การบูรณาการน่าจะหมายถึง องค์รวม ไม่ใช่เอาสิ่งต่างๆ ที่แยกไว้มารวมกัน แต่เป็นการคิดเชิงวิเคราะห์จากฐานธรรมชาติ ฐานของปัญหา ฐานของความจริง โดยไม่มีกรอบใดๆ ขีดเส้น ขีดขั้นใดๆ แบบนี้แล้ว ปัญหาๆ ต่างจะเกิดขึ้นตามความเป็นจริง เมื่อรู้จักตั้งคำถาม การหาคำตอบด้วยกระบวนการที่เป็นวิทยาศาสตร์จะเข้ามาทำหน้าที่ต่อไป

ผมอ่านบททวนงานของอาจารย์ท่านหนึ่งเกี่ยวกับความหมายของการบูรณาการดังนี้ ...ความหมายของการบูรณาการคือการทำให้สมบูรณ์(Integration)คือการทำหน่วยย่อยๆที่สัมพันธ์กันมาผสมกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวให้ครบสมบูรณ์ในตัวเองและยังได้แบ่งประเภทของของการบูรณาการเป็นหลักสูตรบูรณาการ (Curriculum Integration) คือการนำเนื้อหาจากศาสตร์ต่างๆ มาผสมผสานกันก่อนการจัดการเรียนการสอนและการบูรณาการการเรียนการสอน (Instructional Integration) คือการนำเนื้อหามาจัดการเรียนการสอนด้วยการผสมผสานวิธีการหลากหลาย กิจกรรมหลากหลาย...

ซึ่งเป็นความหมายที่นิยามไว้จากท่านผู้รู้ท่านหนึ่ง ทราบว่ามีการอ้างอิงบทนิยามนี้ทั่วไปในวิทยานิพนธ์นิสิตปริญญาโท-เอก

ผมขอแสดงความคิดเชิงวิพากษ์ ดังนี้ครับ

การนิยามนี้มีลักษณะแยกส่วน กล่าวคือ เป็นการบูรณาการโดยเอาสิ่งที่แยกส่วนไว้แล้วเป็นฐาน คือเอาวิชาหรือศาสตร์ต่างๆ เป็นฐานเริ่มต้น แล้วนำศาสตร์เหล่านั้นมารวมกัน แล้วเรียกว่านั่นว่า บูรณาการ ใช้ลักษณะการคิดเชิงสังเคราะห์ การบูรณาการแบบนี้จะมีตัวศาสตร์ความรู้จากวิชาต่างๆ เป็น "กรอบ" ไม่เป็นธรรมชาติ

ขอเสนอการบูรณาการบนฐานชีวิตและวัฒนธรรมที่ หมอประเวศ วะสี ได้กล่าวเอาไว้ ซึ่งผู้สนใจสามารถค้นคว้าได้ไม่ยาก การบูรณาการน่าจะหมายถึง องค์รวม ไม่ใช่เอาสิ่งต่างๆ ที่แยกไว้มารวมกัน แต่เป็นการคิดเชิงวิเคราะห์จากฐานธรรมชาติ ฐานของปัญหา ฐานของความจริง โดยไม่มีกรอบใดๆ ขีดเส้น ขีดขั้นใดๆ แบบนี้แล้ว ปัญหาๆ ต่างจะเกิดขึ้นตามความเป็นจริง เมื่อรู้จักตั้งคำถาม การหาคำตอบด้วยกระบวนการที่เป็นวิทยาศาสตร์จะเข้ามาทำหน้าที่ต่อไป

วิธีการได้มาซึ่งคำตอบอาจจำต้องใช้องค์ความรู้จากหลายศาสตร์หลายสาขาวิชา คำตอบที่ได้มา อาจไม่สามารถจัดรวมอยู่ในศาสตร์สาขาวิชาเหล่านั้นได้ ดั่งนี้แล้ว จึงเกิดสาขาวิชา เจอศาสตร์ใหม่ๆ ได้ต่อไป นี่คือเส้นทางและรากฐานของการคิดเชิงสร้างสรรค์

หรือท่านผู้อ่านเห็นประการใด