ตอนนี้พาชมใบไม้แดง หรือ koyo ที่สวนเคนโระคุเอ็น Kenroku-en หนึ่งในสามสวนสวยที่สุดของญี่ปุ่นค่ะ

สวนในที่นี้เป็นสวนชนิดทีเรียกว่า Landscape Garden คือมีการจัดภูมิทัศน์ให้สวยงาม มีเสน่ห์ ไม่ใช่แค่มีต้นไม้ ดอกไม้สวยงาม

หลายท่านอาจมีคำถามว่า แล้วอีกสองสวนสวยนั้น ชื่ออะไร อยู่ที่ไหน ทั้งสามสวนชื่อเขาช่างคล้ายกัน ผู้เขียนก็แทบจะเรียกไม่ถูกเลยค่ะ

สามสวนสวยที่สุดของญี่ปุ่น ได้แก่

  • Kenrokuen  เมือง คานาซาว่า
  • Korakuen  เมือง โอคายาม่า
  • Kairakuen เมือง มิโตะ

ว่ากันว่า สวนเคนโระคุเอ็น แห่ง คานาซาว่านั้นสวยที่สุดค่ะ ผู้เขียนยังไม่เคยเห็นอีกสองสวน เลยลงความเห็นไม่ได้ แต่ยอมรับว่าสวนสวยจริง สมเป็นสิ่งดึงดูดใจหลัก หรือ main attraction ในการมาเยือนเมืองคานาซาว่า

ตอนไปชม ใบไม้กำลังเปลี่ยนสี บางส่วนก็โชว์สีเต็มที่

บางส่วนใบเริ่มร่วงหล่น

ใบแปะก๊วย

แต่ก็งดงาม บรรเจิดตาอย่างยิ่งค่ะ

นั่งรถบัสจากหน้าสถานีรถไฟคานาซาว่ามาลงถึงประตูทางเข้าสวน ใช้เวลาราว ๒๐ นาที ได้ชมเมืองไปด้วยค่ะ

สวนแห่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของปราสาทคานาซาว่า ของ ตระกูลมาเอดะ เป็นสวนชั้นนอก ปราสาทก็ใหญ่ สวนชั้นในที่รอบปราสาทก็ใหญ่ ยังมีสวนชั้นนอกที่ใหญ่ขนาดหนึ่งแสนตารางเมตรนี้ ย่อมแสดงถึงอำนาจและความมั่งคั่งของตระกูลมาเอดะซึ่งได้สร้างและบำรุงสวนนี้ตลอดสองร้อยปีที่รุ่งเรือง เมื่อก่อนคนสามัญไม่มีโอกาสได้ชมหรอกนะคะ เขาเพิ่งจะเปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้เมือปี ค.ศ. ๑๘๗๑

สวนแห่งนี้มีสระน้ำ, ลำธาร, น้ำตก, สะพาน, เรือนน้ำชา, ต้นไม้, ดอกไม้ และหินจัดตกแต่งหลากหลาย ข้อมูลบอกว่าสระน้ำและแม่น้ำที่จำลองในสวนนี้ใช้ระบบการผันน้ำอันแสนชาญฉลาดตั้งแต่ปี ๑๖๓๒ ดึงน้ำมาจากแม่น้ำที่อยู่ไกลออกไป

สวนเคนโระคุเอ็น ซึ่งแปลได้ว่า สวนแห่งความประเสริฐทั้งหก หรือ Garden of the Six Sublimities นี้ได้แนวคิดมาจากทฤษฎีการจัดภูมิทัศน์สวนของจีน ซึ่งต้องมี ๖ ลักษณะจึงจะเป็นสวนที่สมบูรณ์ไร้ที่ติ กล่าวคือ มีพื้นที่กว้าง มีความสงบเงียบ มีการใช้ศิลปะจำลองธรรมชาติ มีความดั้งเดิมเก่าแก่ มีน้ำสมบูรณ์ และมีทิวทัศน์ที่มองเห็นกว้างไกล

 

มุมสระน้ำ ตะเกียงหิน และสะพานโค้งนี้ คือ มุมฮิต เป็นมุมที่อยู่ในโบรชัวร์ หรือโฆษณาเมืองนี้ทีเดียวค่ะ

 

 

ในสวนเราจะเห็นต้นไม้ใหญ่ๆ ดูอายุมากๆทั้งนั้น งามด้วยกาลเวลา บางต้นก็ใช้ไม้ค้ำอย่างมีจังหวะ มีศิลปะ จะดึงจะรั้งต้นไม้ก็มีการรอง ป้องกันต้นไม้เป็นแผล

 

ที่มีชื่อเสียงมากที่นี่คือการใช้เชือกขึงเป็นรูปกรวยเพื่อพยุงกิ่งก้านต้นไม้ให้ปลอดภัยจากน้ำหนักของหิมะซึ่งตกหนักมากในแถบนี้ การขึงเชือกแบบนี้เรียกว่า Yukisuri (yuki แปลว่า หิมะ พอจะรู้ภาษากับเขาสองสามคำค่ะ)

ออกจากสวนแล้วก็ข้ามไปยังปราสาทคานาซาว่าซึ่งอยู่ติดกัน มีทั้งส่วนที่ให้เข้าชมฟรีและส่วนที่ต้องเสียเงิน เราเลือกชมแบบประหยัดเงิน เขามีอาคารหนึ่งอยู่ซ้ายสุดในภาพ ให้เข้าไปแล้วชมบริเวณด้านในปราสาทเบื้องหลังกำแพง และสามารถเดินชมได้จากทางเดินไม้ยกพื้นซึ่งทำอย่างดีและแข็งแรง ใต้สะพานไม้นี้ยังเป็นห้องสุขาทันสมัย สะอาดให้ใช้ฟรีด้วยค่ะ

 

ตอนหน้าจะพาไปตลาดสดโบราณตั้งแต่ยุคเอโดะ สนุกและอิ่มอร่อยจริงๆค่ะ