ความเท่าเทียมทางการศึกษาก็ยังคงเป็นเพียงนโยบายอยู่วันยังค่ำ

เมื่อกล่าวถึงมหาวิทยาลัยเล็กๆๆ ความรู้สึกของคนส่วนใหญ่จะคิดขึ้นมาทันที่ว่า "ความรู้ความสามารถของนักศึกษาย่อมด้อยกว่ามหาวิทยาลัยใหญ่" ความคิดนี้มีความเป็นจริงอยู่บ้างแต่คงมิใช่ทั้งหมด

ความเท่าเทียมกันทางการศึกษาคงเป็นเพียงแค่นโยบายหรือคำพูดของฝ่ายบริหารบ้านเมืองเท่านั้น ในทางปฏิบัติกลับเป็นเรื่องยากที่จะกระทำให้สำเร็จได้ จากประสบการณ์ตรงของผมเองที่ได้มีโอกาสสัมผัสนักศึกษาในมหาวิทยาลัยขนาดดังกล่าว

นักศึกษาที่เรียนในมหาวิทยาลัยเหล่านี้นั้นคงไม่ใช่นักศึกษาที่หมดทางไป แต่กลับพบว่าส่วนมากมีข้อจำกัดทางการศึกษามากกว่า โดยเฉพาะปัจจัยทางการเงิน แม้แต่เงินที่จะเดินทางไปเรียนหรือสมัครสอบในมหาวิทยาลัยใหม่ๆ อย่าว่าแต่ค่ารถไปสมัคร เงินซื้อใบสมัครยังไม่มี แล้วเขาจะมีสิทธิ์เรียนมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ได้อย่างไร

เมื่อไม่สามารถเรียนในมหาวิทยาลัยใหญ่ได้ทั้งๆ ที่มีความรู้ความสามารถพร้อมกว่าใคร(หลายคน)ในมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ที่มีความพร้อมทางทรัพย์มากกว่าเฉยๆ ย่อมทำให้มีโอกาสน้อยกว่าด้วยเครื่องมือและความพร้อมของสถาบันที่แตกต่างกัน การพัฒนาจึงควรให้ความสำคัญกับการยกระดับมหาวิทยาลัยเล็กๆ ให้เท่าเทียมกับมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ

ผมได้รับรู้เรื่องราวบางอย่างของนักศึกษา หลายคนสู้ทำงานดิ้นรนหาเงินส่งตัวเองเรียนตั้งแต่เรียน ปวช ปวส (หาเองทุกบาททุกสตางค์) โดยที่เขาไม่เคยเรียกร้องหรือร้องขอให้คนอื่นเห็นใจ แต่ความจริงเหล่านี้เกิดขึ้นจากการศึกษาและสังเกตจากพฤติกรรม หาใช่นักศึกษาเป็นคนนำเสนอเพื่อขอความสงสารหรือเพื่อให้ส่งสารพิจารณามอบทุนการศึกษาให้ นักศึกษาเหล่านี้ต้องทำงานตามร้านอาหาร ร้านเนื้อย่าง วันหนึ่งใช้เวลาตั้งแต่ประมาณ ๕ โมงเย็นถึงเที่ยงคืน ซึ่งค่าตอบแทนก็ไม่กี่บาทหรอกแต่ความโชคดีอยู่ที่เงิน Tip อันนั้นละคือสิ่งที่ช่วยเหลือนักศึกษาได้ หลายคนอาจจะมองว่ามาทำงานเพื่อหาเงินกินเที่ยว แต่บางคนหาเงินเพื่อเรียนจริงๆ ครับ เวลาที่รับประทานอาหารหากกรุณาโปรดมองว่าเขาเหล่านี้มีความจำเป็นจริงๆ ฉะนั้นเขาคงไม่มาทำเช่นนี้

ความเท่าเทียมจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากหากยังไม่ย้อนกลับมาตั้งหลักที่การพัฒนามหาวิทยาลัยเล็กๆ ให้เท่าเทียมมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ก่อน พัฒนาฐานะทางการเงินของนักศึกษาให้เท่าเทียมกันเสียก่อน ความเท่าเทียมทางการศึกษาก็ยังคงเป็นเพียงนโยบายอยู่วันยังค่ำ