ขอบคุณ นศ. กิจกรรมบำบัด รุ่นหนึ่ง ม.มหิดล ได้สัมมนาความรู้ที่ทันสมัยในการบำบัดฟื้นฟูผู้รับบริการทางจิตสังคม

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • ในประเทศบราซิล นักกิจกรรมบำบัดคิดค้นโปรแกรมสำหรับผู้รับบริการโรคจิตเภท ชื่อ PROJESQ ซึ่งเทคนิคการปรับพฤติกรรมการรู้คิด การจัดกิจกรรมบำบัดด้วยการฝึกทักษะการดูแลตนเอง-การทำงาน-การใช้เวลาว่าง การเพิ่มทักษะทางสังคมด้วยการมีต้นแบบที่ดี-บทบาทสมมติ-การให้แรงเสริม การให้ความรู้เชิงจิตวิทยา (โรคและการสร้างสัมพันธภาพ) แก่ครอบครัวผู้รับบริการ และการแนะนำอาชีพผ่านกระบวนการวิเคราะห์สังเคราะห์สื่อในกิจกรรมพื้นฐาน ทั้งนี้มีการประเมินความเชื่อมั่นในสมรรถนะและคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการ
  • การใช้สื่อคอมพิวเตอร์และการใช้เทปเรียนรู้ในสองเดือน (7 หัวข้อๆ ละ 90 นาที) เพื่อปรับความรู้ความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการดำเนินชีวิต (แต่ไม่ได้เน้นในผู้ดูแลมากนัก) ได้แก่ สุขภาพจิตตลอดทุกช่วงวัย การรักษาโรคซึมเศร้าและอารมณ์แปรปรวน การใช้ยารักษา แนวทางการดูแลของครอบครัว การทรงตัวไม่ให้บาดเจ็บ การฟื้นฟูการขับขี่และการเคลื่อนที่ในชุมชน และการประเมินเบื้องต้น ทั้งนี้จัดโปรแกรมตั้งแต่ระดับการพยาบาลในสถานพยาบาลสู่การดูแลที่บ้านในระยะยาว
  • การฟื้นฟูการรู้คิดมีหลายรูปแบบ เช่น การสอนผู้รับบริการให้มีทักษะการคิดและบูรณาการกับจิตบำบัดโรคจิตเภท (Cognitive remediation therapy, CRT) การฝึกรับรู้ทางสังคม การให้ความรู้เชิงจิตวิทยาในครอบครัวผ่านสื่อในหลายหัวข้อๆ ละ 1 ครั้ง/สัปดาห์ รวม 4 สัปดาห์ ตามด้วยการฝึกสมองส่วนหน้าในการคิดวางแผน การจดจำ และการแสดงความคิดที่ยืดหยุ่น
  • การใช้การรู้คิดที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะชีวิต (Cognitive Enhancement Therapy, CET) เน้นการปรับความคิดของตนเองสู่การมีส่วนร่วมทางสังคมอย่างเป้าหมาย ซึ่งเสริมกับโปรแกรมภายใต้กรอบความคิดการฟื้นฟูจิตสังคม (Psychosocial Rehabilitation, PSR)
  • การฟื้นฟูด้วยวิธีการชดเชย (Compensatory Rehabilitation) เน้นชุดสื่อที่เตือนการใช้ยา การตรวจสอบการทางยาด้วยตนเอง และการเรียนรู้ความผิดพลาดในการไม่ทานยาในแต่ละวัน
  • โปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการรู้คิด-การเรียนรู้-การปรับทักษะจิตสังคม (Neuropsychological educational approach to rehabilitation, NEAR) เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในผู้รับบริการและผู้ให้บริการในการบำบัดฟื้นฟูตลอดชีวิต
  • ในกรณีผู้รับบริการที่มีทุกขภาวะทางจิตรุนแรง (Serious Mental Illness, SMI) นักกิจกรรมบำบัดจะประสานงานกับสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องมาจัดโปรแกรมบูรณาการชุมชน (Community Integration) ในหัวข้อ การฝึกทักษะชีวิตและการทำกิจกรรมทางร่างกาย การลดอาการทางจิตผ่านการฝึกความมุ่งมั่นในการแสดงทักษะทางสังคมในสิ่งแวดล้อมที่เป็นโรงพยาบาล การปรับทักษะการรู้คิดในสถานการณ์ชีวิตจริง
  • การจัดโปรแกรมที่เน้นการเข้าหากิจกรรมการดำเนินชีวิตที่มีเป้าหมาย (Occupational Goal Intervention, OGI) ร่วมกับการฝึกทำกิจกรรมพื้นฐาน (Activity Training Approach, ATA) ที่มีขั้นตอนที่หลากหลายในการใช้ชีวิตจริงของผู้รับบริการโรคจิตเภท รวมทั้งเพิ่มการฝึกอาชีพที่มีกระบวนการวิเคราะห์สังเคราะห์อาชีพด้วยตัวผู้รับบริการเองในกลุ่มที่ไม่มีอาการทางจิตใน 6 เดือนที่ผ่านมา

จะเห็นว่า ตัวอย่างโปรแกรมเหล่านี้...นักกิจกรรมบำบัดมีส่วนคิดสร้างสรรค์และมีทักษะการจัดการโครงการ (Effecitiveness of Project Management, PM) ที่สำเร็จผล ซึ่งอาจเป็นตัวอย่างที่ดีแก่บุคลากรทางสุขภาพจิตในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการทางจิตสังคมไทยต่อไป