เรียนรู้จากสัมมนาวิจัยกับนักศึกษาพยาบาล
สุพัฒน์  สมจิตรสกุล


           เมื่อวานนี้ได้มีโอกาสไปร่วมเรียนรู้กับนักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนี นครพนม มหาวิทยาลัยนครพนม เป็นการสัมมนาในหัวข้อเรื่อง การวิจัยกับการพัฒนาวิชาชีพพยาบาล เราเองได้เขาไปในฐานะผู้อภิปรายร่วมกับพยาบาลโรงพยาบาลนครพนม เราเองได้เรียนรู้ว่า นักศึกษาพยาบาลหรือตัวพยาบาลเองมอง การวิจัยนั้นเป็นของสูงเป็นสิ่งที่ยากลำบากต้องปีนให้ถึง เราเองก็เคยอยู่ในสถานะนั้น เมื่อเราได้ไปเรียนรู้ร่วมกับทีมพยาบาลชุมชน ทำให้เราสามารถสรุปเป็นความรู้ในตัวเราก็คือ
                      พอเราเริ่มทำวิจัยเรามักจะตั้งท่าหาสูตรสำเร็จมาเป็นคำตอบ สำหรับการวิจัยนั้นทุกที ครั้งหนึ่งเราเองเคยไปร่วมเก็บข้อมูลร่วมกับอาจารย์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งคือ อาจารย์อคิน รพีพัฒน์ ที่ จ.ขอนแก่น หัวข้อขณะนั้นเป็นการเก็บข้อเกี่ยวกับผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโรงงาน เราเองเข้าไปเก็บข้อมูล เรากลับไปตั้งธงหาคำตอบในเรื่องผลเสีย จึงไปหาคำตอบในกลุ่มที่ให้คำตอบที่เป็นผลลบจากโรงงานแห่งนั้น แล้วเราก็นำข้อมูลเข้าไปเสนอให้อาจารย์ฟัง อาจารย์ถามกลับเราไปว่า แล้วข้อมูลที่เป็นบวกมีหรือไม่ ทำให้เราได้ฉุกคิดว่า การทำวิจัยนั้นเราต้องมองให้เห็นภาพทั้งหมดว่า มีความเป็นไปของทั้งหมดในระบบที่เราเข้าไปศึกษาอย่างไร ทำให้เรามีความเป็นกลางมากที่สุดในขณะที่เริ่มวางโครงวิจัย ทำให้ผลที่ออกมาเป็นงานวิจัยที่เป็นงานของบริบทที่เราทำวิจัยนั้นจริงๆ
              ขณะที่ทำ เรามักทำวิจัยโดยเติมมิจฉาทิฐิ ของตนเองเข้าไปโดยไม่รู้ตัว เราเองเคยทำวิจัยร่วมกับผู้ป่วยเบาหวาน โดยจุดมุ่งหมายที่จะเปลี่ยนผู้ป่วยเบาหวานสามารถดูแลกันเอง เพราเราคิดว่า ผู้ป่วยเบาหวานเหล่านั้นดูแลตนเองไม่ดี เราพยายามเติมความรู้ที่เราค้นคว้ามา เริ่มต้นผู้ป่วยก็ยินดีร่วมเป็นอย่างดี แต่เรากลับรู้สึกว่า กลุ่มผู้ป่วยให้ความร่วมมือเพื่อให้เราสบายใจ และให้กิจกรรมลุล่วงไปด้วยดี สุดท้ายเรากลับต้องมาทบทวน ว่า ในตัวผู้ป่วยเบาหวานมีประสบการณ์การเรียนรู้กับโรคเบาหวานที่อยู่กับพวกเขามาเป็นแรมปี เขาย่อมรู้กับวิธีการจัดการมาแล้วในระดับหนึ่ง ทำไมเราจึงไม่ให้พูดคุยกันในเรื่องที่เขามีประสบการณ์ในการจัดการ แล้วเรา(ในฐานะที่มีข้อมูล)ค่อยเติมสิ่งที่เขาพร่องไปไม่ดีหรือ (ยังมีต่อ)