กษัตริย์กรีกและนายแพทย์ดูบัน(ตอนอวสาน)........ตำราวิเศษหน้าสุดท้าย

ให้ระวังระไวในการคบคน
   คืนนี้ยังไม่ดึกมาก น่าจะเล่านิทานเรื่องกษัตริย์กรีกและนายแพทย์ดูบันจบก่อนสว่างนะคะ ไม่ได้เรียนแบบสุลตานาของอาหรับนะคะ แต่ขืนเล่านิทานนานไป ไม่จบสักที เห็นท่าจะถูกประหารเสียก่อน งั้นไปฟังตอนอวสานกัน
ก่อนจะเข้าสู่หลักประหารนั้น นายแพทย์ดูบัน ได้ถวายตำราฉบับพิเศษแด่พระราชา และย้ำถึงวิธีการใช้และอ่านตำราเล่มนี้ คือ เมื่อเขาถูกตัดศีรษะแล้ว ให้รีบนำศีรษะที่หลุดจากบ่า วางลงที่ปกของตำราทันที  ไม่ช้าเลือดของเขาก็จะหยุด หลังจากนั้นขอพระองค์จงค่อยเปิดตำราวิเศษนี้เถิด และหากมีข้อสงสัย สามรถถามได้ ศีรษะนั้น จะยังตอบคำถามให้พระองค์ได้อีกเล็กน้อย
  พระราชาเชื่ออย่างสนิทใจ ไม่คิดจะเปิดตำราอ่านเสียก่อน และจดจำคำสั่งครั้งสุดท้ายได้แม่นยำ ว่าใจความสำคัญจะอยู่ที่ หน้า 6 บรรทัดที่ 3 จากนั้น ด้วยความที่อยากจะเห็นความวิเศษของตำรา และศีรษะพูดได้ของเจ้าของตำราเสียเร็วๆ จึงมิได้ดำริประการใดอีก มีแต่เร่งให้ประหารเสียทันที เพชฌฆาต บั่นคอนายแพทย์เพื่อสำเร็จโทษประหาร ทันใดนั้น พระราชารีบรับสั่งให้นำศีรษะที่เพิ่งหลุดจากคอ มาตั้งไว้บนปกตำราทันที ชั่วขณะหนึ่งพอให้เลือดหยุด และซึมซับลงสู่ตำราเล่มนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนไม่มีติดขัดอะไร ทรงวางศีรษะของนายแพทย์ผู้มีพระคุณไว้ข้างๆ หวังว่าจะให้ตอบคำถาม หากไม่เข้าใจการใช้ตำรานี้ เป็นครั้งสุดท้ายอีก พระราชารู้สึกขอบใจในน้ำใจของแพทย์ผู้ช่วยชีวิตเขาเป็นอย่างยิ่ง
  และแล้ว ก็เริ่มเปิดตำราหน้าแรก แต่เนื่องจากกระดาษเปียกเลือดจึงติดกัน พระราชาจึงใช้นิ้วพระหัตถ์แตะพระเขฬะ(น้ำลาย)เสียก่อน แล้วเปิดตำราไปเรื่อยๆเช่นนี้ จนมาถึงหน้าที่ 6 บรรทัดที่ 3 ก็พบแต่ความว่างเปล่า หามีข้อความตำราวิเศษอะไรไม่ จึงหันมาถามศีรษะ ที่ยังรอคอยตอบคำถามให้พระองค์ ศีรษะนายแพทย์ผู้แปลกประหลาดจึงตอบว่า ขอพระองค์ จงเปิดหน้าต่อไปอีกสัก 2-3 หน้าเถิด พระราชา รีบใช้นิ้วพระหัตถ์แตะพระเขฬะ แล้วเปิดหน้าถัดๆไป
  อนิจจาพระราชาหารู้ไม่ว่า หน้ากระดาษเหล่านั้น อาบไว้ด้วยยาพิษ ครั้นเมื่อได้แตะยาพิษเข้าปากหลายครั้งเข้า ยาพิษก็ออกฤทธิ์เข้าสู่กระแสพระโลหิต มีอาการดิ้นทุรนทุรายล้มลงที่ฐานพระราชบัลลังก์ ดวงตามืดมัวมองอะไรไม่เห็น และพระราชา ก็กำลังจะสิ้นพระทัย ในชั่วอึดใจนี้ ศีรษะของนายแพทย์ดูบัน ก็กำลังจะหมดกำลังชีวิตส่วนน้อยในศีรษะเช่นกัน แต่ยังได้พูดฝากไว้ให้ได้ยินทั่วกันครั้งสุดท้ายว่า
  พระราชาผู้โหดร้าย บัดนี้ได้รับโทษตามสมควรแก่สันดานพาลหยาบช้าของพระองค์แล้ว จงประจักษ์เถิดว่า พระราชาผู้ใช้อำนาจในทางมิเป็นธรรม ล้างผลาญผู้สุจริตหาความผิดมิได้ ย่อมได้รับโทษเช่นนี้แล แล้วทั้งกษัตริย์กรีกและนายแพทย์ดูบัน ก็จบชีวิตไปพร้อมๆกัน
  แม้นายแพทย์ดูบัน จะไม่สามารถเอาชีวิตรอดจากพระราชาผู้อธรรมได้ แต่เขาก็สามารถลงโทษพระราชาได้ จึงเป็นเรื่องเตือนสติคนภายหลัง ให้ระวังระไวในการคบคน หรือต้องสมาคมกัยคนพาล ผลดีนั้นมีน้อยนิดจริงๆ แต่อันตรายนั้นมากมหาศาลจนถึงแก่ชีวิต ก็เป็นไปแล้ว
  จบนิทานเรื่องที่ประทับใจผู้เขียนมาก หนึ่งในนิทานอาหรับราตรี ที่ทำให้สุลต่าน งดเว้นการประหาร และยกเลิกโทษประหารให้ในที่สุด ให้กับคนเล่านิทานในครั้งนั้นค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เล่าสู่กันฟัง



ความเห็น (11)

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะพี่รุ่งที่คิดถึง
  • ในที่สุดก็ถึงตอนอวสานเสียที
  • น่าสงสารคุณหมอจังเลยที่ต้องตาย
  • แต่อย่างน้อยการตายของคุณหมอก็มิตายเปล่า
  • แต่ช่วยเตือนสติให้ระวังการคบคนโดยเฉพาะคนพาล
  • ที่ผลดีนั้นมีน้อยแต่อันตรายนั้นมากมายมหาศาลจนถึงแก่ชีวิต
  • ขอบพระคุณนิทานเรื่องราวดดีที่จัดให้ก่อนนิทรานะคะ.

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะพี่รุ่ง

อ่านนิทานไป ลุ้นไปด้วย ให้คติเตือนใจดีค่ะ

อรุณสวัสดิ์ค่ะน้องครูแป๋ม

ดีใจทีมีนิทานเล่าให้น้องฟังก่อนนอน

เรื่องนี้สอนใจได้หลายเรื่องเหมือนกัน

โดยเฉพาะการหมั่นศึกษาคนที่เราคบค้าด้วยเสมอ

บางครั้งต้องใช้เวลา เมื่อรู้แล้วว่าอาจเป็นคนพาล

ก็จะได้ระมัดระวังตัวเอาไว้

คนพาลไม่นึกถึงบุญคุณใครหรอกค่ะ

ความกตัญญูจึงเป็นเครื่องหมายของคนดีค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบและขอบคุณที่ยังระลึกถึงกันเสมอ

สวัสดีค่ะคุณถาวร

เรื่องนี้ถูกใจพี่รุ่งเหมือนกัน

ครั้งที่อ่านก็ลุ้นอย่างนี้

แต่เรื่องก็กลับตาลปัตร

แต่ก็ได้ข้อคิดหลายๆแง่มุม

ขอบคุณที่ติดตามมาหลายบันทึก

จบเสียที ไว้โอกาสหน้าจะมาเล่านิทานให้ฟังใหม่นะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะพี่รุ่ง

มาอ่านตอนอวสาน นึกถึงสมัยป๋าชอบเล่านิทานให้ลูกๆ ฟัง

บางเรื่องก็ไม่อยากจะให้ถึงตอนจบ บางทีก็ขอ เอาอีกๆ อยู่ร่ำไป

พอถึงช่วงต้องเล่าให้หลานฟังเองบ้าง ก็ เข้าใจหัวอกคนเล่าซ้ำๆ เลย

ไว้จะมาอ่านนิทานอีกนะคะพี่รุ่ง ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ ยังคิดถึงเสมอ

สวัสดีค่ะคุณPoo

เมื่อสมัยเด็กๆ พี่ก็รบเร้าให้คุณแม่เล่านิทาน

คุณแม่เป็นคนเสียงไพเราะมาก

ท่านก็จะร้องทำนองเสนาะเล่าเรื่องแม่นกกาเหว่า

ที่ไข่ให้แม่กาฟักนะค่ะ

แต่ก็จะหลับก่อนทุกที มันเพลิน อบอุ่นกับเสียงของแม่ด้วย

พอต่อมาต้องเล่านิทานให่ลูกฟัง

ก็เล่าไม่ค่อยจะจบ และเล่าอยู่แต่กระต่ายกับเต่า

คือคนเล่าจะหลับก่อนนะค่ะ

พี่รุ่งสัญญาว่าจะหานิทานมาเล่าให้ฟังอีกค่ะ

สวัสดีค่ะคุณเบดูอิน

เช่นกันค่ะ คิดถึงและไม่ลืมเลยค่ะ

ขอบคุณที่แวะมาอ่านนิทานอาหรับราตรี

เล่าไม่สนุก ก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ

สวัสดีค่ะคุณGUY

ขอบคุณดอกไม้สำหรับนิทานเรื่องนี้

คนเล่าก็ปลื้มใจด้วยค่ะ

ขอบคุณมากๆอีกครั้งนะคะ

  • เข้ามาอ่านนิทาน
  • และขอบคุณครับที่ไปเยี่ยมเยือน
  • ปณิธิ ภูศรีเทศ

สวัสดีค่ะคุณ ปณิธิ ภูศรีเทศ

ก็เป็นแฟนคลับคุณ ปณิธิ ภูศรีเทศอยู่ค่ะ

ชอบอ่านบทกวีกับภาพที่มีความหมาย

ขอบคุณเช่นกันที่มีบันทึกดีๆมาให้อ่าน

และดีใจนะคะ ที่มาอ่านนิทานอาหรับราตรีที่นี่