีย์มากครับที่นำมาฝากไว้ให้ที่นี่อีกครั้ง จนทำให้ได้พบกัน
     ผมพอจะเข้าใจในเหตุผลที่เกิดความจำเป็นขึ้นแล้วล่ะครับว่าทำไมหลักสูตรท้องถิ่นต้องอยู่ในสถานศึกษา หากแต่ผมจะหมายถึงไปยังประเด็น "การครอบงำ และไม่เคารพในตัวชุมชน" เสียมากกว่า ด้วยเหตุเพราะ ฉันเป็นครูนะ ฉันเป็นนักวิชาการนะ หรือฉันเป็น...ที่ดูจะยิ่งใหญ่กว่า บางที่ดูเหมือนไม่ตั้งใจ แต่ก็ยังเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ที่เป็นการครอบงำกัน โดยเฉพาะคนชาบขอบที่มักจะเจียมตัวเสมอ ๆ
     หากไม่อยู่ในสถานศึกษา เด็กจะไม่เรียน เป็นเพียงสมมติฐานเท่านั้น เชื่อว่าหากชุมชนลงมือ และสถานศึกษามองให้พ้นรั่วออกมา และร่วมกับชุมชนทำ ทำนอกโรงเรียนอย่างจริงใจบ้าง น่าจะได้ น่าจะไปรอดด้วย แต่ก็เป็นเพียงสมมติฐานอีกเช่นกันครับ เพราะยังไม่ได้ลองลงมือทำอย่างจริงจัง

     ลปรร.มาก็เพื่อสะท้อนบางมุมมอง และเพียงบางส่วนเท่านั้นที่เป็นจริงอยู่บ้างนะครับ

สิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวันของคุณ
ล้วนแล้วแต่เป็นลวดลายของความว่าง
คุณจะเริ่มรู้สึกได้ถึงความจริงข้อนี้รางๆ
เมื่อย้อนทบทวนไปในอดีตทีละลำดับ
นับตั้งแต่เริ่มจำความได้
และเติบโตมาจนกระทั่งถึงเมื่อวาน
ถามตัวเองเงียบๆสิครับ
ว่าคุณเก็บอะไรไว้ในความทรงจำได้บ้าง
ถามตัวเองอีกข้อสิครับ
ว่าคุณรักษาอะไรในความจำให้คงรูปได้บ้าง

ถึงคุณเป็นสุข
ความจริงสุดท้ายก็คือต้องว่างจากสุขนั้นๆ
ถึงคุณเป็นทุกข์
ความจริงสุดท้ายก็คือต้องว่างจากทุกข์นั้นๆ
เมื่อใดหลุดพ้นจากความ 'ไม่ว่าง'
ทั้งสุขและทุกข์จากกายใจ
ก็จะรบกวนคุณไม่ได้อีกต่อไป
ดังตฤณ

คุณ adcordiality

     ขอบคุณมาก ๆ นะครับ ที่รักหวงกันตลอดมา และนำมาฝากเพื่อเตือนตน เตือนใจ