๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๔  ฉันไปธนาคารเพื่อถอนเงินออกจากบัญชี ที่ธนาคารแห่งหนึ่ง เนื่องจากว่าเป็นบัญชีคล้ายฝากประจำคือฝากไปเรื่อยๆ  นานๆครั้งถึงจะมีการถอนเงินออกมาใช้ฉันจึงไม่ทำบัตร ATM สำหรับบัญชีนี้  เพราะเสียดายเงินที่ต้องจ่ายค่าบัตร ATM ทุกปี 
 
        เมื่อกดบัตรคิวฉันรู้ว่าต้องรอประมาณเกือบยี่สิบคิว ไม่เท่าไร  ฉันคิดในใจ  เพราะมีผู้ให้บริการจำนวนมากฉันคิดว่าคงรอไม่นาน  และระหว่างรอก็มีทั้งหนังสือพิมพ์  วารสารต่างๆ  ให้อ่านมากมาย  รวมถึงทีวีก็เปิดละครให้ดู  แอร์ในห้องก็เย็นฉ่ำเมื่อเทียบกับอากาศข้างนอกที่ร้อนอบอ้าว  หากจะรอนานสักหน่อย  ก็ไม่เป็นไรเพราะจะได้นั่งในห้องแอร์เย็นๆสักเล็กน้อย  สถานที่รึก็กว้างขวาง 
 
        เมื่อถึงคิวของฉัน  ฉันยื่นเอกสารให้กับพนักงาน  ที่กล่าวทักทายและยิ้มต้อนรับอย่างเป็นมิตร    สักครู่เดียวพนักงานก็ยื่นใบถอนเงินให้เซนต์ชื่อผู้รับเงิน  หลังพนักงานตรวจสอบไม่ถึงหนึ่งนาทีฉันก็ได้รับสมุดคืนและรอรับเงิน  เมื่อรับสมุดมาแล้วฉันก็ยังเฉยอยู่  แต่ระหว่างรอพนักงานนับเงินฉันจึงเปิดสมุดดูเรียกว่าตามสัญชาตญาณหรือเปล่าก็ไม่ทราบ  ว่าเราถอนเงินในบัญชีเท่านี้  เงินจะต้องเหลือเท่านี้   ความรู้สึกแรกที่ฉันเห็นตัวเลขในบัญชีฉันตกใจเล็กน้อย  อ้าว!  ฉันถอนเงินแค่สองหมื่นบาท  ทำไมพนักงานจึงบันทึกในสมุดว่าฉันถอนเงินเกือบหมดบัญชีที่เป็นจำนวนเต็มลงท้ายด้วย 000  เหลือเงินแค่ไม่ถึงหนึ่งร้อยบาทที่เป็นเศษจากเลข 000   ฉันจำได้ว่าฉันเขียนถอนแค่สองหมื่นบาท  และพึ่งเขียนเมื่อสักครู่ฉันจำไม่ผิดแน่  เพราะต้องเขียนทั้งตัวเลขและตัวอักษร  จำได้แม้กระทั่งว่าเซนต์ชื่อเจ้าของบัญชีแล้ว  แต่ตรงผู้รับเงินฉันตั้งใจยังไม่เขียนเพราะเคยมีบางธนาคารแม้ฉันจะเซนต์ชื่อผู้รับเงินแล้ว  ยังให้ฉันเซนต์ต่อหน้าอีกครั้งหนึ่ง  ฉันคิดว่าฉันจำไม่ผิดแน่ว่าฉันเบิกเงินเพียงสองหมื่นบาท  ระหว่างนั้นพนักงานก็หยิบเงินมานับและมีแต่แบงค์ละพันบาท  ฉันเห็นแล้วว่าเขานับเงินให้ฉันแค่สองหมื่น ไม่ใช่เท่ากับจำนวนเงินทั้งหมดในบัญชีของฉัน และกำลังจะนำไปใส่เครื่องนับอัตโนมัติที่อยู่ด้านหลังเขา  ฉันจึงต้องทักว่า
 
        “น้องคะ  พี่ถอนแค่สองหมื่นนะคะ หรือว่าพี่เขียนผิด  เพื่อไม่ให้เขารู้สึกอาย  เพราะเงินหายจำนวนมาก
 
        “โอ๊ะ! สติไม่อยู่กับตัวอีกแล้วเรา...ขอโทษค่ะพี่  พนักงานพูดพร้อมรับสมุดบัญชีของฉันไปตรวจสอบกับยอดที่ฉันเขียนถอนเงิน  แล้วก็เรียกพนักงานอีกคนมาแก้ไขให้

ภาพจากอินเตอร์เน็ต       

       

        เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย  ฉันกลับมานั่งคิดทบทวนว่า  เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกันว่าฉันไม่ละเอียดรอบคอบ  บางครั้งนำเงินไปฝากหรือไปถอนเงิน  ก็ไม่ได้ดูยอดคงเหลือว่าถูกต้องหรือไม่  และทุกครั้งที่ผ่านมาก็ยังไม่มีเหตุการณ์แบบนี้  เรียกว่าฉันโชคดีหรือว่าการทำงานของธนาคาร  ดีมีคุณภาพ  ถูกต้อง  แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดกับฉันวันนั้นมันทำให้ฉันคิดว่า  ไม่เสมอไปนะ  เราต้องช่วยกันตรวจสอบ  และยังคิดว่าหากวันนั้นฉันกลับบ้านแล้วอีกหลายวันต่อมาฉันค่อยเปิดดูสมุดบัญชี  หรือไม่เปิดดูเลยจนกว่าฉันจะนำเงินไปฝากหรือถอนใหม่  ฉันจึงจะรู้ว่าเงินในบัญชีของฉันเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยบาท  และหลักฐานในสมุดบัญชีก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ  แต่จริงๆฉันได้เงินมาแค่สองหมื่นบาท แล้วฉันจะทำยังไงดี บทเรียนครั้งนี้มันทำให้ฉันจำไปจนตายเลยค่ะ 
 
        ก็อยากนำบทเรียนของฉันเองมาเล่าสู่กันฟังว่าจริงๆแล้วพนักงานท่านนั้นคงไม่ได้ตั้งใจและเราควรตรวจดูทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวบัญชี ซึ่งจริงๆแล้วควรเป็นเช่นนั้น ก็เป็นการช่วยกันทั้งสองฝ่ายค่ะ

ภาพจากอินเตอร์เน็ต