ช่วงนี้เมืองไทยกำลังนิยมโยคะ มีการโฆษณาโยคะร้อนโยคะเย็น จึงขอตั้งชื่อเรื่องสไตล์โยคะบ้าง...

ตอนที่ 1: หทยพละ(กำลังของหัวใจ)

เราๆ ท่านๆ คงจะไม่อยากมีอายุยืนอย่างหย่อนยาน หรือพะเยิบพะยาบ(อ่อนระโหยโรยแรง และมากไปด้วยโรค)

วันนี้มีข่าวดีจากจดหมายข่าวเมโยคลินิกครับ... อาจารย์ท่านสรุปการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องจากวัย(วยะ) ผู้เขียนขอเพิ่มการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเข้าไป

ยุคนี้ยุคโยคะร้อนโยคะเย็น:

ช่วงนี้เมืองไทยกำลังนิยมโยคะ มีการโฆษณาโยคะร้อนโยคะเย็น จึงขอตั้งชื่อเรื่องสไตล์โยคะบ้าง...

วยะ หรือวัยมาจากคำภาษาบาลี แปลว่า เสื่อม ส่วน พละ มาจากภาษาบาลีเช่นกัน แปลว่า กำลัง

วยะ: วัยที่เปลี่ยนไป

ต่อไปจะกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามอายุที่เพิ่มขึ้น(วยะ / aging changes) และการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ เพื่อให้เกิดพละ หรือกำลังที่สมวัยโดยเริ่มจากหัวใจ และระบบไหลเวียนเลือด...

  หัวใจและระบบไหลเวียนเลือด:

เส้นเลือดของคนที่มีอายุมากขึ้นจะมีความยืดหยุ่นน้อยลง เส้นผ่าศูนย์กลางจะแคบลง เนื่องจากมีคราบไข(มัน)ไปเกาะ ทำให้มีโอกาสเป็นโรคความดันเลือดสูงเพิ่มขึ้น

การดูแลสุขภาพที่ดีควรเริ่มตั้งแต่อายุ 10 ขวบ เนื่องจากเป็นวัยที่เส้นเลือดเริ่มสะสมคราบไข(มัน)

  การดูแลหัวใจ-เส้นเลือด:

ควรเริ่มจากการลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง โดยเฉพาะอาหารใส่กะทิ อาหารผัดทอด โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป ซึ่งร้อยละ 70 ทอดด้วยน้ำมันปาล์มเนื้อสัตว์บกมีไขมันแฝงอยู่

แม้แต่เนื้อแดงก็ยังมีไขมันสัตว์แฝงอยู่มาก จึงควรกินเนื้อสัตว์บกให้น้อยลง ไม่ควรเกินครั้งละ 1 ฝ่ามือ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง และกินโปรตีนจากพืชเพิ่มขึ้น

  กินเนื้อน้อยๆ หน่อย: 

ควรกินเนื้อให้น้อยๆ หน่อย กินโปรตีนจากพืชให้หลากหลายแทน

ตัวอย่างโปรตีนจากพืชควรเริ่มด้วยการลดข้าวขาวลง หันไปกินข้าวกล้องแทน เสริมด้วยโปรตีนจากถั่ว งา เห็ดให้ได้มื้อละ 3-5 อย่างขึ้นไป เช่น เต้าหู้ นมถั่วเหลือง งาดำ ฯลฯ          

  เลือกชนิดนม:

ท่านที่ดื่มนมสัตว์ควรเปลี่ยนจากนมไขมันเต็มส่วน (whole milk) เป็นนมพร่องไขมัน (low fat) หรือนมไม่มีไขมัน (no fat / nonfat)

ถ้ากินโยเกิร์ตหรือดื่มนมเปรี้ยวควรเลือกชนิดไขมันต่ำ และน้ำตาลต่ำ         

  ลดเกลือ:

เกลือโซเดียมเป็นสารที่มีส่วนเพิ่มความดันเลือดได้ ควรหัดไม่เติมเกลือ ซอส น้ำปลาเพิ่มในอาหาร ลดการใช้ผงชูรสลง(มีเกลือโซเดียม)         

  เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ:

ควรกินสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) ให้เพียงพอ เริ่มจากเปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง กินผักผลไม้รวมกันให้ได้อย่างน้อยวันละ 5 สี ปริมาณรวมกันอย่างน้อยวัยละ 5 ทัพพี

ถ้าเลือกได้... ควรกินผักให้มากกว่าผลไม้ ส่วนผลไม้... เลือกชนิดหวานน้อย เช่น มะละกอ ฝรั่ง ฯลฯ ให้มากกว่าชนิดหวานมาก

เลือกชนิดสีเข้มมากกว่าสีจาง เลือกชนิดไม่ใช้สารเคมี และอย่าลืมพืชผัก สีขาว ด้วย เช่น หอม กระเทียม ฯลฯ         

  ความดันเลือด:

ความดันเลือดมีแนวโน้มจะเพิ่มตามอายุ เนื่องจากเส้นเลือดมีความยืดหยุ่นน้อยลง และเส้นผ่าศูนย์กลางลดลง เนื่องจากมีคราบไข(มัน)ไปพอกด้านในการดูแลสุขภาพ

ควรเน้นการลดเกลือลง เริ่มจากการทำกับข้าวกินเองเพิ่มขึ้น กินอาหารสำเร็จรูปให้น้อยลง ลดการใช้ผงชูรส(มีเกลือโซเดียม) หัดกินอาหารโดยไม่เติมซอสหรือน้ำปลา

  ออกกำลัง:

นอกจากนั้นการออกกำลัง ใช้แรงในชีวิตประจำวัน เช่น เดินเร็ว ลดการนั่งรถลง เดินให้มาก ลดการใช้ลิฟต์ เดินขึ้นบันไดให้มาก ฯลฯ

การควบคุมน้ำหนัก และการฝึกหายใจช้าๆ เช่น ฝึกสมาธิ ฝึกหายใจแบบโยคะ ฯลฯ ทุกวันมีส่วนช่วยลดความดันลงได้

  อย่าเบ่ง:

ถ้าออกกำลังต้านแรง เช่น ยกน้ำหนัก ฯลฯ อย่ากลั้นหายใจ(เบ่ง)ขณะออกแรง การกลั้นหายใจขณะออกแรงอาจทำให้ความดันเลือดสูงขึ้นได้มาก และอาจเป็นอันตรายได้

  ออกกำลังแบบแอโรบิค:

การออกกำลังกายที่ดีกับระบบหัวใจและเส้นเลือดมากได้แก่ การออกกำลังต่อเนื่องแบบแอโรบิค (aerobic) เช่น วิ่งเหยาะ เดินเร็ว จักรยาน ฯลฯ

ถ้าเป็นไปได้... ควรออกกำลังแรงปานกลางอย่างน้อยเทียบเท่าการเดินเร็ววันละ 30 นาทีทุกวัน หรือออกกำลังอย่างหนัก เช่น วิ่งเหยาะ ฯลฯ อย่างน้อยครั้งละ 30 นาที วันเว้นวัน หรือสัปดาห์ละ 3 ครั้ง

  หทยพละ: กำลังของหัวใจ

ทีนี้มาดูพละ(กำลัง)บ้าง... เมื่อวยะ(อายุ)มากขึ้น คนเราจะมีพละ(กำลัง)บางอย่างมากขึ้น โดยเฉพาะพละ(กำลัง)ของหทยะ(หัวใจ) หรือ หทยพละ

หัวใจของคนที่มีอายุมากขึ้นมีอานุภาพเพิ่มขึ้นประการหนึ่งคือ อานุภาพแห่งการสาธุการ(การชื่นชม)

  หัดชื่นชม:

ถ้าสังเกตดูจะเห็นว่า เวลาเด็กๆ ชมใคร ดูไม่ขลัง ไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีอานุภาพ ไม่เหมือนผู้หลักผู้ใหญ่ชม...

นี่เป็นเรื่องของหทยพละ(กำลังของหัวใจ)ของผู้ใหญ่ ซึ่งฝึกฝน อบรม เพิ่มพูนได้

พละ(กำลัง)แห่งสาธุการ(การชื่นชม)จะเจริญเติบโตได้ดี... ถ้ากล่าวแต่คำจริง ไม่กล่าวคำเท็จ(พูดปด) การชื่นชมที่ดีควรชมความดีที่มีจริงเท่านั้น ไม่ชมความดีที่ไม่มีจริง หรือชมการทำเลวว่าดี

  ชื่นชมตัวเองก่อน: 

การฝึกแสดงความชื่นชม (appreciation) มีส่วนช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้นได้ ควรเริ่มจากการบันทึกการทำดีของตัวเองไว้เงียบๆ

ตัวอย่างเช่น วันนี้ใส่บาตร 1 ทัพพี พรุ่งนี้เข้าพรรษาจะเลิกเหล้าตลอดพรรษา เลิกเหล้าได้ 3 วันแล้วจะบริจาคเลือด ครบพรรษาแล้วตั้งใจจะเลิกเหล้าตลอดไป ฯลฯ

  ชื่นชมตัวเองเงียบๆ:

เมื่อบันทึกแล้วควรทบทวนการทำดีเงียบๆ บ่อยๆ เพื่อพอกพูนความดี และเป็นมงคลธรรม(เหตุให้ถึงความเจริญคือ กตัญญู หรือระลึกถึงความดีบ่อยๆ)

ถ้าชอบทำทาน และระลึกถึงทานบ่อยๆ จะเป็นบุญขั้นภาวนาคือ จาคานุสสติ ถ้าชอบรักษาศีล และระลึกถึงศีลบ่อยๆ จะเป็นบุญขั้นภาวนาคือ สีลานุสสติ

  ชื่นชมคนอื่นดังๆ:

ต่อไปควรหัดแสดงความชื่นชมคนอื่นให้ได้ทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เริ่มจากคนใกล้ตัวก่อน เช่น วันนี้กับข้าวอร่อย อย่างนี้ควรชมคนทำกับข้าว ฯลฯ

ถ้าไม่มีอะไรพิเศษก็ต้องหาทางทำเรื่องธรรมดาให้พิเศษให้ได้ เช่น วันนี้ข้าวไม่แฉะ อย่างนี้ควรชมคนหุงข้าว ฯลฯ

  ชื่นชมคนรอบข้าง:

เมื่อไปทำงาน... ควรหาทางชมใครให้อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เช่น เห็นใครทำงานดี อย่างนี้ต้องชม ฯลฯ

การแสดงความชื่นชมตัวเองนี่ ท่านให้ชมเงียบๆ ทว่า... การแสดงความชื่นชมคนอื่น ท่านให้ชมออกมาดังๆ เป็นวาจา หรือเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้

  ชื่นชมคนอื่นดีหลายอย่าง:

การชมคนอื่นเป็นบุญกิริยาวัตถุ ช่วยขัดเกลากิเลสสายโลภะ ความตระหนี่ หวงแหน คือ วัณณมัจฉริยะ หรือความตระหนี่คำชม เช่น ไม่ชมเมื่อคนอื่นทำดี หรือไม่ชมเมื่อคนอื่นได้ดี (เช่น รูปงาม แต่งกายเหมาะสม ฯลฯ) ฯลฯ

นอกจากนั้นการชมคนอื่นยังขัดเกลากิเลสสายโทสะด้วย ถ้าสังเกตดีๆ เราจะไม่ชอบชมคนที่(เรารู้สึก)ชิงชัง

  ธรรมของผู้ใหญ่:

เมื่อวยะ(อายุ)มากขึ้น เราควรตั้งอยู่ในธรรมของผู้ใหญ่คือ เป็นคนหนักแน่นในธรรม ไม่โลเลเหมือนเด็ก

คนหนักแน่นในที่นี้คือ หัดแสดงความชื่นชมเวลาคนอื่นทำดีให้ได้... ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นที่รัก ปานกลาง(ไม่รักไม่ชัง) หรือเป็นที่ชัง

  หทยพละ:

เพราะเราไม่ได้ชมบุคคล เราชมคุณความดี และการแสดงความชื่นชมก็เป็นบุญของเราคือ เป็นการบูชาผู้ที่ควรบูชา หรือบูชาคุณงามความดี

การฝึกแสดงความชื่นชมบ่อยๆ เป็นการฝึก หทยพละ(กำลังหัวใจ) ทำให้เกิดพละแห่งวยะ(กำลังแห่งวัย) ซึ่งจะเจริญงอกงามได้ต่อไป

  ผู้ใหญ่ที่น่าคบ:

  • ผู้ใหญ่ที่มีวยะ(วัย)มากขึ้น... ถ้าหัดชื่นชมตัวเองเงียบๆ ชื่นชมคนรอบข้างดังๆ จะเป็นคนน่าคบ ไม่อยู่อย่างโดดเดี่ยวแม้จะอยู่คนเดียว

ตรงกันข้าม... ผู้ใหญ่ที่ชอบชื่นชมตัวเองดังๆ ไม่ชื่นชมคนอื่น หรือชอบติคนอื่นบ่อยๆ จะเป็นคนไม่น่าคบ

  • ผู้ใหญ่ที่ชมใครไม่เป็น... แม้จะอยู่ท่ามกลางญาติ มิตร และบริวาร... ก็ยังชื่อว่า อยู่อย่างโดดเดี่ยว เพราะขาดเสียซึ่ง "หทยพละ"
แหล่งข้อมูล:               
  • เรียนเสนอให้อ่านเรื่อง "โยคะร้อน" ที่นี่ >>> [[[ คลิก ]]] หรือที่นี่ >>> http://gotoknow.org/blog/healthyforyou/48426
  • ขอขอบคุณ > Aging: What to expect as you get older. > http://www.mayoclinic.com/health/aging/HA00040> August 16, 2006.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก บ้านสุขภาพ มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT ศูนย์มะเร็งลำปาง
  •  นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์> ๑๖ สิงหาคม ๒๕๔๙ >