เป็นคนทำงานที่เงินเดือนน้อยต้องอาศัยรถประจำทางเป็นพาหนะไปกลับ อีกทั้งบ้านไม่ติดถนนใหญ่ต้องอาศัยมอเตอร์ไซด์รับจ้างส่งให้ถึงบ้าน จากภาวะน้ำมันขึ้นราคา  สินค้าราคาแพงขึ้น  ค่าน้ำ  ค่าไฟขึ้นก็ต้องทำใจกันไป  แต่ค่าต่างนี้ๆก็ต้องจำใจยอมรับ  ค่ารถเมล์ก็พอทำใจได้บ้างเพราะขึ้นที่ละ 1 บาท แต่ขึ้นเรื่อยๆ แต่สิ่งที่รู้สึกถึงความไม่ชอบธรรมและทำใจลำบากคือ ปกติขึ้นมอเตอร์ไซด์ทุกวัน 10 บาท ไปกลับ 20 บาท แต่เมื่อวันที่ 16 ส.ค.49 ขึ้นรถให้ 10 บาท
         คนขับบอกว่า " 15 บาทแล้ว "
         ถามว่า  "ค่ารถขึ้นแล้วเหรอ"
         คนขับบอก " เพิ่งขึ้น  น้ำมันมันขึ้น เค้าก็ขึ้นกันทั้งนั้น รถเมล์ยังขึ้นเลย "
         เลยบอกกับคนขับว่า " ขึ้นนะไม่ว่าหรอกเข้าใจว่าน้ำมันมันขึ้น แต่ขึ้นครั้งละ 5 บาท ครึ่งของราคาเดิมเลย ไม่มากไปเหรอ รถเมล์เขายังขึ้นที่ละ 1 บาท ถ้าซัก 12 หรือ 13 ยังรู้สึกดีกว่านี้ "
         คนขับบอกว่า " ไปถามหัวหน้าวินเองแล้วกัน"
         เป็นความรู้สึกที่เราคนทำงานราชการเงินเดือนไม่มากยังรู้สึกได้ แต่นึกถึงคนทำงานรับจ้างเงินเดือนน้อย ยังต้องเลี้ยงลูกส่งลูกไปโรงเรียนอีก ได้เงินเดือนวันละประมาณ 250 บาท ส่งลูกไปเรียนเฉพาะค่ามอเตอร์ไซด์รับจ้างก็ไป-กลับ 30 บาทแล้ว ไหนจะค่ารถเมล์  ค่ากินอาหารอีก วันหนึ่งต้องให้ลูกเท่าไร  ตัวเองใช้เท่าไรแทบไม่เหลือเลย แล้วจะไม่ให้มีคนจนได้อย่างไร
          อยากบอกต่อหน่อยว่า รถประจำทางขสมก รถร่วมบริการ  รถแท๊กซี่หรือแม้กระทั่งรถตู้รับส่ง จะขึ้นราคายังต้องมีการควบคุมหรือขอขึ้นตามความเหมาะสม แต่มอเตอร์ไซด์รับจ้างไม่เห็นมีใครควบคุมการขึ้นราคาได้เลย