"กรรมใดที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินต่อท่าน ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี
ทั้งต่อหน้า และลับหลัง ทั้งที่รู้และไม่รู้
เพื่อความบริสุทธิ์แห่งเพศพรหมจรรย์
ขอท่านโปรดอโหสิกรรมนั้นแก่ข้าพเจ้าด้วย เทอญ"


ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ผมเดินสายเพื่อไปกราบลาอุปสมบทกับญาติผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ ผู้ที่เคารพนับถือ  และเป็นการขออโหสิกรรมนั้น ไปพร้อมกันด้วย การขออโหสิกรรมเพื่อลาบวชนั้นมีความสำคัญยิ่ง ผมได้พูดคุยกับผู้ที่เคยบวชมาก่อน เขาเล่าให้ฟังว่า "เขาเสียดาย ที่ไม่ได้ทำการขออโหสิกรรม" ผมจึงศึกษาเพิ่มเติมและลงมือปฏิบัติด้วยการเดินสายเพื่อกราบลาอุปสมบท และขออโหสิกรรม

 

เป็นสิ่งที่ผมเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่า ทำไม? ต้องเป็น พรรษา ของปีนี้ (อีกอย่างไม่เคยบวชเป็นพระ เพื่อตอบแทนบุญคุณบุพการี) เท่าที่พอจับกระแสความคิดการเคลื่อนของจิตตนเองได้ ก็คือ อาจเป็นเพราะได้แต่อ่านๆๆๆ แล้วก็อ่าน ...(ปริยัติ) มาหลายสำนัก หลายเล่ม หลายปี แต่...ไม่เคยปฏิบัติเลย คงไม่เกิดประโยชน์มากไปกว่านี้ ที่คุ้นเคยก็เป็นเพียงการร่วมกิจกรรมที่เป็นแนวทางของพระพุทธศาสนาเลย นอกจากการเวียนเทียนตามวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และตามเทศกาล

 

เข้าพรรษาปี พ.ศ. นี้ (วาระ 2,600 ปี ของพระพุทธศาสนา) คงเป็นจุดที่ลงตัวที่สุด จึงตัดสินใจเพื่อขอลาอุปสมบท เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นการตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่ ครูอาจารย์ และผู้ให้การอุปการะทั้งหลาย  ..เดิมทีผมตั้งใจจะไปที่ "สวนโมกข์" จ.สุราษธานี ตามรอยท่านพุทธทาส ...แต่คงไม่สะดวกต่อญาติๆ  ...ในที่สุด สำนักที่ใกล้เคียง และผมเองก็คงเหมาะกับสำนักนี้ "วัดป่าสุคะโต (www.pasukato.org)" อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นแนวทางของ "หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ" หลวงพ่อคำเขียน สุวฺณโณ และพระไพศาล วิสาโล (เจ้าอาวาส) (www.visalo.org)

.................