เรียนท่านผู้เข้าชมทุกท่าน-งานเขียนทั้งหมด ผู้เขียนยินดีให้ท่านคัดลอกและนำไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ควรอ้างอิงแหล่งที่มาเพื่อเคารพสิทธิในความคิดของผู้เขียนด้วย
-
หนอนหลายตัว เกิดมาแล้วคลานไปกินใบไม้ให้เต็มอิ่ม
เมื่อได้เวลาแล้วก็ รีบถักทอเส้นใยเพื่อสร้างรังเป็นเกาะป้องกันรักษาตัวเอง โดยคิดในใจว่าสักวันหนึ่งจะอิสระและโบยบินสู่เสรีภาพ
หนอนบางตัวก็ไม่ยอมออกมาจากรัง เนื่องจากถักทอเส้นใยขังตนเองไว้จนตายหาทางออกไม่ได้ บางตัวก็พอใจที่จะอยู่แบบนี้
จะมีหนอนสักกี่ตัว เมื่อถึงเวลาแล้วไม่เกาะเกี่ยวติดใจในรังที่แสนสบาย แล้วจึงออกโบยบินเป็นผีเสื้อที่สวยงามสร้างบรรยากาศให้กับโลก ตามอุดมการณ์ที่ตนวางเอาไว้
-
เด็กน้อยหลายคน เกิดมาพร้อมกับความบริสุทธิ์แห่งจิต ไม่คิดริษยา ไม่บ้าอำนาจ เมื่อผ่านกาลเวลา และประสบการณ์มากมาย เริ่มมีความคิด จิตเริ่มปรุงแต่ง แสวงหาการเกาะเกี่ยว เริ่มสะสมขนาดของอัตตาให้ใหญ่ขึ้น ๆ
กาลต่อมา ก็กลายมาเป็นมนุษย์กลุ่มหนึ่ง เดินอยู่บนลู่แห่งของการแก่งแย่ง แข่งขัน ชิงดี คือ ได้-ไม่ได้(ลาภ), มี-ไม่มี(ยศ ตำแหน่ง), นินทา-สรรเสริญ, สุข-ทุกข์ ซึ่งเป็นการบีบคั้นทางโลกธรรม ๘ โดยมีจิตเป็นตัวรองรับอารมณ์นั้น ๆ
จิตตัวเดิมนี้เอง เมื่อรับอารมณ์แล้วมักส่งผลไปใน ๒ ทิศทาง ทางหนึ่งโทษสังคมโดยภาพรวม-มุ่งทำร้ายสังคมซึ่งน่ากลัวกว่า อีกทางหนึ่งมุ่งโทษตนเอง-ทำร้ายตนเอง เพราะความหมกมุ่นอยู่กับเส้นใยของโลกธรรม ๘ ที่ตนเองร่วมถักทอล้อมรอบตนเอง จนหาทางออกให้กับชีวิตตนเองไม่ได้ หรือไม่ก็หยุดอยู่กับความพอใจในสภาพที่เป็นอยู่
จะมีสักกี่ดวงจิตที่นำพาตนเองออกสู่โลกกว้างตามอุดมการณ์ของตนเอง โดยไม่เกาะเกี่ยวกับเหยื่อล่อใดใด หลุดพ้นออกจากพันธนาการ จนกลายเป็นอิสระชน คนของแผ่นดิน สร้างสรรค์สังคมให้ร่มรื่นน่าอยู่
ไม่ว่าจะเป็นหนอนน้อย หรือเด็กน้อย ประเด็นไม่ใช่อยู่ที่กาย-สังคม-โลกธรรม แต่อยู่ที่จิตคิดจะหลุดพ้นหรือไม่?
ธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่มีวันล้าสมัย แล้วแต่มนุษย์ที่จะนำมาใช้ในชีวิตเพื่อดำเนินตามวิถีทางเลือกของเรา
ชอบมากค่ะ ขออนุญาตินำไปเผยแพร่ต่อ
จะมีซักกี่คนที่ซาบซึ้งในธรรมะนี้ / จะมีใครที่จะช่วยให้เด็กน้อยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ โดยไม่เป็นภาระของสังคม
ขอนำไปสืบสานต่อค่ะ...
เจริญพรคุณโยมกฤษฎา ที่แวะเข้ามาเยี่ยมและร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นอนุสติให้เกิดขึ้น
ธรรมะ คือธรรมชาติ ธรรมดาที่เราพบเห็น คือสิ่งที่เป็นไปในรอบ ๆ ตัวเรา
ดังนั้น การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันจึงไม่ล้าสมัย และเป็นของใหม่อยู่เสมอ
เจริญพรคุณโยมพัชรี ที่แวะเข้ามาทักทายเป็นสหายแห่งธรรม
ยินดีให้เผยแผ่ต่อ เพราะปรัชญาข้อนี้ เป็นห้วงหนึ่งแห่งความคิดของผู้เขียนที่ขณะกำลังนั่งฉันเพลอยู่
เมื่อคนรอบข้างในสำนักงานออกไปข้างนอกหมด
เมื่ออยู่เงียบ ๆ คนเดียว ความรู้สึกสะท้อน-สะเทือนใจก็บังเกิด ด้วยเพราะโลกธรรมเป็นเหตุ
หลาย ๆ ครั้ง ผู้เขียนก็ได้อะไรดี ๆ จากเหตุการณ์รอบข้างเยอะมาก แต่เสียดายรู้จัก gotoknow ช้าไป
เจริญพร คุณครู Vass ด้วยความยินดีเช่นกันที่จะได้นำไปสานต่อ
๑.ด้วยเจตนาดีที่อาจขยายความคิดให้คนอื่นๆ ต่อไป
๒.ด้วยการปฏิบัติทดลองให้มี ให้เกิด ให้เห็นด้วยตนเอง
ผู้เขียนเชื่อว่า ทุกท่านมีองค์ความรู้อยู่ในตัว ถ้าบวกจินตนาการและการตกผลึกแล้วทุกอย่างย่อมเป็นไปได้เสมอ...สาธุ