ในสภาวะปัจจุบันที่ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบการสื่อสารข้อมูล ระบบการปฏิบัติงานต่าง ๆ หากบุคคลใดหรือองค์กรใดไม่มีการจัดการด้านต่าง ๆ ที่จะก่อเกิดการศูนย์เปล่าไปเช่น บุคคลากรที่มีความสามารถเกษียณหรือลากออก  ความรู้ที่องค์กรได้ส่งเสริมพัฒนามาโดยตลอดก็มิได้รับการถ่ายทอดหรือในบางครั้งไม่มีการพัฒนาต่อเป็นต้น   เพื่อองค์กรเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้จึงต้องมีการจัดการความรู้เกิดขึ้น

               ก่อนอื่นขอกล่าวถึงการจัดการความรู้ตัวบุคคลก่อน ความรู้ใดที่ปฏิบัติและมีการพัฒนาจนกระทั้งเป็นที่พอใจและนำมาปฏิบัติหากผู้นั้นได้มีการจดบันทึก จะทำให้ผู้ปฏิบัติมีการพัฒนาตนเองทำงานอย่างมีระบบ  ผู้เกี่ยวข้องสามารนำไปปฏิบัติหรือบางครั้งยังได้มีการพัฒนายิ่ง ๆ ขึ้นเป็นต้น

               การจัดาการความรู้ขององค์กรจะต้องเป็นแกนกลางส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยมีขั้นตอนดังนี้

    1. หาว่าบุคลากรในองค์กรมีความรู้ความสามารถด้านใดบ้างและอยู่ในระดับใด
    2. รวบรวมรายชื่อบุคลากรที่มีความสามารถ โดยผู้ที่มีระดับความสามารถไม่สูงได้มีโอกาสเรียนรู้จากผู้มีความสามารถที่สูงกว่า หรือส่งเสริมพัฒนา
    3. สร้างบรรยากาศให้เกิดการไว้วางใจโดยผู้บริหารจะเป็นผู้นำให้ทุกคนเห็นความสำคัญในการที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มในความรู้ที่แต่ละคนมีให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร (เป้าหมายขององค์การชัดเจนในการจัดการความรู้) 
    4. เครื่องมือช่วยให้เกิดในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เช่น การเล่าเรื่อง (Storytelling ) บล๊อก(Blog) แผนที่(Mind map)
    5. กลไกลที่จะให้เกิดองค์การแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง ในบางองค์การมีทุนอยู่บางแล้วควรนำประโยชน์นั้นมาใช้ 
    6. เมื่อมีการแลกเปลี่ยนความรู้จะต้องมีผู้รวบรวมให้เป็นองค์ความรู้สมบูรณ์ 

                    บันทึกนี้พยายามเรียบเรียงความรู้เรื่องการจัดการความรู้ของตนเองในเรื่องดังกล่าวออกมาให้เข้าใจง่ายที่สุดหลังจากตัวเองได้รับการฝึกอบรมเรื่องเครื่องมือ ศึกษาจากเอกสาร รายงาน อินเตอร์เน็ต(Explictit knowledge)

                                                                        จรัสศรี KKU.