เมื่อปี36-38 ดิฉันเคยโกรธนายอย่างมากมาย ดิฉันจะคิด คิดแล้วก็น้ำตาไหล นึกถึงแต่ว่าทำไมเค้าไม่เชื่อเรานะ
ดิฉันเป็นทุกข์มากๆ แต่จำไม่ได้ว่าไปอ่านหนังสือของเดล คาร์เนกี้มาได้อย่างไร หนังสือทั้งหมดมี6เล่ม ดิฉันค่อยๆซื้อมาอ่านทีละเล่ม ตกลงใจซื้อทั้งหมดสามเล่ม เล่มที่ดิฉันประทับใจและจดใส่สมุดเล่มน้อยคือ วิธีเสริมสร้างมิตรภาพและชนะใจคน How to win friends and influence people ซึ่งตัวจริงของหนังสือก็ได้หายไป ดิฉันจะไปซื้อใหม่ก็ปรากฎว่าไม่ขายแล้วค่ะ
ทั้ง20ข้อที่ผู้เขียนแนะนำมีดังนี้ค่ะ
-
ไม่เอ่ยถึงสิ่งไม่ดีของผู้อื่น นำแต่ส่วนที่ดีเท่าที่ทราบมาพูด
- ธรรมชาติที่ล้ำลึกที่สุดของมนุษย์ก็คือการโหยหาที่จะได้รับการยกย่อง
- จะใช้คำยกย่องที่กลั่นออกมาจากใจจริง คำพูดของเราจะอยู่ในความทรงจำของอีกฝ่ายหนึ่งอย่างเนิ่นนาน ทั้งยังจะย้ำเตือนให้เขาระลึกถึงมันเสมอแม้เราจะลืมไปแล้ว
- พูดถึงแต่สิ่งที่เขาต้องการและแสดงให้เห็นว่าทำอย่างไรจึงจะได้มัน
- จงเอาใจใส่ผู้อื่นอย่างแท้จริง
- จงปฏิบัติต่อผู้อื่นเหมือนกันที่ท่านต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อท่าน
- มนุษย์ต้องสอนเขาเหมือนกับคุณไม่ได้สอนและจงเสนอสิ่งที่เขาไม่รู้ ประหนึ่งว่าเขาลืมเลือนมันไป
- จงเคารพความคิดเห็นของอีกฝ่ายและอย่าบอกว่าใคร (เขา) ผิด
- จงเริ่มต้นด้วยไมตรีจิต
- การโต้แย้งถกเถียงจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ผลใด
- จงทำให้อีกฝ่ายหนึ่งตอบรับทันทีเมื่อเปิดฉากสนทนา
- จงทำให้อีกฝ่ายบังเกิดความรู้สึกว่าความคิดนั้นเป็นของเขา
- ทุกคนชมชอบการขอร้อง
- จงขอร้องด้วยการพูดให้อีกฝ่ายบังเกิดความรู้สึกว่าเป็นเจตนาที่ดีงามต่อกัน
- อย่าเตือนผู้อื่นอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาผิด
- เหตุผลมีเฉพาะก่อนเหตุการณ์ หลังเหตุการณ์มีแค่คำแก้ตัว
- พูดถึงความผิดพลาดของตนเองก่อนเสมอแล้วจึงตำหนิผู้อื่น
- ไม่มีใครชอบรับคำสั่ง จงขอความเห็นแทน
- จงอย่าฉีกหน้าอีกฝ่าย
- จงรักษาหน้าของอีกฝ่ายหนึ่ง
ดิฉันจะอ่านบ่อยๆเพื่อเตือนตนเองเพราะรู้นิสัยที่ต้องพัฒนาให้ดีขึ้นอีกหลายอย่าง ในช่วงนั้นอายุยังน้อย อ่านแล้วคิดว่าฉันจะทำได้กี่ข้อนะ พอโตมากขึ้นๆจนใกล้เกษียณรู้สึกว่าทำได้หลายข้อมากขึ้น โดยจำนวนข้อจะผันแปรไปตามอายุค่ะ
ขอลปรร เพื่อคนที่โกรธนายอย่างดิฉันจะได้นำไปใช้บ้างค่ะ เผื่อทุกข์จะน้อยลง
แม้จะไม่ใช่ผู้ที่โกรธนายจนน้ำตาไหลแต่เคยแอบน้อยใจอยู่เนืองๆ
ต้องขอบคุณ ผอ. นะคะที่มีสิ่งดีๆมาฝาก บางข้อก็พยายามฝึกตัวเองอยู่
ค่อนข้างยากนะคะ แม้จะรู้ว่าเป็นสิ่งที่ดี ต้องใช้เวลากว่าจะฝึกได้ เริ่มต้นตอนนี้กว่าจะเกษียณคงได้หลายข้ออยู่
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
ดิฉันขอ ลปรร. คะ ไม่ทราบว่าใช้ได้หรือเปล่า เพราะเพิ่งนำไปใช้กับเจ้าหน้าที่ OPD อายุรกรรม เมื่อเร็ว ๆ นี้ ( 1 เดือนก่อนที่ได้มีโอกาสไปร่วมทุกข์ ร่วมสุขด้วยกัน ) แต่ทุกคนก็สู้ตายนะคะ โดยเฉพาะดิฉันก็นำเอาสิ่งที่ท่าน ผ.อ. นำมาฝากไปใช้ด้วยแต่ไม่ทราบหรอกคะว่า เป็นของใคร
สิ่งที่นำมานี้เป็น King' s speech a good thing คะ (จริง ๆ แล้วเอกสารฉบับนี้เป็น ACD ซึ่งเอามาใส่ ไม่เป็นคะ เลยต้องนั่งพิมพ์....................ถ้าเอามาใส่ได้ ขอความกรุณาสอนด้วยนะคะ)
กับเพื่อนร่วมงาน
ไม่ใช่แค่ว่าทำงานร่วมกัน อยู่ด้วยกันวันละ 8 ช.ม. ไม่ เพียงแต่พูดกันเรื่องงาน หากแต่จะต้องมีความรู้สึกที่ดีต่อกันด้วย แม้จะมีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด สู้ปล่อยตัวให้สบาย ๆ ไม่ได้ พบกันถือว่ามีวาสนาต่อกัน...อยู่ร่วมกันก็ยิ่งควรจะ...เข้าใจ.....ให้อภัย......และใส่ใจซึ่งกันและกัน
กับหัวหน้า
บางครั้งก็เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง
เขามักจะมาต่อว่ามากกว่าจะมายอมรับ
สิ่งที่เค้าให้ทำก็เหมือนว่าจะไม่รู้จักจบจักสิ้น หากลองกันกันถ้าหากเราไปอยู่ในตำแหน่งที่เขายืนอยู่ เราคงจะเข้าใจเค้าได้ง่ายหน่อย....... และให้อภัยเขาได้
กับหัวหน้าไม่จำเป็นต้องเป็น .....คู่ปรับกัน แต่จะต้องรู้จักแบ่งปัน..........เรียนรู้......และเติบโตไปด้วยกัน
กับลูกน้อง
เป็นเพราะรู้จักให้.......ผลตอบแทนก็กลับมามากกับลูกน้อง
ไม่ใช่เฉพาะความสัมพันธ์กับเบื้องบนและเบื้องล่างเท่านั้นอยังมีความสัมพันธ์ด้านหุ้นส่วนกันด้วย
รู้จักให้อภัยและเข้าใจซึ่งกันและกัน
หากรู้จักยอมรับมากกว่าที่จะจับผิด
ให้รอยยิ้มมากกว่าสายตาอันตำหนิติเตียน
ผลตอบแทนทีทั้งสองฝ่ายจะได้รับยิ่งมากตามไปด้วย
ขอลปรร.ด้วยค่ะ
ท่าน ผอ.
จะเข้ามาอ่านบ่อยๆเพื่อเตือนตนเองเพราะรู้นิสัยที่ต้องพัฒนาให้ ดีขึ้นอีกหลายอย่าง
ท่านผอ. ครับ เล่มนี้ผมก็เคยเห็นเหมือนกันครับ
จำได้ว่าเป็นหนังสืออ่านประกอบนอกเวลา ตอนนั้นหากันตับแลบเลย
(วิ่งแย่งกันไปซื้อ) เพราะหนังสือเก่ามาก แถมมีนิดเดียว
คาดว่าที่หมดส่วนหนึ่งเพราะอาจารย์บอกจะออกสอบนี่ละ นิสิตหลายร้อยคนแย่งกันจะเป็นจะตาย
ต่อมาเปมือนเรื่องตลกครับ จบมาแล้ว หนังสือตีพิมพ์ใหม่เอี่ยม
ตั้งเป็น 100ๆ เล่ม.......
จะบอกว่ามีตีพิมพ์ขายแล้วนะครับ เห็นที่ดวงกมล ซีคอนแสคว์ครับถ้าผอ. ยังสนใจอยู่
หมายเหตุ เห็นเมื่อ 2 ปีก่อนนะครับ อิอิ
ข้อ ๑๐ ครับ...
หากการโต้แย้งนั้น โต้กันด้วยพื้นฐานของข้อมูล ปัญญา ผมคิดว่า น่าจะเกิดประโยชน์
............
ดีมากเลยครับ ผมขออนุญาตนำเก็บไปใช้พัฒนาตนครับ
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณที่ได้ประโยชน์ค่ะ คงคิดว่าเราดีอยู่คนเดียวทำให้ขัดใจมากค่ะ จริงๆแล้วต่างคนต่างมีความจำเป็นต้องคิดต้องทำภายใต้ข้อจำกัดของเขาแต่เราไม่เข้าใจก็จะเอาอย่างที่เราคิดค่ะ การโต้เถียงจะดีต้องเป็นกัลยาณมิตรกันก่อนค่ะถึงจะฟังกัน ส่วนใหญ่ก็จะคิดไปคนละทางคนละทิศที่ผู้บริหารต้องทำให้เป็นทิศเดียวกัน
สวัสดีครับท่าน ผอ.
ผมขอสมัครเป็นสมาชิกสักคนนะครับ
จาก 20 ข้อ ที่ อาจาร์สรุปมา เป็นประโยชน์อย่างมากเลยครับ และ ก็ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่อาจารย์สรุปมามห้ครับ
เมื่อประมาณสัก เกือบ 10 ปี ผมมีโอกาสได้เข้ารับการอบรมเรื่อง การพัฒนาบุคลิกภาพ และการพูดในที่ชุมชน โดยอ.ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์(หากเขียนผิดก็ขออภัยนะครับ) ได้หนังสือเล่มเล็กมาเล่มหนึ่ง ชื่อ กฎ 67 ข้อ ของ เดล คาร์เนกี้ ผมหวงมากครับ และ ก็หวงจนหาย จนในที่สุดผมได้หนังสือมาอีกเล่มจากร้านหนังสือมือสอง ชื่อ วิธีชนะมิตรและจูงใจคน (ฉบับภาษาไทย ) ผมอ่าน 2 รอบ และ ก็พยายามจะสรุป เพื่อจัดเป็นบอร์ดให้กับพนักงานในบริษัทผมอ่านเป็นตอนๆไป แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้วครับเพราะผมไปพบ ว่าที่ http://www.geocities.com/pong1930/leader0.htm
เขาทำสรุปไว้ให้แล้วครับ ดีมากเลยครับ
ทีนี้ผมทราบจากอาจาร์ที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า หนังสือของ เดล คาร์เนกี้ มี 3 เล่ม จะขอความกรุณาบอกกล่าวสักนิดได้ไหมครับว่ามี ชื่อว่าอะไรบ้าง ผมจะได้ไปหาซื้อมา (ไทย หรือ อังกฤษก็ได้ครับ)
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
หนังสือมี6เล่มค่ะ
วิธีเสริมสร้างมิตรและชนะใจคน
How to win freins and influence people
วิธีดำเนินชีวิตอย่างสุขใจไร้กังวล
How to stop worrying and start living
วิธีทำงานให้สนุกและสร้างสุขในชีวิต
How to enjoy your live and your job
ศิลปการพูดที่มีประสิทธภาพ
The quick and easy way to effective speaking
วิธีชลอความแก่
Grow up ,dont grow old
วิธีช่วยสามีให้กล้าวไกลในรกิจและสังคม
How to help your husband get ahead in his business and social life
ทั้งหมดนี้ลอกมาจากท้ายหนังสือที่เหลืออยู่สองเล่มค่ะ
ขอบคุณที่ให้ข้อมูลและจะตามไปอ่านตามที่ให้มาเนื่องจากนิสัยที่ยังไม่พัฒนาบางอย่างยังควบคุมไม่ค่อยได้เช่นการจำชื่อคนค่ะ
ถ้ามีหนังสือดีๆก็แนะนำมาได้นะคะ
สวัสดีครับคุณหมอ
ผมแวะเข้ามาช้าไปหน่อย(สองปี) แต่ก็ได้ความรู้ที่เป็นประโยชน์มากครับ ผมค้นหาคำว่า เดล คาร์ เนกี ในกูเกิ้ล จึงพบบล็อกของคุณหมอ และตามเข้ามาอ่าน
สาเหตุที่ค้นหาเนื่องจากว่าผมฟังรายการวิทยุคลื่น 89.5 (ราชมงคล) ช่วงเวลา 7.30น.ของวันที่21 ตค.51 รายการห้องรับแขก จัดโดยคุณอรอุมา เขาสัมภาษณ์
คุณสมคิด ลวางกูร คนที่เขียนหนังสือ วางมีดหมอมาหัวร่อหน้าไมค์ และเกี่ยวกับชุดทนายความ ชุดพระ และล่าสุดคือ พลิกชีวิตหายนะสู่ความสำเร็จ ตอนหนึ่งเขาได้กล่าวถึง เดล คาร์เนกี ว่าคือผู้ที่จุดประกายให้เขามีวันนี้ได้ นี่คือที่มาครับ
และผมชอบบทสรุปที่คุณหมอเขียนไว้ จึงขออนุญาตนำมาใช้อ้างอิง และส่งต่อ เมล์ให้น้องๆ เพื่อนๆ ได้อ่านสิ่งที่ดีๆ และขออนุญาตนำบล็อกนี้เข้าแพลนเน็ตของผมด้วยครับ ผมเองไม่ค่อยจะมีเวลาเขียนบล็อกใหม่เลย ได้แต่อ่านของชาวบ้านครับ
ขอบคุณคุณสมเจตน์ที่เข้ามาเยี่ยมและดีใจที่ข้อมูลเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านค่ะ
สวัสดีน้องน้ำผึ้งที่แวะมาเยี่ยมและทักทายค่ะ หมอยังทำแว้บๆไม่เป็นเลยค่ะ
สวัสดีครับคุณหมอ มาแนะนำหนังสือที่น่าจะพออ่านได้ครับ เรื่อง พุทธานุภาพกับจิตตานุภาพ

รายละเอียดอ่านจากลิงค์ http://bookstore.manager.co.th/BookView.asp?ID=4522
ขอบคุณค่ะ เข้าใจว่าลูกเคยให้อ่านค่ะ จะลองไปค้นดูที่บ้านและนำมาอ่านอีกครั้งค่ะ
ขอบคุณค่ะสำหรับคำแนะนำดีๆ และ หนังสือดีๆที่น่าอ่าน ชอบเดล คาร์เนกี้มากๆเลยค่ะ
เคยทำแบบทดสอบและ ลองใช้ดู ได้ผลในชีวิตประจำวันมากเลยค่ะ และที่สำคัญชีวิต
มีความสุขขึ้นมากเลยค่ะ เพราะทำอะไรก็มีแต่คิดดีและในด้านบวกทั้งนั้น ยังแอบอดคิด
ไม่ได้เลยนะค่ะ ว่าคุณเดล ท่านอาจเป็นพุทธภูมิมาสร้างบารมีให้เต็มก็ได้นะ (คิดไปได้)
อ่านไปก็ได้แต่โอ้โห้..คิดแบบนี้ เป็นนักบวชได้เลยนะเนี่ย..ยิ่งอาจยิ่งมั่นใจค่ะ..
คุณหมอว่า..เป็นอย่างนั้นไหมค่ะ..สวัสดีค่ะ
เรียนคุณ benyapra
หมอเห็นด้วยค่ะ เวลาทำจริงๆต้องฝึกสติบ่อยๆจึงจะทำเหมือนเดล คาร์เนกี้สอนได้ค่ะ
หมอได้แต่นำมาเตือนใจและพยายามพัฒนาใจกายให้ดีขึ้นกว่าเดิมซึ่งคงใช้เวลาอีกนาน
ขอบคุณที่เข้ามาทักทายค่ะ
เรียนคุณหมอค่ะ
ดิฉันเพิ่งเคยได้อ่านหนังสือของเดล คาร์เนกี ค่ะ เห็นที่ร้านซีเอ็ดเมื่อต้นเดือนมกรานี้เองค่ะ (How to win friends & influence people) รู้สึกประทับใจหนังสือเล่มนี้เช่นเดียวกันค่ะ หลังจากอ่านดิฉันเพิ่งทราบว่าหนังสือเล่มนี้เคยตีพิมพ์ครั้งแรกตั้ง 70 ปีมาแล้ว แต่เรื่องราวยังทันสมัยใช้ได้อยู่ทุกยุคทุกสมัย ชอบมากเลยค่ะ
ตอนนี้หนังสือนำมาแปลและเรียบเรียงใหม่ เพิ่งพิมพ์ออกมาเมื่อธันวา 51 นี้ค่ะ เผื่อคุณหมอสนใจค่ะ
ขอบคุณคุณสุธิดาค่ะ