อุ่นใด ๆ โลกนี้ไม่มีเทียบเคียง อุ่นอกอ้อมแขนอ้อมกอดแม่ตระกอง

รักเจ้าจึงผูก รักลูกแม่ย่อมห่วงใย ไม่อยากจากไปไกลแม้เพียงครึ่งวัน

ให้กายเราใกล้กัน ให้ดวงตาใกล้ตา ให้ดวงใจ เราสองเชื่อมโยงผูกพันธุ์

อิ่มใด ๆ โลกนี้ไม่มีเทียบเทียม อิ่มอกอิ่มใจอิ่มรักลูกหลับนอน

น้ำนมจากอกอาหารของความอาทร แม่พร่ำเตือนพร่ำสอน สอนสั่ง

ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป

ใช่เพียงอิ่มท้อง ที่ลูกร่ำร้อง เพราะต้องการไออุ่น

อุ่นไอรัก อุ่นละมุน ขอน้ำนมอุ่น จากอกให้ลูกดื่มกิน

(เพลงอิ่มอุ่น ศิลปินศุ บุญเลี้ยง)    

 

คำเป็นหมื่นคำ เลือกมาทุกคำแทนใจ ใจเพียงหนึ่งที่ยังไม่มีอะไรให้เธอ

คนเพียงหนึ่งคน เก็บเอาใจมาร้อยเป็นเพลงให้เธอ อาจไม่ถึงกับดีเลิศเธอ

ก็อยากจะทำให้เธอภูมิใจ

ว่าเพลงที่ได้ยิน คงไม่เหมือนกับเพลงอื่นทั่วไป เพลงจากหัวใจ เป็นของขวัญให้เธอผู้เดียว

บทเพลงที่เก็บเอาดาวทุกดวง เขียนเป็นท่วงทำนองขับขาน ถักทอและเรียงร้อยคำจากหัวใจ

บทเพลงที่เป็นดั่งคำสัญญา ว่าจะอยู่ข้างเธอตลอดไป ให้เพลงผูกพันสองใจนานเท่านาน (เพลงแทนใจ)

 

 

ทุกคนเสาะหาหนทางสวรรค์ แต่ไม่พบกันเพราะมองข้ามไป ทั้งที่ต้นทางนั้นแสนกว้างใหญ่และอยู่ไม่ไกล ใกล้ตัวแค่เพียงนิดเดียว

เหมือนมีเส้นผมที่มาบังตา ดั่งคล้ายขอบฟ้าที่มาขวางกัน ให้มองไม่เห็นถึงความเฉิดฉันท์ ต้นทางสวรรค์อันเรืองรอง

จงมองด้วยหัวใจที่สดใส หากเห็นรอยยิ้มผู้ใด เป็นรอยยิ้มที่ไม่เหมือนใคร นั่นแหละคือทางผ่านไปสวรรค์

ท่านเป็นพระในบ้าน ที่ลูกต่างมองผ่านกัน มองผ่านท่านทุกวัน จึงไม่เห็นประตูทอง

แม่คือพระในบ้าน เป็นดอกบัวบานของลูกทุกคน แค่ธุลีความดีของท่านล่วงหล่น พระคุณท่วมท้นล้นจักรวาล

(เพลงต้นทางสวรรค์ ศิลปินชุติมา)

 

แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง ที่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังแม่ยังนอนเปล แม่เราเฝ้าโอ้ละเห่กล่อมลูกน้อยนอนเปลไม่ห่างกันเหไปจนไกล

เมื่อเล็กจนโตโอ้แม่ถนอม แม่ผ่ายผอมย่อมเกิดจากรักลูกปักดวงใจ เติมโตโอ้เล้กจนใหญ่ นี่แหละหนาอะไรมิใช่ใดหนาเพราะค่าน้ำนม

ควรคิดพินิจให้ดี ค่าน้ำนมแม่นี้ จะมีอะไรเหมาะสม

โอ้ว่าแม่จ๋า ลูกคิดถึงค่าน้ำนม เลือดในอกผสมกลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน

ค่าน้ำนมครวญชวนให้ลูกฝัน แต่เมื่อหลังเปรียบดังผืนฟ้าหนักกว่าแผ่นดิน

บวชเรียนพากเพียรจนสิ้น หยดหนึ่งน้ำนมกินทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย.....

 

อยู่ในครรภ์มารดา ฉันนอนหลับตาฝันดี อบอุ่นรักกับมีปุยสำลีห่อหุ้นกาย

เมื่อลืมตาดูหล้าพบมารดายิ้มให้สดใส เป็นรอยยิ้มพิมพ์ใจ ไม่เหมือนใครในโลกา

หยาดแห่งน้ำนมแม่ ความรักแท้แผ่ทั่วกายา สืบต่อดวงชีวา จากเด็กมาจนโตใหญ่

จะวันนั้นถึงวันนี้ เป็นคนดีเพราะแม่สอนไว้  ลูกซาบซึ้งสุดหัวใจ

แม่รู้มั๊ย ฉันรักแม่

(เพลงรักแม่จังเลย สิโรฒน์)

 

   

คำใดไม่ซึ้งใจเท่าแม่สุดยอดคำแท้ไม่ว่าแม่อยู่หนใด ไม่มีวันที่จะเลือนจากใจเรียกแม่ที่ไรใจฉันก็เบ่งบาน

เมื่อออกจากครรภ์มารดาคำแรกเรียกหาคือคำว่าแม่   เป็นคำที่อบอุ่นแท้ แม้นคำว่าแม่จะไม่ชัดเจน

อูแว๊ ๆ ๆ ๆ อยากเรียกคุณแม่แต่ไม่ได้ดั่งใจ เรียกไม่ชัดฉันรู้สึกขัดใจ ไม่รู้จะทำไงก็เลยร้องให้ อูแว๊ ๆ ๆ

แต่แม่ฟังฉันแล้วเข้าใจ ท่านยิ้มให้อุ้มฉันแอบอุรา อุ่นอกของมารดายิ่งกว่าห่มผ้าที่ผืนใด ๆ

ก่อนที่จะปิดเปลือกตาเข้าสู่นิทราในอ้อมอกแม่ คำสุดท้ายก็คือ อูแว๊ ๆ อยากเรียกคุณแม่แต่ก็ไม่ชัดเจน

อูแว๊ ๆ ๆ ๆ อยากเรียกคุณแม่แต่ไม่ได้ดั่งใจ เรียกไม่ชัดฉันรู้สึกขัดใจ ไม่รู้จะทำไงก็เลยร้องให้ อูแว๊ ๆ ๆ

อูแว๊ ๆ ๆ คุณแม่ อูแว๊ ๆ ๆ ๆ คุณแม่ อูแว๊ ๆ ๆ ๆ คุณแม่

(เพลงอุแว๊ คุณแม่ ศิลปินโน้ต)    

สิ่งมีอยู่ในตัวมารดา ยากหาสิ่งใดมาเทียบได้ นึกถึงแม่ในคราใด ฉันสุขใจตลอดเวลา

ดวงตาแม่เมื่อแลดูลูก เหมือนสายใยพันผูกดวงชีวิต ดวงตาใดไม่เหมือนชนนี ทั้งปราณีห่วงหาอาทร

มือของแม่ช่างอ่อนละมุน ดั่งปุยนุ่นคอยกอดประคอง เสียงแพร่ที่แม่กล่อมร้องท่วงทำนองราวทิพย์ดนตรี

ดวงตาแม่เมื่อแลดูลูก เหมือนสายใยพันผูกดวงชีวิต ดวงตาใดไม่เหมือนชนนี ทั้งปราณีห่วงหาอาทร

ถึงแม้ไม่มีตะวัน มีเพียงแม่ฉันยิ้มอยู่เคียงข้าง โลกนี้ก็จะใสสว่าง ให้ฉันเห็นทางที่จะก้าวเดิน

ฝ่าเท้ามารดา คือหนทางพาสู่สรวงสวรรค์ เมื่อกราบแทบเท้าแม่ทุกวัน ฉันนอนหลับฝันแต่สิ่งที่ดี

(เพลงแทบเท้ามารดา)

   

ฟ้าและเมฆจะงามเฉิดฉันท์ งามกว่าทุกวันเหมือนฝันโลกพลันสดใส นกมาแลส่องเสียงก้องกังวานไพร ต้อนรับวันฉันอยู่ในอ้อมกอดมารดา

อบอุ่นจังเลย อบอุ่นในหัวใจ กว่าห่มผ้าผืนใดที่มีในห้วงเวลา เมื่อใจสองเราซาบซึ้งเป็นหนึ่งชีวิต ฉันบอกรักแม่เท่าฟ้า ผ่านดวงตาแหละยิ้มละไม

อากาศอาจผ่านได้ทุกสิ่ง จะแข็งแรงยิ่งกว่าภูผาหรือต้นไม้

แต่หว่างอ้อมกอดแม่นั้นไม่เหมือนที่ใด อากาศยังผ่านไม่ได้

ด้วยใจรักและผูกพัน เพราะใจสองเราเป็นดวงเดียวกัน


ครอบครัว วงศ์ชิดวรรณ

คุณพ่อสุวิน คุณแม่นงคราญ พี่ฐิติวรดา น้องนันทวัน และผมปภังกร วงศ์ชิดวรรณ ครับ