“พีรักนิ่มเสมอ”

 

 สายลมหนาวแรกของช่วงฤดู ลอยกระทบใบไม้ที่แห้งเหี่ยวสลับกับสีของใบที่ไร้ซึ่งความสดใส เพียงแต่รอวันเวลาของการร่วงโรยไป ในที่สุดแสงแรกของวันใหม่ก็โผล่พ้นทิวเขาที่สลับกันอย่างน่าอัศจรรย์ ทอแสงไปในแต่ละทิศทั่วท้องฟ้า บดบังแสงของดวงดาวให้ลับลาหายไป แต่ทุกอย่างยังคงพร่าและมัวไปด้วยม่านของสายหมอกที่ยังคงสัมผัสได้ถึงความเย็นจับใจ แม้แต่สิ่งที่ห่อหุ้มร่างกายเอาไว้ ก็ไม่อาจจะทัดทานมันไว้ได้เลย ทุกรูขุมขนรับรู้และสัมผัสได้อย่างเต็มที่

 

“ นี้สินะ ที่เป็นวันเริ่มต้นของเช้าวันใหม่ ผมรักคุณนะ นิ่ม” ชายหนุ่มซึ่งโอบกอดหญิงสาวราวกับเป็นคนคนเดียวกันได้เอยขึ้น ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแสดงถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านให้กับผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมกอดนั้น

 

“วันนี้แล้วสิคะ ที่พี่จะต้องลงจากดอยไปทำธุระที่กรุงเทพฯ แถมไปถึงหนึ่งอาทิตย์เลย ให้นิ่มลงไปเป็นเพื่อนดีกว่าไหม”หญิงสาวเอยปากถามเขา

 

“ อย่าเลย นิ่มต้องดูแลสุขภาพเยอะๆลงไปกับพี่ด้วย ก็เหนื่อยซะเปล่าๆน่ะ”

 

ทุกอย่างอยู่ในความเงียบสงบภายใต้แสงสีทองที่ค่อยๆปรากฏขึ้นเหนือขอบฟ้า ในห้วงเวลาแห่งไออุ่นรักของคนสองคน

 

วันเวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ในใจของหญิงสาวยังคิดว่าเวลายังคงเดินไปอย่างช้าๆ เธอยังจำได้ราวกับว่าเธอพึ่งมานั่งอยู่ตรงนี้ได้ไม่นาน ถึงร่างกายของเธอจะสั่นระริกเพราะความหนาวเพียงใด แต่ทำไมล่ะ ใจของเธอกลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่เป็นอยู่ ยิ่งเมื่อมองเห็นแสงนั้น แสงแรกของวันใหม่ มันทำให้เธออบอุ่นใจยิ่งนักหรืออาจจะเป็นเพราะความคุ้นเคยกับที่แห่งนี้ ที่ที่เธอมานั่งและสัมผัสกับมันทุกๆเช้าของวันเป็นประจำ  ภาพที่ปรากฏตรงหน้ายังคงไม่เด่นชัดนัก  คล้ายกับใจของเธอที่ยังคงเหม่อลอยโดยไร้จุดหมาย

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอรู้เพียงว่า ก่อนที่พระอาทิตย์จะโผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมา เธอจะต้องมานั่งอยู่ตรงนี้ นั่งคอยนับวันเวลาที่ผ่านไปในแต่ละวินาที เธอไม่เคยลืมเลยกับช่วงเวลาที่ผ่านมาและคงจะไม่มีวันเลือนหายไปไหน เพราะความรู้สึกนี้เอง จึงเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เธอมานั่งอยู่ที่แห่งนี้ ที่ที่ทำให้เธอมีความสุข ช่วยให้ระลึกได้ถึงความรู้สึกเดิมๆ  ภาพเดิมๆ ภาพที่ไม่มีวันเปลี่ยน น้ำเสียงของเขายังคงก้องอยู่ในสายลมนั้น “ผมรักคุณ” มันชั่งเป็นเสียงที่ไพเราะสำหรับผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน น้ำเสียงนั้นทำให้ผู้หญิงคนนี้รู้ว่าเขายังอยู่ข้างๆกาย

 

สายหมอกเริ่มเลือนรางจางหายไป พร้อมกับลมหนาวที่พัดมาเป็นระรอก กระทบกับใบหน้าอันอ่อนหวานของหญิงสาวผู้นี้ แต่ในความอ่อนหวานนั้น กลับแฝงไปด้วยเรื่องราวต่างๆมากมาย

 

 แต่แล้วทำไมล่ะ ทำไม.... ทำไมถึงได้เป็นเพียงแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น ที่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้จะสัมผัสได้ว่าเขายังคงอยู่ข้างๆ อาจจะมีเหตุผลเดียวที่รู้ได้ในขณะนี้ก็คือ คงเป็นช่วงเวลาที่เธอและเขาได้มาอยู่ด้วยกันเป็นประจำ

 

            หญิงสาวได้แต่มองทอดออกไปในทิวเขาอันโล่งกว้าง ที่ปกคลุมไปด้วยผืนป่าอันกว้างใหญ่ สายหมอกยังคงเห็นและสัมผัสได้ สีเขียวของใบไม้ประกอบกับเสียงแจ่วๆของนกที่ส่งเสียงร้องในตอนเช้า ไม่ได้ทำให้นิ่ม หญิงสาวผู้อ่อนหวาน ละออกจากความคิดที่ติดอยู่ในใจของเธอได้เลย

 

 หากในวันนั้น เธอคิดเพียงว่า ความสุขและความอบอุ่นที่เธอได้รับจากชายผู้ที่เธอรัก มันจะเป็นวันครั้งสุดท้ายสำหรับเธอ

 

“ กริ๊ง ๆๆ ๆ ....” เสียงโทรศัพท์ของนิ่มดังขึ้น ในช่วงสายๆของวันนั้น วันที่นิ่มได้ห่างจากเขาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

 

“คุณเป็นญาติของคุณสุริยาหรือเปล่าค่ะ คือทางคุณสุริยาเกิดอุบัติเหตุอยู่ที่โรงพยาบาล... คะ อยากให้ทางญาติเดินทางมาด่วนเลยคะ” ณ ขณะนั้นความเงียบก็เข้ามาครอบงำในใจของนิ่ม หัวใจดวงน้อยๆที่กำลังเต้นอยู่ในตอนนี้แทบจะแตกสลายไปพร้อมกับโทรศัพท์ที่หล่นไปบนพื้น

 

  ทุกสิ่งทุกอย่างในตอนนั้นมันชั่งมืดมน แม้จะเป็นตอนกลางวัน หากเทียบกับกลางคืนก็คงกลางคืนที่มองไม่เห็นแม้นแต่แสงรำไรของหิ่งห้อย

เสียงของหัวใจเธอหยุดลงไป ชีวิตพร้อมที่จะดับลงไปราวกับแสงเทียนที่ไร้ซึ่งอากาศ

หลังจากที่เห็นเธอเห็นเขาในสภาพนั้น มันชั่งเป็นความรู้สึกที่แสนทรมานเหลือเกิน เกินกว่าที่ใครๆจะยอมรับได้ ความอัดอั้นตันใจทั้งหมดได้ไหลออกมาราวกับสายฝนที่โปรยปรายในฤดูฝน ที่แม้นจะตกนานเท่าไร ก็ไม่มีวันหมดไป

 

“ นิ่ม ...นิ่ม... นิ่ม...” เสียงที่เหือดแห้ง อ่อนล้า โรยระรินราวกับเป็นเสียงเรียกสุดท้ายที่ไม่มีวันได้ยินอีกต่อไป ปะปนกับกลิ่นของคาวเลือดที่ไหลออกมาไม่มีวันหมด ทำให้นิ่มเจ็บปวด ทุกข์ระทมกว่าเขายิ่งนัก

 

ในใจของนิ่มในตอนนั้น ไม่มีใครสามารถรับรู้ได้เลย เธอทำได้เพียงโอบกอดเขาเหมือนที่เขาโอมกอดเธอ เพราะสิ่งที่เธอรับรู้นั้น มันยากเกินที่จะยอมรับได้ พญามัจจุราชเพียงท่านเดียวเท่านั้นที่เป็นฝ่ายชนะ

เสียงสุดท้ายที่นิ่มได้ยินดังก้องอยู่ในลำคอของเขา จับใจความได้เพียงว่า

 

“นิ่มต้องดูแลตัวเองตัวเองด้วย ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่อพีนะ พีรักนิ่มเสมอ”

แล้วทุกอย่างก็เงียบหายไป พร้อมกับน้ำเสียงและคำเอือนเอยสุดท้ายของเขา

 

 “พีรักนิ่มเสมอ”

 

หญิงสาวยังคงมองออกไปไกลแสนไกล ไกลเท่าที่สายตาของเธอจะมองออกไปได้

 

สิ่งที่ทำให้เธอยังคงอยู่ได้ก็เพราะคำขอร้องของเขา คำพูดของชายผู้ที่เธอรักมากที่สุด เธอยังคงต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อให้กำเนิดชีวิตใหม่ ชีวิตที่กำลังจะเกิดมาในวันที่ไม่มีเขา ซึ่งเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เขาได้มอบไว้ให้กับเธอ ซึ่งจะค่อยอยู่เคียงข้างเธอแทนเขา เธอหวังได้เพียงว่าเขาคงจะมีความสุข ในตอนนี้เธอรู้สึกดีใจที่เขาไม่ปล่อยให้เธออยู่เพียงลำพัง ในวันที่เขาได้จากไปไกลแสนไกล......   :’(