วันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เดินทางออกจากที่พักโรงแรม Novotel เมืองดิจอง เมืองหลวงแคว้นเบอร์กันดี เดินทางต่อไปที่กรุงปารีส มหานครแห่งโลกผู้นำแฟชั่น เมืองอันสวยสดด้วยศิลปะและสถาปัตยกรรม เดินทางโดยรถบัสปรับอากาศ ระยะทางประมาณ ๓๐๐ กิโลเมตร ระหว่างทางออกจากเมืองดิจองมองเห็นไร่องุ่นสุดสายตาอำลาเมืองดิจองมุ่งหน้าต่อไปใช้เวลาเดินทางประมาณ ๔ ชั่วโมง
จุดแรกที่ไปเยี่ยมชมคือพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดของประเทศฝรั่งเศส ด้านหน้ามีปิรามิดแก้วช่วยกระจายแสงไปยังสนามที่รายล้อมอยู่รอบด้านกับห้องที่อยู่เบื้องล่างและทำหน้าที่เป็นประตูของทางเข้าของพิพิธภัณฑ์ เดิมที่นี่เป็นพระราชวังยุคศตวรรษที่ ๑๓ และเป็นที่ประทับของกษัตริย์มาจนถึงในปี ๑๗๙๓ จึงถูกเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ในบริเวณใกล้เคียงนั้นเป็นร้านขายสินค้าปลอดภาษีอันเป็นจุดที่ใช้เวลาไปกับการจับจ่ายใช้สอยจนกระทั้งเวลา ๑๘.๓๐ นาฬิกา พากันไปรับประทานอาหาร และกลับเข้าพักที่โรงแรม Holiday Inn ประมาณสามทุ่ม ราตรียังเยาว์ประเทศฝรั่งเศษนี้เวลาสามถึงสี่ทุ่มก็ยังสว่างอยู่ ไม่เหมือนกับประเทศไทยในเวลาสิบเก้านาฬิกาก็มืดค่ำแล้ว
ในเมื่อท้องฟ้ายังสว่างอยู่ก็เกิดความอยากรู้วิถีชีวิตผู้คนในปารีสอยู่กันอย่างไรจึงได้ออกไป Sight seeing กับผอ.ปราโมทย์ ด้วงอิ่ม เดินออกจากโรงแรมไปขึ้นรถไฟใต้ดินซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมนัก ซื้อตั๋ว ๒ คน ราคา ๓.๔ ยูโร ต่อรถไฟไป ๒ ทอด ก็ไปขึ้นที่หมายมองหมาดที่เป็นที่อโคจรข้างบนเป็นโบสถ์ข้างล่างเป็นร้านตคตค้าและการแสดงโชว์ประกอบฉากได้ ในระหว่างการเดินทางได้เห็นวัยรุ่น ๔ คน กระโดดข้ามประตูที่กั้นเพื่อเสียบบัตรตั๋วทางเข้าไปขึ้นรถไฟในจุดที่ไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ ผมยืนดูด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็นพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้คิดขึ้นรถไฟฟรีซึ่งในปารีสไม่มี ต้องไปที่เมืองไทยจึงจะมีรถไฟฟรี ในการที่เรายังมีใจใฝ่ดีไม่อยากที่จะพลาดท่าเสียทีที่ปารีส จึงเดินกันต่อไปในอุโมงค์ใต้ดินตามป้าย information ก็พบที่ขายตั๋ว เดินทางไป ๓ สถานี ไปขึ้นที่สถานี เดินต่อไปมองหมาดที่สองข้างถนนคนเดินเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก คาเฟ่ ที่มีผู้คนสัญจรไปมาในเวลาค่ำคืนเป็นถนนคนเดินแห่งหนึ่งเช่นกัน ในช่วงเวลาที่เดินอยู่นั้นเดินอยู่ไม่นานฝนก็พลันตกลงมาจึงสมควรแก่เวลาที่ต้องหาทางกลับโรงแรมตามเส้นทางเดิม ช่วงขากลับประมาณห้าทุ่มไม่มีเจ้าหน้าที่ขายตั๋วแล้วต้องซื้อตั๋วในตู้อิเล็คทรอนิกส์ ภาษาก็เป็นภาษาฝรั่งเศส อ่านไม่รู้เรื่องเลย ไม่รู้จะหยอดเงินเสียค่าธรรมเนียมและเลือกสถานีอย่างไร งานนี้ไม่เป็นเสียแล้ว จึงต้องยืนคอยดูคนที่อยู่ฝรั่งเศสเขาทำ แต่ก็งงลองทำแล้วค่อนข้างซับซ้อนกว่าการหยอดเงินซื้อตั๋วรถไฟฟ้าที่บ้านเรา หนักเข้าต้องขอร้องให้สาวใหญ่คนหนึ่งซึ่งกำลังหยอดเหรียญซื้อตั๋วอยู่อธิบาย จึงจะหาหนทางกลับมาได้โดยสวัสดิภาพ










รายชื่อ 8 อำเภอสุดท้ายที่ยังไม่ส่งรายงานค่าสาธารณูปโภคประจำเดือน มิถุนายน 2554
1. มหาราช
2. นครหลวง
3. ภาชี
4. วังน้อย
5. บางปะอิน
6. ลาดบัวหลวง
7. เสนา
8. บางซ้าย
กศน.อำเภอบางปะอินส่งช้าเนื่องจากได้รับใบแจ้งหนี้ครบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
กศน.อำเภอบางปะอินได้ดำเนินการ รายงานค่าสาธารณูปโภคเรียบร้อยแล้ว วันที่ 25 ก.ค. 54
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณทุกท่านครับ
ไปต่างประเทศครั้งนี้อากาศกำลังดี ไปกับลุ่มผอ.จังหวัดที่จะเกษียณอายุ ..ก็สนุกอีกรูปแบบหนึ่งครับ
กลับมาคงต้องลดน้ำหนักอีกเป็นแน่