"While we try to teach our children all about life, our children teach us what life is all about."
 

  ชีวิตการทำงานจะต้องเริ่มต้นที่โรงเรียนใหม่อีกแล้ว   เมื่อ  krugui  แต่งงาน ก็ต้องหาวิธีย้ายตัวเองไปอยู่รวมกับครอบครัวซึ่งอยู่กันคนละจังหวัดและคนละสายงาน   เมื่อได้ย้ายมาอยู่โรงเรียนที่สามในชีวิตก็ต้องมาเริ่มปรับตัวใหม่อีกครั้ง  ขออุทานคำว่า โอ้....ชีวิตอีกสักครั้งหนึ่งเหอะเพราะโรงเรียนอยู่ห่างจากบ้านเกือบ 80 กิโล  ช่วงนั้นก็ท้องด้วยต้องนั่งรถไปกลับทุกวัน  นับว่าทรหดอดทนดีแท้....


รถเมล์เขียววิ่งระหว่างเชียงใหม่ลำปางเชียงราย

จึงขอมาช่วยราชการอีกโรงเรียนหนึ่ง  แต่ก็ยังไกลตั้งเกือบ 50 กิโล  แต่ยังดีที่มีเพื่อนครูทั้งโรงเรียนเดียวกันและต่างโรงเรียนนั่งรถไปกลับด้วยกันทุกวันสิบกว่าคน ( คุยกันเพลินจนย่นระยะทางได้ )   รถเมล์แทบทุกคันจะรู้จักและจำพวกครูได้  ชนิดที่ว่าอยู่ในโรงเรียนยังสามารถโบกให้คนขับจอดรับได้ คิดดูก็แล้วกันว่า....ขาประจำใหญ่แค่ไหน hahahaha.....


  

            เส้นทางสายเก่าสมัยนั้น                       เส้นทางตัดใหม่สมัยนี้

   บางวันรถขาดช่วงรอนานเกินไปก็จะพากันโบกรถที่ผ่านไปมา  บางคันไม่ได้โบกก็จอดรับได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นก็สนุกสนานไปอีกแบบเนาะ  คนที่ไม่เคยนั่งรถโบกจะไม่รู้เลยว่ารสชาติของชีวิตมันส์ๆน่ะมีจริงๆด้วยขอบอก.........ขนาดรถบรรทุกน้ำมันที่ปกติเขาจะเขียนข้างรถว่า....ห้ามโดยสาร....พวกครูก็ได้นั่งกันเป็นประจำ  เพราะลุงคนขับใจดีมาก  ทุกวันลุงจะต้องขับรถเอาน้ำมันไปส่งที่เชียงรายแล้วตีรถเปล่ากลับมา  พอผ่านหน้าโรงเรียนก็จะจอดรับทุกครั้งและแวะรับทุกโรงเรียน  ชนิดเบียดกันมาแต่....หนุกหนาน  "ขาใหญ่"  หรือไม่คิดดู...พวกเราจึงมักซื้อของไปเยี่ยมลุงและป้าที่บ้านเป็นประจำ

 

  โรงเรียนที่สามในชีวิตการทำงานชื่อ.......โรงเรียนบ้านร่องต้า  ครูใหญ่หล่อมากและใจดี      (โรงเรียนนี้แหละที่ krugui มีแต่ชื่อและตำแหน่งทิ้งไว้แล้วก็ไปช่วยราชการตลอด  จนเปลี่ยนครูใหญ่ไปหลายคน....)   แต่อยู่ด้วยได้ไม่นานก็มาเริ่มต้นช่วยราชการที่       โรงเรียนบ้านปางหละ  อ. งาว  ลำปาง   ครูใหญ่ที่นี่ก็ใจดีเช่นกัน  ยิ้มลูกเดียว ที่จำได้แม่นคือผมเหลือน้อย  คริคริ.........   พลังความรักครั้งนี้ทำให้ไม่หวั่นต่อระยะทาง  แต่กลับสนุกกับระยะทางแทน

 


 

ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต