ในบรรดาเห็ดโคนทั้งหลาย (ในความเห็นของผมและชาวบ้านหลายๆ คน) เห็ดโคนที่อร่อย ที่สุดก็คือ “เห็ดโคนแดง” กับ “เห็ดโคนดำ” นะครับ สองอย่างนี้คะแนนความอร่อยเท่ากัน เฉือนกันไม่ลงจริงๆ

 

 

 

 

"เห็ดโคนบานแล้ว"

 

 

                ตามปกติผมจะตื่นนอนประมาณตี 4  เกือบทุกวัน เพื่อนำสินค้าไปส่งให้กับลูกค้าในต่างจังหวัด ซึ่งเป็นอย่างนี้มาเกือบ 4 ปี แล้ว  จนทำให้เกิดความเคยชิน  แม้วันไหนว่างและไม่ต้องเดินทางไกล แต่พอถึงเวลาช่วงนี้ ผมก็จะตื่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ร่างกายจะมีความตื่นตัว และนอนไม่หลับอีกเลย    จนต้องใช้วิธีนั่งอ่านหนังสือหรือค้นคว้าข้อมูลต่างๆ ทางอินเทอร์เนตไปพลางๆ จนกว่าจะสว่าง

                (ผมไม่แน่ใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเพราะความเคยชิน หรือว่าเป็นธรรมชาติของคนเรา ยามเมื่อเริ่มก้าวเข้าสู่วัยที่สูงขึ้น)

                เช้าวันนี้ ก็เช่นเดียวกัน ผมตื่นนอนตอนตีสี่กว่าๆ ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ ก็เปิดคอมฯ และอินเทอร์เนตเพื่ออ่านข่าวสารต่างๆ เพื่อให้ทันเหตุการณ์บ้านเมือง มิเช่นนั้นเดี๋ยวเขาจะหาว่า  “คนบ้านนอก”  นิ .....เชยและล้าสมัยจังเลยเน๊าะ

                ราวๆ 6 โมงเช้า ผมก็ขี่มอเตอร์ไซค์คันเก่าๆ  เดินทางเข้าไปที่ป่าท้ายหมู่บ้านซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก เพื่อหา “เห็ดโคน” ซึ่งเป็นอาหารชั้นเลิศอีกอย่างหนึ่งที่มีอยู่อย่างมากมายในป่าท้ายหมู่บ้าน รวมทั้งตามสวนลำใยของชาวบ้านด้วย

                ฝนที่ตกชุกในช่วงนี้ ทำให้พื้นดินมีความชุ่มชื้น ประกอบกับสภาพอากาศที่เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็น  ทำให้ผมเชื่อมั่นด้วยประสบการณ์ว่า  ยังไงเสียเห็ดโคนก็ต้องออกแน่ๆ เพราะสภาพอากาศเป็นใจ  เพียงแต่จะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง  ถ้าโชคดีก็พบเจอ และเป็นลาภปาก แต่ถ้าโชคร้าย ก็ไม่พบเลยสักดอก ลาภที่หวังจะได้ก็จะหลุดลอยไป และอาจจะต้องไปหาซื้อลาบตามร้านค้ามาชดเชยแทน   (คิคิคิ)

                ผมเดินลัดเลาะไปตามโคนไม้ต่างๆ ที่มีจอมปลวกอาศัยอยู่ ไม่นานผมก็เจอเจ้าเห็ดโคนตามที่ผมต้องการ   ผมเดินหาเห็ดโคนอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง พอเห็นว่าได้มากพอสมควรแล้ว ผมก็ขี่มอเตอร์ไซค์คันเดิมกลับบ้านทันที เพื่อให้ทันเวลาทำอาหารสำหรับเช้าวันนี้

                บ้านแม่ตาดที่ผมใช้ชีวิตอยู่นี้ แม่จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ก็จริง แต่กลับร่ำรวยไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากมาย เนื่องจากท้ายหมู่บ้านอยู่ติดกับภูเขา ภายในหมู่บ้านมีลำห้วยธรรมชาติไหลผ่าน  เรียกได้ว่า ในน้ำมีกบและปลา ในนามีข้าว ในป่าเขามีซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่มีของกินนานาชนิดรอให้ผู้คนเข้าไปค้นหาหรือเลือกสรร(รวมทั้งเห็ดโคนด้วย) งานนี้ใครขยันก็ได้กิน ส่วนใครขี้เกียจก็อดละครับ

                อันว่า “เห็ดโคน” นั้น  มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “เห็ดปลวก” นะครับ  เนื่องจากอาศัยเจ้าปลวกน้อยใหญ่ทั้งหลายเป็นเจ้าหน้าที่ในการขนย้ายเชื้อพันธุ์ไปแพร่ขยายตามที่ต่างๆ เรียกได้ว่าปลวกไปถึงไหนและอยู่ที่ใด แถวๆ นั้นก็มักจะมีเห็ดโคนขึ้นอยู่เสมอ เป็นความสัมพันธ์หรือเกื้อกูลกันที่ไม่อาจจะแยกออกจากกันได้ตราบนิจนิรันดร์

                หลายปีก่อน ผมเคยสังเกตเห็นว่า เวลาเห็ดโคนเหี่ยวเฉาลง ปลวกน้อยใหญ่ก็จะพากันมาแทะกินเศษซากของเห็ดโคนเหล่านั้นอย่างเอร็ดอร่อย เสร็จแล้วก็พากันเดินพาเหรดเข้าไปในคอนโดมิเนียมอันใหญ่โตของตัวเอง(ก็จอมปลวกนั่นแหละครับ) เลยทำให้ผมหายสงสัยทันทีเลยว่า .....ทำไมปลวกกับเห็ดโคนจึงเป็นของคู่กัน  และไม่สงสัยอีกเลยเช่นกันว่า ทำไมที่ไหนมีปลวกอยู่ ที่นั่นจึงมักมีเห็ดโคนขึ้นอยู่ด้วยเสมอ

                ในบรรดาเห็ดที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติทั้งหลาย “เห็ดโคน” ได้ชื่อว่าเป็น “ราชาแห่งเห็ด” เลยทีเดียวนะครับ เนื่องจากมีรสชาติอร่อย กินแล้วติดใจ อร่อยกว่าเห็ดชนิดอื่นๆ สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งผัด แกง ยำ ต้ม นึ่ง หรือตำน้ำพริก ก็ได้  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้รับประทานนะครับ

                “เห็ดโคน” ที่บ้านแม่ตาด เท่าที่ผมได้ทำการสังเกตและสำรวจด้วยตนเองมาหลายปี(ปีละหลายครั้งด้วย) ทำให้ผมพบว่า ที่นี่มีเห็ดโคนอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์หลากหลายชนิดด้วยกัน  ได้แก่

1.         เห็ดโคนหลวง      ลักษณะดอกสีขาว มีขนาดใหญ่กว่าเพื่อน  บางดอกสมบูรณ์เต็มที่จะมีขนาดใหญ่กว่าจานข้าวเสียอีก  ชอบออกตามโคนไม้ใหญ่หรือตามจอมปลวก

2.        เห็ดโคนแดง    ลักษณะดอกจะออกสีแดงๆ  ดอกหนา เนื้อแน่น   ชอบออกตามโคนไม้หรือจอมปลวก พบยากกว่าชนิดอื่นๆ

3.        เห็ดโคนดำ     หลังดอกจะมีลักษณะสีออกดำๆ  ตอนกำลังดอกตูมสีจะดำอย่างเห็นได้ชัดเจน  จึงเป็นที่มาของคำว่า “เห็ดโคนดำ”  ชอบออกตามโคนไม้หรือรอบๆ จอมปลวก  พบยากพอๆ กับเห็ดโคนแดง

4.       เห็ดโคนน้อย   เป็นเห็ดโคนขนาดเล็กที่ดอกไม่ค่อยใหญ่ ขาเห็ดจะเรียวเล็ก  เวลาออกจะออกเป็นกลุ่ม ชอบออกรอบๆ จอมปลวกหรือบริเวณที่มีใบไม้ทับถมกันเยอะๆ จนเปื่อยและกลายเป็นดิน

5.       เห็ดโคนข้าวตอก   ลักษณะดอกสีขาว มีขนาดเล็ก สูงประมาณ 1 นิ้ว กว้างประมาณ 1 เซนติเมตร  ชอบขึ้นติดกันเป็นกลุ่มๆ  บางครั้งอาจจะขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่ครอบคลุมพื้นที่หลายสิบตารางเมตรเลยทีเดียว  พบได้ตามบริเวณที่มีใบไม้ทับถมกันเยอะๆ

6.       เห็ดโคนขี้ไก่  เป็นเห็ดโคนที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาเห็ดโคนทั้งหลาย  ลักษณะเหมือนเห็ดโคนน้อย แต่ความสูงเต็มที่ไม่เกิน 1 เซนติเมตร ดอกเท่ากับดอกเข็ม ชอบขึ้นเป็นกลุ่ม เวลาเด็ดต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง มิเช่นนั้นเห็ดจะช้ำหรือเละหมด

7.       เห็ดโคนขาว   ลักษณะจะเหมือนกับเห็ดโคนน้อย แต่มีขนาดใหญ่กว่า  ตอนยังไม่บานดอกจะแหลมๆ จะเรียกอีกอย่างว่า “เห็นโคนกลาง”  ก็ได้ เนื่องจากดอกจะขาวๆ  และมีขนาดกลางๆ  ดอกไม่ใหญ่เหมือนเห็ดโคนหลวง เห็ดโคนแดง หรือเห็ดโคนดำ แต่ก็ใหญ่กว่าเห็ดโคนน้อย เห็ดโคนข้าวตอก และเห็ดโคนขี้ไก่  ชอบออกตามจอมปลวกหรือใต้ต้นไม้ที่มีใบไม้ทับถมกันเยอะๆ จนกลายเป็นดิน

 

                เห็ดโคนที่ผมสำรวจพบในหมู่บ้านแม่ตาด เท่าที่เห็นก็มีเพียงแค่นี้นะครับ ประมาณ 7 ชนิดด้วยกัน ซึ่งเพียงแค่นี้ ก็มากมายจนกินกันไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว

                (ที่จริง ในเมืองไทยเรายังมีเห็ดโคนอยู่อีกหลายชนิดนะครับ เช่น  เห็ดโคนบานเย็น (ชอบบานตอนเย็น  ซึ่งมีอยู่เฉพาะที่ศรีสะเกษบ้านเกิดของผมเท่านั้น) เห็ดโคนขายาว(มีเฉพาะแถวแม่ฮ่องสอน) เป็นต้น.....ส่วน “เห็ดโคนญี่ปุ่น” นั้น  อย่าไปเว่าฮอดมันเลย  เพราะเห็นชื่อก็รู้แล้วว่า....มันมาแต่ไส และสัญชาติใด (คิคิคิ))

                ลืมบอกไปว่า.....ในบรรดาเห็ดโคนทั้งหลาย  (ในความเห็นของผมและชาวบ้านหลายๆ คน) เห็ดโคนที่อร่อยที่สุดก็คือ “เห็ดโคนแดง” กับ “เห็ดโคนดำ” นะครับ สองอย่างนี้คะแนนความอร่อยเท่ากัน เฉือนกันไม่ลงจริงๆ  โดยเห็ดโคนแดงมีรสชาติหวาน เนื้อแน่น ไม่ยุ่ย เคี้ยวดังกรุบกรอบๆ ส่วนเห็ดโคนดำนั้น มีรสชาติออกหวานมากกว่าเห็ดโคนแดง และเนื้อนุ่มกว่า

 

                สรุปแล้ว    อาหารเช้าของครอบครัวผมวันนี้ ก็คือ ยำเห็ดโคนแดงผสมกับเห็ดโคนหลวงนะครับ  เป็นเมนูอาหารที่สุดยอดและอร่อยมากๆ เลยครับ

 

               แล้วเพื่อนๆ ละครับ  เคยมีโอกาสได้ชิมรสชาติของเห็ดโคนบ้างหรือยังเอ่ย?

 

 

 

"เห็ดโคนแดง" คือดอกที่สีแดงและยังตูมอยู่

ส่วนเห็ดที่บานแล้ว คือ "เห็ดโคนหลวง" ครับ

 

 

 

ดอกเล็กขาวๆ คือ "เห็ดโคนขาว"

ส่วนดอกใหญ่ คือ "เห็ดโคนหลวง" ครับ

 

 

น้องเพียงพอ(ลูกสาวคนโต)ถ่ายรูปกับ "เห็ดโคนหลวง" ที่กำลังได้ที่และน่ากินที่สุด

 

 

 

เห็ดดอกนี้ ถามใครก็ไม่มีใครรู้จัก เลยเหมาเอาว่า มันคือ "เห็ดรวมญาติ" นะครับ (คิคิคิ)

 

 

 

 

 

(ขอขอบคุณ....คุณหนูรี กับ คุณอาร์ม มากๆ ครับ  ที่กรุณาแนะนำวิธีนำรูปขึ้นไว้ใน blog เลยทำให้เพื่อนๆ ได้เห็นภาพเห็ดโคนบางชนิดด้วย....ขอบคุณจริงๆ ครับ)