วันนี้ถือเป็นโอกาสดีอีกครั้งที่ได้เข้าร่วมการประชุมภาคีการจัดการความรู้ภาคประชาสังคม  ทำให้ได้เรียนรู้การจัดการความรู้ที่แตกต่างออกไปจากที่เคยพบเห็นในหน่วยงานหรือองค์กรใหญ่ๆ ที่มีการจัดการความรู้ที่เป็นระบบ คนในองค์กรเป็นผู้ที่มีการศึกษาค่อนข้างสูง และรู้จักคำว่าการจัดการความรู้อยู่พอตัว ซึ่งหน่วยงานเหล่านั้นนำ KM ไปใช้โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายขององค์กรหรือหน่วยงานเป็นหลัก  ต่างจากการจัดการความรู้ภาคประชาสังคมที่เป็นการจัดการความรู้ในระดับชาวบ้าน ชุมชน มุ่งเพื่อการพัฒนาชุมชน พัฒนาอาชีพ ที่ทำให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้น ซึ่งคนเหล่านั้นมีอาชีพเกษตรกรและมีการศึกษาไม่สูงนัก ทำให้การจัดการความรู้ในชุมชนส่วนใหญ่ต้องอาศัยบุคคลภายนอกเข้าช่วยเหลือและผลักดันแบบค่อยเป็นค่อยไป  และต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรมของชุมชนนั้นๆ  (บริบทที่ต่างกันวิธีการ KM ย่อมต่างกัน)  ซึ่งหน่วยงานที่เข้าไปช่วยเหลือต้องฝึกฝนคนในชุมชนให้มีคุณสมบัติในการเป็นคุณเอื้อ คุณอำนวย ให้ได้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต

                 หากพิจารณาให้ดีแล้วในความคิดของดิฉันเอง “การจัดการความรู้ในองค์กรใหญ่ๆ ประโยชน์สูงสุดอันดับแรกคือทำ KM เพื่อเป้าหมายขององค์กรเป็นหลัก   ในขณะที่การจัดการความรู้ในระดับชุมชนประโยชน์สูงสุดอันดับแรกคือทำ KM เพื่อคนในชุมชนเป็นหลัก  ซึ่งเป็นผลให้ชุมชนมีการพัฒนาขึ้นและทำให้เกิดชุมชนเข้มแข็งขึ้นในอนาคต (ถ้าเปรียบชุมชนเป็นองค์กรใหญ่ๆ แล้ว ประโยชน์สูงสุดอันดับแรกในการทำ KM ก็เพื่อคนในองค์กรนั่นเอง)”