ผมสามารถยกระดับจิตใจขึ้นมาได้อีกระดับ สามารถที่จะ "ไม่โกรธ" จากสิ่งที่คนทั่วไปเรียกว่า ความอับอาย

ในชีวิตการเป็นครูมหาวิทยาลัยไม่เคยมีอุบัติเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นในห้องเรียนใด ๆ มากไปกว่ามี "งูเขียวหางไหม้" เลื้อยเข้ามาเล่น ๆ ภายในห้องเรียน ผมยังจำได้ว่าในระหว่างการแตกฮือของนักศึกษาทั้งชาย-หญิง ผมยังคงมีสติสั่งงานให้นักศึกษาทำงานมาส่งในคาบเรียนต่อไป หลังจากนั้นจึงให้นักศึกษาวิ่งไปบอกเจ้าหน้าที่ประจำตึกให้โทรแจ้ง รปภ.มาจัดการเจ้างูโชคร้ายอีกที (เคยเล่าไว้ในบันทึก ไม่ต้องรอให้ฝันว่า "งูรัด" เพราะ "งูเขียวหางไหม้" เข้ามาเรียนหนังสือด้วยคน ... บรื้อยยย)

 

และแล้วอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับผมในวันนี้ (๒๐ มิ.ย.๕๔) ต่อหน้านักศึกษาจำนวน ๒๐ คน ระหว่างการแจ้งแนวการสอนให้นักศึกษาที่เพิ่งเข้าเรียนใหม่ ๙ คน ส่วนนักศึกษาที่เหลือได้ฟังแล้ว ๑ รอบ

การที่ผมแจ้งแนวการสอนนั้น เพื่อให้นักศึกษาที่เข้ามาใหม่ได้ตัดสินว่า จะเรียนไปด้วยกันต่อ หรือจะเลือก "ถอนรายวิชา" ออกไป เนื่องด้วยชื่อเสียงเรื่องการสอนด้วยความเที่ยงตรงและจริงจัง ทำให้นักศึกษาไปพูดต่อ ๆ กันว่า ผมโหดและใจร้าย ไม่ควรเรียนกับผม เพราะเกรดจะแย่ เกรดจะตก งานก็เยอะ ฯลฯ สารพัดเหตุผลก็แค่ต้องการ "เกรดดี ๆ" แต่งานน้อย หรือไม่มีเลยจะดีที่สุด ไม่อยากฝึกฝนอะไรทั้งนั้น ด้วยเหตุนี้ ผมจึงไม่สนใจกับนักศึกษาที่มีความคิดแบบนี้ ไม่พร้อมก็ไม่ต้องเรียน

 

ระหว่างการพูดถึงเงื่อนไขต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ เสียงเก้าอี้แบบสำนักงานที่ผมนั่งบรรยายอยู่นั้นมีเสียงดังเอี๊ยด ๆ เป็นระยะ แต่ผมก็ไม่ได้เอ๊ะใจอะไร และไม่เกิน ๑๐ นาที ผมก็ต้องหงายหลังจ้ำเบ้า เก้าอี้เลื่อนคว่ำไปข้างหลัง ผมยังถือไมค์อยู่ในมือด้วยหน้าที่ เด็กนักศึกษาผู้หญิงกรี๊ดลั่น (สงสัยจะนึกว่าผมเสร็จไปแล้ว)

ในระหว่างการนั่งจ้ำเบ้าไม่ถึง ๕ วินาที ผมจึงลุกขึ้นมา แล้วมองเก้าอี้ที่ไหลคว่ำไปข้างหลัง ปรากฎว่า คานที่เชื่อมกับล้อข้างหนึ่ง หักออกจากกัน สาเหตุนี้ผมจึงได้กระเด็นกระดอนกันไป

ผมนึกในใจเลยว่า ใครเป็นคนซื้อเก้าอี้ยี่ห้อนี้ รุ่นนี้มาใช้เนี่ย แต่เชื่อเถอะว่า ผมน่ะ ไม่ใช่อาจารย์คนแรกหรอกที่ร่วงลงไปแบบนี้ เพราะในระยะเวลาหลายปีมานี้ ผมเห็นเก้าอี้พังในลักษณะนี้ กองอยู่หน้าห้องเรียนไม่รู้กี่ห้องแล้ว

 

ผมลุกขึ้นยืน และมองไปที่นักศึกษาที่บางคนตกใจ บางคนอดหัวเราะไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ในใจผมก็อยากจะโกรธ แต่รู้สึกถึงการให้อภัย เพราะวุฒิภาวะพวกเราคงรู้สึกกันได้แค่นี้ ผมตั้งสติ และพูดกับนักศึกษาว่า "ใครแช่งครูในใจเนี่ย ครูเลยร่วงลงไปเลย" หลังจากนั้น ผมเลือกทำหน้าที่ของครูต่อไป บรรยายตามที่ตนเองตั้งใจไว้ แต่เป็นการยืน เพราะเก้าอี้พังไปแล้ว

ในระหว่างการบรรยายต่อ สิ่งที่น่าชื่นใจเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันอีกเช่นกัน "เจษฎา" นักศึกษาเอกพลศึกษาที่เคยเรียนกับผม ซึ่งเป็นคนเดียวในหมู่เรียนนี้ เขายกมือขออนุญาตผมออกไปข้างนอก ผมอนุญาต สักพักเขาเดินเข้ามาขออนุญาตผมเข้าห้องเรียนอีกครั้ง แต่ในมือถือเก้าอี้ตัวใหม่มาให้ผมนั่ง ผมกล่าว "ขอบคุณ" เขาด้วยความชื่นใจในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่

 

ย้อนหลังไปสัก 2 เทอม ผมได้สอน "เจษฎา" ก็ห้องที่มีงูเขียวหางไหม้มาวิ่งเล่นนั่นแหละครับ ผมสอนความเป็นคนที่มีคุณค่า ความเป็นคนที่มีความกตัญญู และความเป็นคนที่มีหัวใจนักสู้ให้กับเขา เขาน้อมรับคำสอนของผมด้วยหัวใจ ผมจำได้ว่า เขาอยู่แม่แค่ 2 คน เขารักแม่ของเขามากขึ้นเมื่อได้เรียนกับผมในเทอมนั้น

เมื่อผมล้มลง ผมมองเห็นสายตาของเขา เขาเข้าใจในอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เขาคิด และเขาทำในสิ่งที่ลูกศิษย์ควรทำให้กับครู ผมเห็นความศรัทธาและความเคารพที่มีต่อผมผ่านสายตาอันใสซื่อและบริสุทธิ์ของเขา

 

คุณคิดว่า ผมในฐานะสอนความเป็นคนให้กับเขา ผมควรภาคภูมิใจในตัวลูกศิษย์ของผมคนหรือไม่ครับ ;)...

 

ผลของกระบวนการสอนที่ผมเลือกใช้ มันได้ผลครับ ผมสร้างคนดีและว่าที่ครูดีได้ ๑ คนแล้วครับ มันเป็นผลเชิงประจักษ์ในสายตาครับ

 

เหตุการณ์ "เก้าอี้หัก" ... ในสายตาของคนทั่วไป มันเป็นเรื่องที่น่าอับอาย เป็นเรื่องน่าเสียฟอร์มมากสำหรับครูผู้มีอัตตาเป็นเหนือกว่าใคร ๆ ในโลกรอบตัว

แต่มันทำให้ได้คิดได้หลาย ๆ เรื่อง เช่น

 

- ผมนิ่งมากพอที่จะทำให้เหตุการณ์ทุกอย่างมันปกติลงได้อย่างรวดเร็ว

- ผมมีสติที่จะควบคุมตนเองได้ดีขึ้นกว่าสมัยตอนหนุ่ม ๆ (ตอนนี้แก่แล้ว อิ อิ)

- ผมมองเห็นวุฒิภาวะของเด็กหลาย ๆ คนที่ยังมีไม่พอ เมื่อเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้

- ผมเชื่อว่า คนที่เคยได้รับความทุกข์มาแสนสาหัสอย่างผมในหลาย ๆ เรื่องในชีวิต มันกลายเป็นภูมิคุ้มกันที่แน่นหนามากสำหรับผมในตอนนี้ ทุกข์ทำอะไรผมไม่ถนัดนัก

- ไม่ว่าอุปสรรคมากมายแค่ไหน ผมต้องพยายามผ่านมันให้ได้

- ผมสามารถยกระดับจิตใจขึ้นมาได้อีกระดับ สามารถที่จะ "ไม่โกรธ" จากสิ่งที่คนทั่วไปเรียกว่า ความอับอาย

 

ยิ่งไปกว่านั้น เหตุการณ์นี้มันทำให้ผมเห็น "สิ่งที่ดีงาม" จากตัวลูกศิษย์ที่ผมตั้งใจสอนเขาให้เป็นคนดี

 

ขอบคุณ "เก้าอี้หัก"

ขอบคุณ "เจษฎา"

ขอให้เป็นคนดีและครูที่ดีต่อไปนะครับ

 

บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)