ยายจันดี เป็นผู้สุงอายุ ที่พิการทางการเคลื่อนไหว ไม่มีคนดูแล ทีมงานพบ case จากการสำรวจผู้พิการ เพื่อทำการขึ้นทะเบียน สิ่งที่พบ คือยายจันดี ได้รับการขึ้นทะเบียนจากเทศบาลแล้ว และได้รับการแจกกายอุปกรณ์ มา คือ รถโยก และ walker แต่สิ่งที่พบมากกว่านั้น คือ ยายจันดี แต่ก่อน เป็นทอม และจากการใช้ชีวิตที่ผ่านมา ทำให้ไม่มีเงินเก็บ สะสม เมื่อยามแก่เฒ่า และเจ็บป่วย ไม่สามารถที่จะหาเลี้ยงชีพตนเองได้ ยังชีพด้วยเบี้ยผู้พิการและผู้สูงอายุเดือน ละ 1,000 บาท ญาติซึ่งเป็นน้องสาวได้ให้มาอาศัยอยู่ข้างบ้าน โดยการใช้ไม้ และสังกระสีผุๆๆมาทำเป็นเพิง เพื่อให้พอคุ้ม แดด คุ้มฝนเท่านั้น และบางวันก็หยิบยื่นอาหารมาให้ เพราะรู้สึกสงสาร และส่วนมากจะมีพระที่วัดจะเป็นคนที่ฝากอาหาร ขนมต่างๆมาให้ ซึ่งได้จากที่ญาติโยม นำไปถวายวัดนั่นเอง แต่การที่จะให้ญาติๆมาดูแลอย่างใกล้ชิด ในเรื่องความเจ็บป่วยและการใช้ชีวิตประจำวันนั้น เป็นไปได้ยาก เพราะตัวญาติเองก็ป่วยเป็นเบาหวาน และที่ผ่านมาก็ไม่ได้รู้สึกผูกพันธ์มาก ที่ให้มาอยู่ที่ข้างบ้านก็ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว
ในช่วงแรกของการเยี่ยมทีมงานเยี่ยมบ้านได้ใช้กลยุทธ์การชื่นชม กับการใช้ชีวิตที่ผ่านมา การก้าวข้ามความทุกข์ในแต่ละวันที่คลืบคลานไปอย่างช้าๆ และทำการตัดเล็บให้ยายจันดี แต่หลังจากนั้นทางทีมได้ประชุมปรึกษากันว่าสิ่งที่ยายจันดีต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นอันดับแรก คือเรื่องอะไร เพราะถ้าจะไปเริ่มต้นที่เรื่องการรักษา การฟื้นฟู คงเป็นไปได้ยาก เพราะลำพังแค่จะอยู่ให้พ้นไปในแต่ละวันก็แสนลำบากแล้ว ทางทีมตกลงกันว่าเราจะช่วยกันหาบ้านหลังใหม่ ให้ยายจันดี พร้อมๆไปกับการฟื้นฟู เพื่อป้องการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดมากขึ้น จากข้อ ติด
และแล้วขบวนการหาบ้านหลังใหม่ให้ยายจันดีก็เริ่มต้นขึ้น เราเริ่มมองหาเครือข่ายที่จะสามารถช่วยเราได้ เครือข่ายที่ว่านั้น คือ เทศบาลนั่นเอง เพราะเป็นประชากรที่เทศบาลต้องมาดูแลร่วมกัน ในการไปขอความช่วยเหลือ ทางทีมก็ให้คนที่คุ้นเคย และทำงานประสานกับเทศบาลมานาน เป็นผู้ดำเนินการ โดยการไปขอร่วมประชุม นำเสนอสิ่งที่ทีมได้ทำ ให้คณะกรรมการทั้งหลายที่อยู่ในเทศบาลได้รับทราบและเห็นภาพความทุกข์ความยาก ของคนคนหนึ่ง เหมือนอย่างที่ทีมเรามองเห็น ซึ่งได้เข้าไปนำเสนอหลายครั้งมาก (ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ) จนในที่สุดเทศบาลส่งกองช่างมาทำบ้านให้ยายจันดี
หลังจากที่ยายจันดีได้ย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังใหม่ ที่เกิดจากความร่วมมือ ร่วมใจ และความพยายามของทีมงานทุกๆๆคน ที่มีความกล้าที่จะทำแตกต่างจากการทำงานในอดีตที่ผ่านมา กระบวนการดูแลเรื่องโรคที่ยายเป็นก็เริมต้นขึ้น โดยเรื่องการฟื้นฟู การป้องกันภาวะข้อยึดติด โดยทีมกายภาบำบัด การติดตามเรื่องความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานที่ตามมาอย่างติดๆ การจัดยาที่เหมาสมเฉพาะราย โดยทีมพยาบาล และเภสัชกร ติดตามดูแล และเรื่องการจัดสิ่งแวดล้อม ก็มีญาติมาช่วยดูแลบ้าง ซึ่งถ้าเทียบกับเมื่อก่อนญาติไม่เคยที่จะใส่ใจเลย ซึ่งเราเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่ง ดีๆๆจากการได้ช่วยเหลือผู้ป่วยรายนี้
สิ่งที่ทางทีมมักทำคู่กันไปเสมอในการดูแลผู้ป่วยแต่ละราย นั่นคือกระบวนการสร้างคุณค่า เราไม่ได้ฟื้นฟูเฉพาะร่างกาย แต่เราจะต้องฟื้นฟูชีวิตเขาเหล่านั้นด้วย เพื่อให้ได้อยู่อย่างมีความหมาย ยายจันดีก็เช่นเดียวกันเราช่วยกันค้นหาว่าที่ผ่านมาก่อนป่วยแกทำอะไรได้บ้าง และที่เหมาะกับแกมากที่สุดในสภาพที่เป็นอยู่ ปรากฏว่า คุณยายสามารถสานสวิงได้ เราเชียร์ให้ยายสานสวิง และประสานญาติเรื่องการจัดหาอุปกรณ์ และหาตลาดขายสวิงให้ยาย ปรากฏว่ายายทำสวิงอันแรกสำเร็จออกมาได้ในรอบหลายสิบปี และขายได้ ในราคา อันละ 100 บาท แววตาที่ยายมองมาที่เรา ในยามที่เล่าเรื่องสวิงอันแรกที่ขายได้ เราสัมผัสได้มันมาจากความภาคภูมิใจ และแววตาขอบคุณทีมงานอย่างจริงใจ นอกจากคำกล่าวขอบคุณที่คุณยายพูดย้ำกับเราบ่อยๆ ขอบคุณ คุณยายจันดี ที่ได้ให้โอกาสทีมงานได้ทำในสิ่งที่แตกต่างจากงานประจำที่ผ่านมา ขอบคุณสำหรับความมีคุณค่าที่เกิดจากการทำงานร่วมกัน เปรียบดั่งสายน้ำเย็นที่ชโลมหัวใจทุกดวงของคนปฐมภูมิให้มีพลัง สร้างสรรค์ความดีต่อไป
บันทึกโดย วัณณา แสงฤทธิ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
สานสวิง อุปกรณ์จับปลา เดี๋ยวนี้ไม่เคยพบเจอนานมากแล้ว นึกว่าไม่มีอีกแล้ว