ข้อคิดจากหลวงตาอรรถ : การฟื้นฟูศาสนา ; กองทัพ อำนาจ นักปราชญ์
ข้อคิดจากหลวงตาอรรถ :
การฟื้นฟูศาสนา ; กองทัพ อำนาจ นักปราชญ์
“การที่ศาสนาจะเฟื่องฟูนั้นต้องมีนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียง หรือ กองทัพอันเกรียงไกร(อำนาจ ราชา/ผู้ปกครอง)”
ข้อคิดจากหลวงตาอรรถ
ข้อคิดเบื้องต้น หลังจากได้ฟังหลวงตาพูดในหลายๆ ประเด็น หนึ่งในประเด็นนั้นก็คือ ศาสนาพุทธนั้นจะรุ่งเรืองย่อมเกิดแต่การได้รับการอุปถัมภ์จากกษัตริย์หรือผู้ปกครองที่มีอำนาจในการอุ้มชู ซึ่งศาสนาพุทธในยุคหลังๆ ก็เป็นที่ประจักษ์ชัดเจน พร้อมกับการเกิดของพระสงฆ์ที่มีความรู้ความสามารถอย่างโดดเด่น แต่หากไร้เสียซึ่งการอุปภัมภ์จากผู้ปกครอง ก็ยากยิ่งในการที่พุทธศาสนาจะรุ่งเรืองได้
จะประจักษ์แจ้งได้อย่างไร
ข้อพิจารณาเบื้องต้น จึงไตร่ถามว่า เป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่มากน้อยเพียงใด และจะมีวิธีการในการปรับเปลี่ยนและแก้ไขเพื่อหามรรควิธีการในการตระหนักรู้ หรือตื่นรู้(Awaken)(ไม่ใช่การเป็นกระต่ายตื่นตูม )ในการจรรโลงศาสนาไว้ได้อย่างไร ด้วยความรู้ความสามารถตามควรแต่สติและปัญญาของตน
พระพุทธองค์ทรงค้นพบความจริงแท้อันมีอยู่ในในโลก การหยั่งเห็นหรือปฏิบัติตามมรรควิธี กิจหน้าที่หรือภาระเป็นกิจส่วนตนของบุคคล ...หน้าที่ของศาสนิกหรือสาวกไม่เพียงแต่การศึกษาปริยัติ ปฏิบัติเพื่อให้เกิดผล หากแต่มีหน้าที่ในการชี้แจงในสิ่งที่ผิดให้ถูก หรือไม่ควรหลงไปกับคำยกยอ ปอปั้น หากแต่ควรพิจารณาตามความเป็นจริง อธิบายชี้แจงตามข้อเท็จจริง
ศาสนานั้นเป็นวิถีชีวิตของมนุษย์
หากแต่เมื่อพิจารณาแล้ว ศาสนานั้นเป็นวิถีชีวิตของมนุษย์ พระพุทธศาสนาเป็นการเปิดแสดงความจริงที่พระพุทธองค์ ทรงนำมาแสดงเพื่อให้มนุษย์หรือเวไนยสัตว์ได้พ้นทุกข์ด้วยมรรควิธี หนทางดังกล่าวนั้นจึงเป็นกิจเฉพาะตนเท่านั้น