จากการที่ได้อ่าน แปล และตีความ บทความเรื่อง From Deficit Discourse to Vocabularies of Hope : The Power of Appreciation เสนอต่อที่ประชุมประจำสัปดาห์ของ สคส.ไปเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน (ผู้สนใจสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ ในบันทึกชีวิตอินเทอร์น ตอนที่มีชื่อว่า ตอนจบของ AI ท้ายเล่ม) ทำให้มองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างถ้อยคำแห่งความหวัง กับการสร้างตัวตนในเชิงบวกของสังคม  และกลไกการแพร่กระจายของคำศัพท์ในขั้นเริ่มต้น จนกระทั่งติดปากคนทั่วไป

           ในฐานะดิฉันได้เข้ามาเป็นอินเทอร์น (และมีสภาวะอินเทอร์น) ในช่วงเวลาที่คำว่า KM Inside แพร่หลายสู่วงผู้สนใจในเรื่องการจัดการความรู้พอดี จึงขอบันทึกประวัติการแพร่กระจายของคำๆนี้ไว้ดังนี้

           อ้อ-วรรณา เล่าว่าคำว่า KM Inside เพิ่งกระจายอยู่ใน สคส. เมื่อไม่เกิน ๓ เดือนมานี้  พี่วัธ เสริมว่า สิ่งที่เป็น inside คือเนียนอยู่ข้างในแต่มองไม่เห็น  เป็นคำที่อาจารย์วิจารณ์ได้ความคิดมาจากคำว่า Intel Inside 

            คำว่า KM Inside นี้เป็นคำที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการ "จับ(คุณ)ภาพ" ที่มีอยู่ภายในหน่วยงาน  กระจายจาก best practice ด้านการจัดการความรู้คือ อาจารย์วิจารณ์ และ เป็นศัพท์เทคนิคที่ใช้อยู่ใน สคส. เพื่อการสร้างสายตา และความเข้าใจที่ตรงกันของทีมงาน ในการค้นหาการจัดการความรู้ที่เนียนอยู่ในหน่วยงานต่างๆ ใน สามกระบวนการ ได้แก่


 * การพิจารณาว่า KM ที่ทำอยู่มีการเชื่อมต่อกับวิสัยทัศน์ความรู้ (KV) หรือ หัวใจของความรู้ เพื่อการบรรลุวิสัยทัศน์ขององค์กรหรือไม่


 * การพิจารณาว่า คนในองค์กรมีการเปิดใจเรียนรู้ (KS) หรือไม่ ในองค์กรมีการ ลปรร. ข้ามหน่วยที่ทรงพลังหรือไม่


 * การพิจารณาว่า มีการนำขุมความรู้ (KA) ที่ได้ ไปใช้ประโยชน์ และแพร่กระจายไปยังหน่วยอื่นๆหรือไม่


 นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาเรื่องของปัจจัยทั้ง ๖ ที่ส่งผลต่อการทำ KM ที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่


 * บทบาทที่สำคัญ (ของคุณเอื้อ)
 * ทักษะที่จำเป็น (ของคุณอำนวย)
 * คุณลักษณะที่พึงประสงค์ (ของคุณกิจ)
 * ภาวะผู้นำ (ที่ส่งเสริมการทำ KM)
 * บรรยากาศ (ที่เอื้อต่อการ ลปรร.)
 * ขีดความสามารถ (ด้านเทคโนโลยี / เชิงระบบ)


           สุดท้ายคือ ต้องมองที่ตัวผลลัพธ์ และ ผลกระทบที่ได้จากการทำ KM ว่า เกิดอะไรขึ้นบ้าง ทั้งกับงาน  กับคน  กับองค์กร และความเป็นชุมชนในที่ทำงาน ซึ่งหากหน่ายงานนั้นเป็นหน่วยงานที่ทำงานบริการคนหมู่มาก ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็จะกว้างขวางตามไปด้วย

           นับจากวันที่มีตกลงกันในหมู่คณะทำงานว่าจะมองหาอะไรจากองค์กรที่ทำ KM    ระบบค่านิยม ระบบศีลธรรมของ  KM Inside ก็เริ่มซึมซ่านเข้าสู่ความรู้สึกนึกคิดของผู้คนในแวดวง สคส. ให้เกิดอาการพูดจาภาษา KM Inside กันโดยทั่วไป

           คำว่า KM Inside นี้ แพร่หลายสู่แวดวงผู้สนใจเป็นครั้งแรกเมื่อ ดร. ประพนธ์ ผาสุขยืด ขึ้นบรรยายเรื่อง "จาก KM สู่ LO ด้วย KM Inside" เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๑ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๕๔๙  ในโอกาสที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ  สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ  และสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม  รวมพลังกันจัดงาน "มหกรรม KM ราชการไทย ก้าวไกลสู่ LO" ขึ้น ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์  กรุงเทพฯ

           และกำลังรอวันกระจายสู่สาธารณะ ผ่านช่องทางที่หลากหลาย  เช่น การตีพิมพ์บันทึกนี้ใน blog   การส่งเสริมให้หน่วยงานที่มี KM Inside เป็นที่รู้จัก  และการทำให้หน่วยงานที่มี KM Inside ปรากฏคุณค่าของตัวเอง ด้วยหนทางอันหลากหลาย

           เมื่อวิธีคิดของ KM Inside และ วาทกรรมเรื่อง KM Inside กลายเป็นหัวข้อในความคิดคำนึง และในวิถีปฎิบัติของคนในสังคมแล้ว  ถ้อยคำเหล่านี้ก็จะกลายเป็นเชื้อเพลิงที่สำคัญในการเติมพลังให้กับการขับเคลื่อนสังคมไปสู่ความอุดมปัญญาด้วยการจัดการความรู้ อย่างไม่รู้สิ้นสุด