ในหนังสือภูมิวิลาสินี แต่งโดยพระเทพมุนี ( วิลาศ ญาณวโร ) ก็ได้กล่าวยืนยันว่านรกและสวรรค์มีอยู่จริงและมีอยู่ในสถานะเป็นสถานที่
ในอักษรคัมภีร์พุทธกล่าวถึงนรกสวรรค์ไว้หลายแห่งเป็นการเน้นว่าคนทำชั่วเมื่อตายไปตกนรก คนทำดีเมื่อตายไปขึ้นสวรรค์ ส่วนสภาพนรกและสวรรค์นั้นมีกล่าวไว้ว่า...
...ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลจะเอาคนพาลเหล่านั้น เทียมรถแล้วให้วิ่งกลับไปกลับมาบนแผ่นดินที่มีไฟติดทั่ว ลุกโพลงโชติช่วง คนพาลเหล่านั้นจะเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์กล้าเจ็บแสบอยู่ในนรกนั้น และยังไม่ตายตราบเท่าบาปกรรมยังไม่สิ้น...( พาลบัณฑิตสูตร , ม.อ. 14 / 475 ).
...ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย และมหานรกนั้นมีเปลวไฟพลุ่งจากฝาด้านหน้าจดฝาด้านหลัง พลุ่งจากฝาด้านหลังจดฝาด้านหน้า พลุ่งจากฝาด้านเหนือจดฝาด้านใต้ พลุ่งจากฝาด้านใต้จดฝาด้านเหนือ พลุ่งจากข้างล่างจดข้างบน พลุ่งจากข้างบนจดข้างล่าง สัตว์นั้นจะเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์กล้า เจ็บแสบอยู่ในมหานรกนั้น และจะยังไม่ตายตราบเท่าบาปกรรมยังไม่สิ้นสุด...( เทวฑูตสูตร , ม.อ. 14 / 514 ).
...วิมานแก้วมณีนี้ สูง 12 โยชน์โดยรอบ มีห้องรโหฐาน 700 มีเสาแก้วไพฑูรย์ ปูลาดด้วยเครื่องลาดอันสวยงาม ท่าน นั่ง ดื่ม กินในวิมานนั้นพิณทิพย์บรรเลงไพเราะ เทพอัปสรชั้นไตรทศ 64,000 ชำนาญศิลป์ ล้วนแต่ผู้พากันมาฟ้อนรำขับร้องให้บันเทิงใจ ท่านบรรลุเทวฤทธิ์มีอานุภาพ...( ผลทายกวิมาน , ขุ.วิ. 26 / 67 ).
ยุคต่อมามีเรื่องไตรภูมิพระร่วงถือเป็นวิทยานิพนธ์ภาษาไทยเล่มแรกของสยามประเทศ โดยกษัตริย์กรุงสุโขทัยแห่งราชวงศ์พระร่วงนามพญาลิไทยทรงรจนาขึ้น ข้อมูลในหนังสือเล่มนี้ได้นำมาจากคัมภีร์พุทธทั้งพระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกา อนุฎีกาและปกรณ์วิเสส รวมทั้งหมดประมาณ 30 พระคัมภีร์... (พระครูสังวรสมาธิวัตร ( ประเดิม กมโล ). 2528 : 3 – 4 ).