“สมัชชาสุขภาพ” คืออะไร
เป็นคำถามที่ผู้เขียนได้ยินจากเพื่อนภาคีเครือข่ายท่านหนึ่งถามขึ้นในเวทีสาธารณะที่สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดขึ้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อต้นเดือนมกราคม ๒๕๒๒ ที่ผ่านมา
ผู้เขียนหยิบพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ขึ้นมาพลิกอ่านดู พบว่าได้ให้คำนิยามของคำว่า “สมัชชาสุขภาพ” ไว้ว่า เป็น “กระบวนการที่ให้ประชาชนและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเรียนรู้อย่างสมานฉันท์ เพื่อนำไปสู่การเสนอแนะนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพหรือความมีสุขภาพของประชาชน โดยจัดให้มีการประชุมอย่างเป็นระบบและอย่างมีส่วนร่วม”
นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งร่วมเวทีอยู่ด้วย ได้อธิบายเพิ่มเติมให้กับผู้ร่วมเวทีว่า “สมัชชาสุขภาพ” เป็นกระบวนการประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม เป็นกระบวนการทำงานด้วยยุทธศาสตร์สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา และเป็นกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม
สมัชชาสุขภาพจึงไม่ใช่เวทีสาธารณะหรือเวทีวิชาการที่องค์กร หน่วยงานต่าง ๆ นิยมจัดกัน เพราะ
สมัชชาสุขภาพต้องมีการจัดประชุมอย่างเป็นระบบ
สมัชชาสุขภาพต้องเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเข้าร่วม
สมัชชาสุขภาพต้องเป็นเวทีที่มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมเรียนรู้
สมัชชาสุขภาพต้องเป็นเวทีที่ใช้ปัญญา (ความรู้) ผนวกเข้ากับความสมานฉันท์ (ความรัก)
สมัชชาสุขภาพต้องมีเป้าหมายเพื่อให้ได้นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพที่ดี
สมัชชาสุขภาพต้องมีเป้าหมายเพื่อการนำนโยบายสาธารณะไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม
ผู้เขียนหันไปเห็นชายวัยห้าสิบเศษยกมือ พร้อมกับก้าวออกมากลางเวที สมองบอกทันทีว่าชายคนนี้คือ “ชัยพร จันทร์หอม” แกนนำคนสำคัญจากจังหวัดตรัง หนึ่งในทีมขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพในภาคใต้
“ผมมองว่า “สมัชชาสุขภาพ” เป็นเครื่องมือของการทำงานร่วมกันของบุคคล กลุ่มองค์กรภาคีที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมและเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ผู้ที่เข้ามาร่วมกันจะให้เกียรติกัน เคารพรับฟังกัน สร้างปฏิสัมพันธ์ที่เน้นแนวราบ บนความเชื่อมั่นของวิถีประชาธิปไตย ผมเชื่อว่า กระบวนการสมัชชาสุขภาพ ต้องมีหลักคิดมีจิตสำนึกทางสังคมเป็นพื้นฐาน ไม่ได้เป็นเทคนิควิธีการลอย ๆ ต้องมีหัวใจในการทำงาน เส้นทางนี้เป็นเส้นทางพัฒนาการทางสังคมที่เน้นสร้างกระบวนการ สร้างความเข้าอก เข้าใจ หลีกระบบที่ใช้อำนาจและการแบ่งแยกเป็นตัวกำหนดสังคม ซึ่งทั้งอำนาจและการแบ่งแยกเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง ความรุนแรงและความไม่สันติสุข แต่ถ้าเราพลิกมาให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมและเคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และเชื่อมั่นในวิถีประชาธิปไตยเชิงชีวิต ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่มีการออกแบบในตัวบทกฎหมาย ผมคิดว่า นี่คือ หนทางกระบวนการปฏิสัมพันธ์ของบุคคล กลุ่มคนที่เข้ามาตามแนวคิดสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาเป็นฐาน แล้วเคลื่อนเพื่อก่อให้เกิดทิศทางร่วมในการผลักดัน ทั้งแนวทางปฏิบัติให้บุคคลมีสุขภาวะเพิ่มขึ้น ๆ รวมทั้งครอบครัว ชุมชน และสังคม อาจจะขยายไปถึงครอบครัวระดับโลก ผมมองอย่างนี้”
ผู้เขียนนึกชื่นชมกับเจ้าของคำพูดที่ได้ฟังผ่านไปสักครู่ เพราะได้อธิบายให้เข้าใจถึงหลักพื้นฐานที่ซ่อนฝังอยู่ในวลี “สมัชชาสุขภาพ” ได้อย่างชัดเจน สมองอดคิดต่อไปว่า ถ้าคนทุกกลุ่ม ทุกชุมชน ทุกเครือข่าย ทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน นำกระบวนการที่เรียกว่า “สมัชชาสุขภาพ” ไปใช้เพื่อแก้ปัญหาที่พบอย่างพร้อมเพรียงกันโดยยึดหลักพื้นฐานของกระบวนการอย่างจริงจัง ประเทศไทยเราคงจะเป็นประเทศแห่งความสุขอย่างแท้จริง
สุดท้ายที่ผู้เขียนได้รับคำตอบก็คือ “สมัชชาสุขภาพ” นี่แหละคือเครื่องมือสร้างสันติสุขของชาติ.