ชัยชนะอยู่ที่คนสุดท้ายเข้าเส้นชัย ไม่ใช่แข่งกันเข้าเส้นชัยคนแรก

ผมก็เพิ่งมาติดใจ การขี่จักรยาน ก็เมื่อ ไม่กี่เดือนมานี่เอง   ได้การเรียนรู้มากมาย

๑)  ได้กล้ามเนื้อ แข็งแรงขึ้นหลายส่วน     ในขณะที่การวิ่ง อาจจะทำให้ข้อเข่าเสื่อม    การว่ายน้ำ ก็หาสระลำบาก  วุ่นวาย และ อยู่ในพื้นที่แคบไปหน่อย    การเล่นกีฬาที่ต้องนับ  เพื่อหาคนชนะ  กีฬาที่ต้องเอาชนะคู่แข่ง เช่น แบด เทนนิส  ฯลฯ  บอกตรงๆว่า ขี้เกียจนับ  และ หาคนเล่น "ใจกว้างๆ" ได้น้อย 

อายุขนาดผม มาเล่นฟุตบอล   ผมว่าอันตราย   และ เป็นเกมที่ ระบบ safety การ protection น้อยเกินไป 

๒) หาสนามขี่ ดีๆ ยากมาก   ทั้ง กทม มีที่ให้ขี่แบบเป็นเรื่องเป็นราว คือ สวนรถไฟ  พุทธมณฑล  เบ็ญจกิติ (ยาสูบ ศูนย์ประชุม ฯ) 

ทางจักรยาน ใน กทม น้อย  ไม่ปลอดภัย  อาจโดน motorcycles และ รถ  "เฉี่ยวชน"  ได้

วันก่อน ผมเข้าไป สำรวจใน มหาฯ ขอนแก่น  ก็มีกลุ่มขี่ และ มีทาง จักรยานที่ไม่ร่วมทางกับรถอื่นๆ บ้าง  สั้นๆ  (ว่า จะชวนหมอ JJ มาขี่สะหน่อย)

๓) ได้เล่นทั้งครอบครัว  นี่แหละ "สำคัญ" มากๆ  พ่อ แม่ลูก  เป็น ครอบครัวผาสุข  มีกิจกรรมร่วมกัน   ไม่หมกตัวหน้าคอม ฯ มากไป 

๔)  ไป ขี่ใน ที่อากาศดีๆ   เที่ยวแบบเรียนรู้  แวะดูชีวิตชาวบ้าน  ทำนา เลี้ยงสัตว์  ปลูกต้นไม้ เพาะเห็ด  กระชังปลา  ประวัติศาสตร์   ไหว้พระ  ฯลฯ  เกิด Learning society

แต่ก็ต้องระวัง  พวก four wheel ชนได้  ในกลางป่า   พวกนี้ บางที ลุยแหลก เสียงดัง  สัตว์ป่า สับสน ฯลฯ

๕) ชิ้นส่วน จักรยานที่ดีๆ มีคุณภาพ  ไม่ได้ผลิตในประเทศไทย   ทั้งๆ ที่เรามี วิศวกร จบออกมาปีละ มากๆ  แต่  knowhow และ innovation น้อย

เราสร้างวิศวกร ให้เรียนเรื่องยากๆ จนเรื่องใกล้ตัว คิดไม่ออก (ขอแซว อาชีพ ตนเอง หน่อยนะ)

๖) เป็นกีฬา ที่ สร้างความรู้สึกที่ดีต่อกัน ช่วยเหลือกัน  ปะยาง นวด ฯลฯ   และที่สำคัญ คือ ในการขี่เป็นกลุ่ม   ความสำเร็จอยู่ที่  ทำอย่างไร ให้ทุกคน โดยเฉพาะ คนที่แข็งแรงน้อยกว่า   ไปถึงที่หมายครบและปลอดภัย  ----> Team learning และ เป้าหมายเดียวกัน (Share vision) คือ มีน้ำใจ ร่างกายแข็งแรง ได้เพื่อน เรียนรู้นิสัยไม่ดีในตนเอง ฯลฯ

ถ้าเราไปถึงเร็วไป ถึงคนแรก  ก็ไม่มีประโยชน์   ก็ต้องไปนั่งรอ  ซึ่ง เห็นได้ เฉพาะ เด็กๆ เท่านั้น   ที่แข่งขันกันแบบนั้น

สังเกต เกมอย่างฟุตบอลไหม  แข่งกันแล้วบอกว่า สร้างสามัคคี  แต่ เอาเข้าจริง มีบ่อยครั้งที่ ทำร้ายกัน ศอก กระแทก  ต่อยกัน จบแล้วจบเลยไม่คุยกัน ฯลฯ

การขี่จักรยาน จึงเรียนรู้ ที่จะ "รอ"   การรอ เป็นศิลป์และทักษะที่สำคัญ

การขี่จักรยาน สำคัญที่ เรียนรู้ "ใจ" "กาย"  ขีดจำกัดของร่างกาย

๗)  การผลักดัน ให้เรา ประหยัดพลังงาน มาขี่จักรยาน  คงยากมากๆ 

ขี่จักรยาน รักษาสภาพแวดล้อม  นับว่าเป็นการคิดเพื่อโลก เพื่อคนอื่น  นี่แหละ System thinking

๘) เป็นกีฬาที่แข่งกับตนเอง   เช่นการขึ้น ทางชัน  การขี่ทางไกล ฯลฯ  ดูจิตได้ชัด   โดยเฉพาะ จิตเกิดอาการท้อแท้  

เป็นกีฬา ที่ สร้าง personal mastery ได้   แก้ไข Mental model   ฝึกการเป็น coach (พัฒนา เพื่อนร่วมขี่ ที่ยังไม่เก่ง)

กอล์ฟ ก็เป็นกีฬาที่ดี  ในแง่แข่งกับคนเอง  หากแต่ ผมว่า แพง  ทำลายธรรมชาติ  คนเล่นพนันเข้ามาปนมากไป    และ เอาเข้าจริง เมื่อมีการนับแต้ม  ก็มีการแข่งขัน

๙)  สุดท้าย ----->  ทุกกีฬา  จะดีหรือไม่  ก็อยู่ที่ "ใจ"ของคน   ว่าเราจะเอากีฬามาเรียนรู้กับการบริหาร "ใจ" ได้ขนาดไหน 

สำนวนโบราณ  ว่าไว้ว่า   "แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร"  

แพ้เป็นมาร  ชนะก็เป็นมาร  ---> ถ้าจิตเกิดอาการ 

แพ้ก็เป็นพระ ชนะก็เป็นพระ ---> ถ้าจิตว่างๆ